บทที่ 8 I Love Will
ไอลวิล อิสรีพัฒน์ ยืนจิบกาแฟอยู่บนระเบียงกว้างชั้นสองทางด้านทิศตะวันออก พระอาทิตย์ยามหกโมงเช้าที่ไหนก็ไม่สวยเท่าที่เกาะแห่งนี้ ท้องฟ้าด้านตะวันออกเป็นสีทองเรื่อและกำลังเพิ่มความสว่างให้แก่โลกในทุกขณะที่เลื่อนตัวขึ้นสูง ลมทะเลพัดโชยเอื่อยเย็นสบาย ร่างสูงผึ่งผายสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน เพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จใหม่ คนรับใช้ผู้ชายนำกาแฟร้อนมาวางคอยตรงนี้ตามคำสั่งทุกเช้า เขาเลือกใช้ผู้ชาย เพราะไม่ชอบเห็นคนใช้ผู้หญิงมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ รู้สึกรำคาญสายตา
เรือนใหญ่ปลูกอยู่บนเนินทำให้เห็นยอดของต้นมะพร้าวอยู่ต่ำลงไปตามลาดไหล่เนินไปจนถึงชายหาด เม็ดทรายสีน้ำตาลเล็กละเอียดยามต้องแสงพระอาทิตย์เกิดแสงสะท้อนเต้นระยิบระยับเป็นประกายสีทองงดงาม ในอดีตที่ผ่านมา เขามาที่นี่ไม่บ่อยนัก ประมาณสามครั้งเท่าจำนวนที่เขามาเมืองไทย ส่วนใหญ่บิดาจะเป็นคนไปพักร้อนที่อังกฤษจึงได้ใช้เวลาด้วยกัน แต่ช่วงหลังนี้ ท่านมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะท่านอายุหกสิบปีแล้วในเวลานี้
ไอลวิลนึกถึงมารดา ไอลีน รอนสัน ที่เพิ่งจากเขาไปด้วยโรคหัวใจ แม่ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ไอลวิลลืมตามาดูโลก แม่พบกับพ่อของเขาที่อังกฤษตอนที่พ่อไปดูตลาดด้านธุรกิจ วิพัฒน์ อิสรีพัฒน์ ลูกชายมหาเศรษฐี เป็นพ่อม่ายภรรยาเสียจากอุบัติเหตุ ทิ้งลูกสาวไว้คนหนึ่ง
ต่อมาแม่ก็คบหากับพ่อจนกระทั่งท้องไอลวิล พ่อพาแม่กลับมาเมืองไทย แต่ครอบครัวใหญ่ของพ่อมีทีท่าห่างเหิน ไม่อยากต้อนรับแม่ อีกทั้งครอบครัวของทางภรรยาเก่าก็ไม่พอใจ มีเรื่องสมบัติเงินทองที่เกี่ยวข้องกันมากมายและซับซ้อนระหว่างพวกเขาเหล่านั้น แม่ซึ่งเป็นชาวตะวันตก ไม่ต้องการสร้างปัญหาและไม่ต้องการอยู่อย่างอึดอัดใจ แม่จึงตัดสินใจอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวบินกลับอังกฤษทันที
พ่อพยายามง้อแต่แม่ใจเด็ด และมองเห็นปัญหาของอนาคตที่จะเกิดกับลูก ท่านไม่ต้องการให้เขาเกิดมาท่ามกลางความอิจฉาริษยาและความชิงชัง โลกตะวันตกเป็นอิสระจากเรื่องของครอบครัวใหญ่ ต่างไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันเมื่อเติบโตบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่สำหรับสังคมไทยดูเหมือนจะแตกต่าง ยิ่งพวกตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งร่ำรวยด้วยแล้ว จะตัดสินใจอะไรสักอย่างก็ต้องรอฟังความเห็นของคนทั้งครอบครัวด้วย แม่ของเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบนั้น
แม่กับพ่อจึงตกลงคบหากันแบบเพื่อน เขาไม่ได้มีปัญหาด้านจิตใจอะไรอย่างที่เด็กส่วนใหญ่เป็น เพราะแม่เป็นแม่ที่สมบูรณ์เพอร์เฟ็กต์ที่สุด เลี้ยงเขาด้วยความรักทั้งหมดที่ท่านจะให้ได้ รวมทั้งเลี้ยงเขาด้วยเหตุผลตั้งแต่เขาโตพอที่จะรับฟังเรื่องราวของผู้ใหญ่ได้ เขาคงได้รับยีนเข้มแข็งจากท่านมามาก ไอลวิลจึงเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งและไม่หวั่นไหวหรืออ่อนไหวกับอะไรง่ายๆ
แม่ตั้งชื่อให้เขาว่า...ไอลวิล เขียนภาษาอังกฤษว่า ILWILL เป็นชื่อที่ไม่ได้ยินบ่อยนัก แม่บอกว่ามันมาจาก I Love Will อีกนัยหนึ่ง ไอล นั้นเอามาจากพยางค์แรกของแม่ ส่วน วิล (Will) เป็นชื่อที่แม่เรียกพ่อ สรุปว่าชื่อของเขาเป็นการผสมระหว่างชื่อแม่กับพ่อนั่นเอง มีคนถามจนเขาเบื่อที่จะตอบ แม่กับพ่อเรียกชื่อสั้นของเขาคือ วิล (Will) แม่บอกว่าแม่ชอบความหมายของคำๆ นี้ ที่แปลว่า ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความแน่วแน่และเต็มไปด้วยเจตจำนงค์มั่นคง เพราะเขาเกิดจากความรักความเต็มใจและความตั้งใจของพ่อและแม่
แม้ว่าแม่กับพ่อจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่แม่ไม่เคยกีดกันบิดากับเขา แถมยังส่งเสริมให้เขาเรียนภาษาไทยด้วย แม่ว่าเผื่อจะมีประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า พ่อดีใจที่แม่เป็นคนมีเหตุผล เมื่อถึงวันเกิดของไอลวิล พ่อจะบินไปหาเขาที่อังกฤษทุกปี
ตอนที่ไอลวิลอายุได้สามปี พ่อก็แต่งงานใหม่และหนึ่งปีต่อมาก็มีลูกชายอีกคนคือ วายุ แต่พ่อกับเขาก็ยังติดต่อกันสม่ำเสมอ ท่านชวนให้เขามาอยู่ด้วย ชวนแม่มาอยู่ที่เมืองไทย จะหาบ้านให้อยู่ต่างหาก แต่แม่ก็ไม่มาเพราะท่านรักการใช้ชีวิตอิสระที่อังกฤษ ไอลวิลเติบโตและเรียนจนจบวิศวกรในเวลานี้ สรุปว่าพ่อมีเมีย 3 คนและมีลูกต่างแม่ 3 คน คือ ไอสรีย์ ไอลวิลและวายุ
ปัญหาคือ บิดากำลังป่วยและต้องการให้เขามาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร เพื่อช่วยดูแลกิจการบนเกาะนางรังแห่งนี้แทนท่าน ไอสรีย์นั้นรับผิดชอบธุรกิจที่ออฟฟิศในกรุงเทพฯ ส่วนวายุก็เพิ่งจบไฮสกูลและกำลังจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ เขาเป็นลูกคนกลาง เขาไม่มีข้ออ้างเรื่องมารดาอีก เพราะเวลานี้ไอลวิลเหลือตัวคนเดียวที่อังกฤษ... เขารักและเคารพบิดาเสมอ ท่านไม่สบายเช่นนี้ก็มีความเป็นห่วงตามประสาลูกที่ไม่ได้เลวเกวอะไร การที่เพิ่งสูญเสียมารดาไปทำให้ไอลวิลไม่ต้องการสูญเสียบิดาไปอีกคน... แม้รู้ว่าไม่อาจห้ามกฎธรรมชาติ เกิด แก่ เจ็บ ตายได้ แต่ก็ยังอยากให้ท่านอยู่กับเขาไปอีกนานๆ
"เฮ้ย...ไอ้โก้...เอ็งไปกระโดดตรงโขดหินโน้นสิโว้ย...ไอ้ก้อง...เร็วๆ เข้า ปัดโธ่...ชักช้าจริง"
เสียงแหลมใสตะโกนของเด็กดังจากชายหาดด้านตะวันตกที่เป็นด้านท้ายเกาะทำให้ไอลวิลตื่นจากความคิด เขายกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แล้วเดินตามระเบียงอ้อมไปทางทิศตะวันตก ต่ำลงไปตรงชายทะเลไกลพอสมควร แต่ลมทะเลพัดเอาเสียงมาได้ไกลจนมาถึงหูของเขา ภาพร่างเล็กๆ หลายร่างกำลังวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน กระโดดไปบนโขดหินระเกะระกะแถวนั้น เสียงสั่งแจ๋วๆ ดังกว่าเพื่อน ตรงนั้นมีโขดหินสูงเกือบสามเมตร พวกเด็กๆ ป่ายปีนขึ้นไปแล้วเสียงกระโดดตูมๆ ก็ดังให้ได้ยิน พร้อมกับเสียงหัวเราะร่าเริง
ไอลวิลขมวดคิ้ว เด็กกลุ่มนี้อีกแล้ว ลูกหลานของพวกคนงาน ชอบซุกซนและเล่นเสี่ยงแบบไม่กลัวเจ็บตัวกันเลย ที่เกาะนี้บริษัทอิสรีพัฒน์ได้จัดตั้งสถานพยาบาลหรืออนามัยเล็กๆ จ้างพยาบาลมาประจำสองคน ซึ่งถ้าเจ็บป่วยพื้นฐานก็รักษากันได้ แต่ถ้าหากเป็นหนักก็ต้องส่งขึ้นแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นอำเภอชายทะเลแห่งหนึ่งของจังหวัดนี้
เด็กพวกนี้ไม่เรียนหนังสือกันหรือยังไง แล้วตื่นกันมาแต่เช้าเพื่อมาเล่นซนเนี่ยนะ...
"มะพร้าว...กระโดดเลย อย่ากลัว...ไม่มีอะไรหรอกเชื่อพี่...พี่ตะวันรับรองว่าปลอดภัย"
เสียงแจ๋วๆ ตะโกนเชียร์ ไอลวินรีบไปคว้ากล้องส่องทางไกลมาส่อง เห็นเด็กสิบกว่าคนอยู่แถวนั้น กระโดดสูงจากโขดหินลงไปในทะเล บนโขดหินสูงสุดมีร่างเด็กหญิงตัวเล็กบางยืนลังเลอยู่
"โดดเลย เร็วเข้า...พี่รอรับอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว...เอ้า พวกเรา เชียร์น้องมะพร้าวหน่อยเร้ว! มะพร้าวสู้ๆ มะพร้าวสู้ตาย มะพร้าวไว้ลาย สู้ตาย สู้ๆ"
เสียงใสตะโกนแจ้วๆ นำร่องคนอื่นๆ ซึ่งก็ตะโกนร้องตามกันเสียงดัง ไอลวิลส่องกล้องมองหาหัวโจก แต่ไม่เห็นตัว คงจะอยู่ในน้ำที่มีโขดหินใหญ่บังอยู่นั่นเอง
ร่างสูงเดินกลับเข้าไปในห้องนอน เปลี่ยนจากเสื้อคลุมเป็นเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ ก้าวลิ่วลงไปจากตัวเรือน
