บทที่ 7 ฮีโร่หรอ?
ในวันนี้คือวันเฉลยสายรหัส วันที่เหล่าน้องปีหนึ่งจะได้รู้ซะทีว่าคนที่คอยส่งขนมส่งน้ำให้คือใคร ผมยืนกอดอกพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ที่ลานจอดรถหน้าคณะ สายตาคมกริบกวาดมองไปตามกลุ่มนักศึกษาที่กำลังหัวเราะร่าเริง
ในมือผมมีแว่นกันแดดสีดำที่ใส่เพื่ออำพรางสายตาเย็นชา ผมแสร้งทำเป็นมานั่งรอใครบางคนด้วยท่าทีสบายๆ แต่ในใจกลับกำลังคำนวณหมากทุกตาที่วางไว้
‘ยอดดวงใจในพยัคฆ์ ลายปักขาวบริสุทธิ์’
คำใบ้ที่ผมเป็นคนกระซิบให้เฌอเบลล์เขียนลงไปในวันนั้น บัดนี้มันกำลังจะทำหน้าที่ของมัน เกมนี้มันจะสนุกที่สุดก็ตอนที่เบี้ยทุกตัวมาเจอกันโดยที่ไม่มีใครรู้ความลับของใครเลยนี่แหละ
ไม่นานนัก ผมก็เห็นร่างเล็กที่คุ้นตาเดินออกมาจากตึกคณะ เจ้าขาเดินเคียงคู่มากับหญิงสาวอีกคนที่ผมรู้จักดีที่สุดเฌอเบลล์น้องสาวของผมเอง ทั้งคู่เดินคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิง เจ้าขามีสีหน้าตื่นเต้นและดีใจอย่างปิดไม่มิด มือเล็กๆนั่นกอดแขนเฌอเบลล์ไว้อย่างสนิทสนม
ผมลอบยิ้มในใจ แผนขั้นแรกสำเร็จ... เฌอเบลล์ที่กำลังเฮิร์ตหนักจากไอ้ทัพ เริ่มเปิดใจรับน้องรหัสคนใหม่โดยไม่รู้เลยว่าเด็กคนนี้คือน้องสาวของคนที่ทำให้เธอเจ็บ
"อ้าว! พี่รัญ มารับเบลล์เหรอคะ?" เฌอเบลล์ชะงักเมื่อเห็นผมยืนอยู่หน้าคณะ เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะปกติผมแทบไม่เคยโผล่มาวุ่นวายกับกิจกรรมของเธอเลย
เจ้าขาที่เดินตามมาข้างๆถึงกับตาโต เธอหันมองผมสลับกับมองเฌอเบลล์ด้วยความสับสน
"พี่หิรัญ... พี่หิรัญรู้จักกับพี่เฌอเบลล์ด้วยเหรอคะ?" ผมค่อยๆถอดแว่นกันแดดออก เผยรอยยิ้มละมุนที่ฝึกมาอย่างดี
"รู้จักสิครับ... ก็เบลล์เป็นน้องสาวคนเดียวของพี่นี่นา"
"ห๊ะ!" เจ้าขาอุทานออกมาเบาๆ ท่าทางตกใจเหมือนกระต่ายน้อยที่เพิ่งรู้ว่าที่แท้จริงแล้วสิงโตสองตัวเป็นครอบครัวเดียวกัน
"พี่รัญรู้จักเจ้าขาด้วยเหรอ? ไปรู้จักกันตอนไหน ทำไมเบลล์ไม่เห็นรู้เลย" เฌอเบลล์ถามพลางมองผมอย่างจับผิด ผมแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ เดินเข้าไปใกล้พวกเธอ
"โลกกลมจังเลยนะเนี่ย พี่ก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าน้องรหัสของเบลล์... คือเจ้าขาเองเหรอ"
"พี่หิรัญเป็นพี่ชายแท้ๆของพี่เฌอเบลล์เหรอคะ..." เจ้าขาพึมพำ แววตาที่มองผมเต็มไปด้วยความทึ่งและชื่นชม
"มิน่าล่ะคะ... ถึงได้ใจดีเหมือนกันทั้งคู่เลย"
คำว่า 'ใจดี' ทำให้ผมอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ถ้าเธอรู้ว่าความใจดีของผมมันถูกเคลือบด้วยยาพิษ เธอจะยังพูดคำนี้ออกมาได้ไหม
"ดีจังเลยค่ะ เจ้าขาดีใจมากเลยที่พี่รหัสเป็นพี่เฌอเบลล์" เจ้าขาหันไปบอกเฌอเบลล์ด้วยรอยยิ้มกว้าง
"แถมพี่ชายพี่เฌอเบลล์ยังเป็นคนเดียวกับที่ช่วยเจ้าขาไว้ตั้งหลายครั้ง พี่หิรัญนี่เป็นฮีโร่ของเจ้าขาจริงๆนะคะ"
"ฮีโร่เหรอ?" เฌอเบลล์ทวนคำพลางมองพี่ชายตัวเองแบบไม่เชื่อสายตา
"พี่รัญเนี่ยนะไปช่วยเจ้าขา? ปกติวันๆพี่รัญทำแต่หน้ายักษ์ใส่รุ่นน้องที่คณะโยธาไม่ใช่เหรอคะ นี่เบลล์ตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า"
"จริงๆค่ะพี่เบลล์ พี่หิรัญใจดีมาก ล่าสุดยังอุดหนุนข้าวกล่องที่บ้านเจ้าขาตั้งร้อยกล่องแน่ะ แถมยังคอยซื้อขนมมาให้ด้วย... ขนมเบเกอรี่ร้านนั้นอร่อยมากเลยนะคะพี่เบลล์ ขอบคุณมากเลยนะคะที่พี่เบลล์ฝากพี่หิรัญมาให้บ่อยๆ" คราวนี้เฌอเบลล์ขมวดคิ้วแน่น เธอหันมามองหน้าผมตรงๆ
"ขนม? ขนมอะไรเจ้าขา พี่เพิ่งจะเจอเจ้าขาเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการวันนี้เองนะ พี่รหัสลับๆที่ส่งขนมนั่นพี่ก็ยังไม่เคย..."
"เอ้อ! จริงสิเบลล์" ผมรีบขัดขึ้นก่อนที่ความจะแตก น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแรงกดดันส่งไปให้น้องสาว
"พี่เกือบลืมไปเลยว่าวันนี้คุณแม่โทรตามให้พาเบลล์ไปลองชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงบริษัทอาทิตย์หน้า เห็นว่าต้องรีบไปแก้ไซส์ไม่ใช่เหรอ?"
"หา? ชุดอะไรคะพี่รัญ เบลล์ยังไม่เห็นรู้เรื่อง..."
"คุณแม่โทรหาพี่เมื่อเช้าไง เราสงสัยลืมเปิดเสียงมือถือล่ะมั้ง" ผมตัดบทพลางหันไปส่งยิ้มให้เจ้าขาที่ยืนงงๆ
"พี่ขอโทษด้วยนะเจ้าขาที่ต้องพาตัวพี่รหัสเราไปกะทันหัน พอดีธุระทางบ้านมันค่อนข้างด่วนน่ะครับ"
"อ๋อ... ได้ค่ะพี่หิรัญ ไม่เป็นไรเลยค่ะ" เจ้าขารีบบอกอย่างเกรงใจ
"พี่เบลล์ไปธุระเถอะค่ะ ไว้วันหลังเราค่อยคุยกันก็ได้"
"เดี๋ยวสิพี่รัญ เบลล์ยังคุยเรื่องขนมไม่จบเลยนะ..." เฌอเบลล์พยายามจะทักท้วง แต่ผมคว้าข้อมือน้องสาวไว้แน่นเป็นเชิงเตือน
"ไปเถอะเบลล์ อย่าให้คุณแม่รอนาน" ผมบอกเสียงเข้มขึ้นหนึ่งระดับจนเฌอเบลล์ยอมเงียบลง แม้สายตาจะยังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ระหว่างที่ผมกึ่งลากกึ่งจูงเฌอเบลล์ไปที่รถ ผมแอบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชทกลุ่มใต้กระเป๋ากางเกง
Hiran: เชี่ยเอ๊ย เกือบหลุด! น้องกูเกือบทำแผนพัง ดีนะกูตัดบททัน
Phayu: ฮ่าๆๆๆ มึงนี่มันปลิ้นปล้อนขั้นเทพว่ะไอ้รัญ แล้วเฌอเบลล์ไม่สงสัยมึงเหรอว่าไปยุ่งกับน้องรหัสเค้าทำไม?
Khin: มึงต้องระวังนะรัญ เฌอเบลล์แม่งยิ่งเซนส์แรง อยู่ ถ้ารู้ว่ามึงใช้ไปเป็นหมาก มึงได้บ้านแตกแน่
Hiran: กูจัดการได้น่า... ตอนนี้เจ้าขาแม่งเชื่อสุดใจแล้วว่ากูกับเบลล์คือพี่น้องแสนดี เดี๋ยวพอกูพาเบลล์ออกมา กูจะกำชับยัยนั่นเองว่าอย่าพูดเรื่องส่วนตัวกับเจ้าขาเยอะ
ผมเปิดประตูรถให้เฌอเบลล์ ทันทีที่ประตูปิดลง น้องสาวผมก็ระเบิดอารมณ์ทันที
"พี่รัญ! นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? ทำไมพี่ต้องโกหกเจ้าขาเรื่องขนม แล้วพี่ไปรู้จักน้องรหัสเบลล์ได้ยังไง" ผมสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไปจากหน้าคณะ
"ไม่มีอะไรหรอกเบลล์ พี่แค่เห็นว่าเจ้าขาน่ารักดี และพอรู้ว่าเป็นน้องรหัสเรา พี่ก็เลยอยากทำตัวเป็นพี่ชายที่ดี ช่วยดูแลแทนเราไง"
"พี่ชายที่ดี? อย่างพี่รัญเนี่ยนะ?" เฌอเบลล์แค่นหัวเราะ
"เบลล์ไม่ใช่น้องปีหนึ่งที่หลงเชื่อใครง่ายๆพวกนั้นนะพี่รัญ พี่กำลังแผนจะทำอะไรอยู่กันแน่... หรือว่าพี่ชอบเจ้าขาจริงๆ?"
"ชอบเหรอ?" ผมเค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาจับจ้องไปที่ถนนข้างหน้าด้วยความเย็นชา
"เด็กบ้านจนซื่อบื้อแบบนั้นน่ะเหรอที่พี่จะชอบ... พี่แค่กำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างอยู่เบลล์ เกมที่มันจะทำให้คนที่ทำเบลล์เสียใจต้องชดใช้อย่างสาสม" เฌอเบลล์เงียบไปครู่หนึ่ง แววตาสั่นไหว
"พี่รัญ... อย่าบอกนะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับพี่ทัพ?"
"อย่าถามมากเลยเบลล์" ผมกดเสียงต่ำ
"หน้าที่ของเบลล์คือเป็นพี่รหัสที่แสนดีของเจ้าขาต่อไป แต่อย่าเล่าเรื่องพี่ชายหรือเรื่องในบ้านเราให้ยัยนั่นฟังเยอะ... เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม?"
เฌอเบลล์เม้มริมฝีปากแน่น เธอคงเริ่มเดาอะไรบางอย่างได้ แต่ด้วยความที่รักพี่ชายและแค้นทัพอยู่ลึกๆเธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
ผมลอบมองผ่านกระจกหลัง เห็นเจ้าขายังคงยืนโบกมือส่งรถผมอยู่ไกลๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจของเธอมันช่างเปราะบางเหลือเกิน
ยิ้มไปเถอะเจ้าขา... ยิ่งเธอรักพี่ชายพี่รหัสของเธอมากเท่าไหร่ และยิ่งเธอรักคนอย่างฉันมากแค่ไหน... วันที่ความจริงเปิดเผย ความเจ็บปวดมันจะได้ทำลายเธอและไอ้ทัพให้พินาศไปพร้อมๆกัน
ผมเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปข้างหน้า หัวใจที่เคยกระด้างกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างประหลาดเมื่อนึกถึงคำว่า 'ฮีโร่' ที่หลุดออกมาจากปากเธอ... ฮีโร่เหรอ? เหอะ... ในโลกนี้ไม่มีฮีโร่หรอกเจ้าขา มีแต่คนโง่กับคนที่จะคุมเกมเท่านั้นแหละ!
