บทที่ 12 12

เมื่อก่อนเลิกเรียนทีไรเป็นต้องได้มาเดินตลาดหาซื้อของกินจุกจิกเกือบทุกวัน ทว่าพอโตขึ้นกลับแทบไม่ได้มาเดินเท่าไรทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก

หกปีผ่านไปมีอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงแต่กลิ่นอายยังคงเดิมซึ่งเป็นสิ่งที่เธอคิดถึงที่สุด

ตั้งใจมาเดินเตร็ดเตร่หาซื้อของกินเล่น เพราะเรื่องกับข้าวมื้อหลักยังไงคุณนายภาวิกาเป็นคนเตรียมให้อยู่แล้ว

“พี่ใหญ่เดี๋ยวก่อน” คนเป็นน้องรั้งพี่ชายไว้ด้วยการดึงเสื้อ พอเจ้าตัวหันกลับมาจึงพยักพเยิดหน้าไปทางศูนย์อาหาร

“เล็กอยากกินน้ำแข็งไส ไปนั่งกินกัน”

น้ำแข็งไสเจ้าโปรดที่ไม่ว่าจะนอกใจไปกินร้านไหนทั่วประเทศรสชาติก็ยังถูกใจสู้เจ้านี้ไม่ได้ ยิ่งห่างหายไม่ได้กินนานแล้วยิ่งกระตุ้นความอยากของคนที่เพิ่งกลับมาบ้าน

“เดี๋ยวพี่เดินไปซื้อทอดมันก่อน เอ็งก็ไปสั่งแล้วหาโต๊ะนั่งแล้วกัน”

“โอเค” ภิรดายิ้มหวานแต่ไม่ลืมที่จะแบมือขอเงิน “ไม่สั่งเผื่อนะ เดี๋ยวน้ำแข็งละลาย”

“เออ กินไปก่อนเลย เอ้านี่!” อัณณพโคลงศีรษะตัวเองก่อนยัดธนบัตรสีแดงใส่มืออีกฝ่าย

“ทำงานมีเงินเดือนแล้วยังไถพี่ไม่เลิก”

สถานที่เปลี่ยนไปเพราะถูกรีโนเวต แต่ความอร่อยของขนมหวานยังเหมือนเดิม ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ที่เลิกเรียนเมื่อไหร่ก็ชอบมาแวะซื้อของกินที่นี่

“เล็ก”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากถ้วยน้ำแข็งไสเมื่อได้ยินคนเรียก ดวงตากลมโตหันมองรอบตัวก่อนเจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนรอเธอสบตาอยู่ตรงโต๊ะถัดไป

“เล็กจริงๆ ด้วย” เจ้าตัวยิ้มเต็มวงหน้าก่อนรีบยกจานข้าวตัวเองมานั่งที่โต๊ะภิรดา “ขวัญไม่รู้เรื่องเลยว่าเล็กกลับมาแล้ว กลับมาตั้งแต่ตอนไหนเหรอ”

“เมื่อไม่กี่วันนี่เอง”

ภิรดายิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า ตอนแรกเธอไม่มั่นใจว่าใช่ขวัญฤทัยหรือเปล่า จนกระทั่งอีกฝ่ายแทนตัวเองด้วยชื่อถึงได้แน่ใจ

“ขวัญเป็นไงบ้าง”

“สบายดี ตอนนี้เตรียมตัวเป็นคุณแม่อยู่”

ขวัญฤทัยชี้นิ้วที่หน้าท้องทำภิรดาเบิกตากว้าง พอเห็นท่าทีเพื่อนแบบนั้นว่าที่คุณแม่ก็พยักหน้ายิ้มๆ

“สามเดือนแล้ว ตอนแรกว่าจะจัดงานแต่ง แต่ดันท้องเสียก่อนก็เลยตกลงกันว่ารอคลอดให้ลูกโตสักขวบก่อนค่อยจัดงานทีเดียว”

“เล็กดีใจด้วยนะ” ภิรดาเขย่ามือเพื่อนไปมา นึกถึงเมื่อก่อนที่เราสองคนช่วยกันขายไอติมหลอด

“งั้นปีนี้ก็ไม่ได้ขายไอติมน่ะสิ”

“ไม่ได้ขายนานแล้ว แฟนขวัญให้ช่วยงานที่บ้านเขาแทน”

“ดีแล้ว” พูดถึงตรงนี้ภิรดาก็ไม่กล้าถามถึงสามีของเพื่อนเท่าไรนัก “ดีใจจังที่ได้เจอ เห็นแบบนี้เลยทำให้เล็กนึกถึงตอนที่เราช่วยกันโยกถังไอติม”

“กินไปขายไป สนุกมากเลยเนอะ” ว่าที่คุณแม่หัวเราะเสียงใสยามนึกถึงวันวาน “ขวัญก็ได้เล็กคอยช่วยเยอะเลย ว่าแต่เล็กต้องมางานแต่งขวัญด้วยนะ จองตัวไว้ก่อน”

“เล็กไม่แน่ใจ เพราะมีแพลนจะไปเรียนต่อ” แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากมาร่วมแสดงความยินดี เพราะถึงอย่างไรขวัญฤทัยก็ถือเป็นเพื่อนที่เคยสนิทกัน

“แต่เล็กจะพยายามมาให้ได้นะ”

“สั่งให้พี่ยังไอ้เล็ก อ้าว! ขวัญ” อัณณพเดินเข้ามาพร้อมกับถุงทอดมันในมือ ดูจากการที่พี่ชายของเธอทักทายขวัญฤทัยแล้ว เหมือนความสนิทสนมจะเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน

“ขวัญเปรี้ยวปากอยากกินยำน่ะค่ะ หันมาเจอเล็กพอดีก็เลยนั่งฝอยกันถึงเรื่องเมื่อก่อนนิดหน่อย”

“แล้วกลับยังไง กลับพร้อมพวกพี่เลยไหม เดี๋ยวไปส่งที่ค่ายฯ” ภิรดาเหลือบมองพี่ชายเล็กน้อย ท้ายประโยคที่ได้ยินยิ่งฉายชัดว่าสิ่งที่เธอคิดไว้มันไม่ไกลจากความจริงเท่าไรนัก

“ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญมาพร้อม ‘เขา’ นั่นแหละ ตอนนี้แอบไปซื้อลูกชิ้นอยู่เดี๋ยวก็คงมาแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นเล็กขอตัวกลับก่อนนะขวัญ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องแวะซื้อของให้แม่ด้วย เอาไว้คุยกันอีกที” ภิรดาขอตัวกับเพื่อนในขณะที่อัณณพหันมองน้องสาวโดยพลัน

“เดี๋ยวค่อยไปซื้อก็ได้มั้ง พี่ยังไม่ได้กินน้ำแข็งไสเลย”

“ไว้กินวันอื่น ไปได้แล้วพี่ใหญ่” คนเป็นน้องไม่รอคำค้านของพี่ชาย เลือกปลีกตัวออกจากศูนย์อาหารแล้วไปรอที่รถ ไม่นานอัณณพก็เดินตามออกมา

“ไหนว่าเรื่องมันผ่านมาหลายปี ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วไง”

“ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้ว แต่มันไม่อยากเจออะ ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไง พอนึกถึงเรื่องนั้นแล้วยังอายไม่หายเลย”

ถึงจะล่วงเลยมาถึงหกปีแต่ภิรดายังจำประโยคพวกนั้นได้แม่นเหมือนมันเพิ่งผ่านมาเมื่อวานด้วยซ้ำ

“แกรู้ปะว่าฉันยังหน้าชาอยู่เลย คือถ้ามันเลี่ยงได้ก็อยากเลี่ยงอะ ไม่เจอกันน่าจะดีกว่า”

“จะเลี่ยงยังไง พ่อแกบอกให้ไปเรียนที่ค่ายมวยเขาไม่ใช่เหรอ”

“อือ ป๋ายืนกรานว่าต้องเรียนที่นั่นเท่านั้น”

กำนันหมานยอมให้ลูกสาวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้ แต่กลับไม่ยอมให้เธอไปเรียนวิชาป้องกันตัวที่อื่นนอกจากที่ศิษย์ราชันย์

“ไม่งั้นแกก็ตีมึนไปเลย ไหนๆ เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว ช่วงวัยใสมันก็ต้องมีโมเมนต์แอบรักใครสักคนเปล่าวะ”

“ว่าแต่พี่เขาเป็นแฟนกับเพื่อนแกจริงเหรอ มั่นใจแล้วใช่เปล่า”

“คิดว่านะ” การที่ขวัญฤทัยย้ายเข้าไปอยู่ที่ศิษย์ราชันย์มันก็ค่อนข้างชัดเจน

“เอาเป็นว่าตีมึนไปเลยก็น่าจะดี ไม่อยากให้ขวัญลำบากใจด้วย”

“ทำไมนี่มีความคิดว่าเพื่อนแกไม่น่าเป็นแฟนกับพี่ขุน คือถ้าฉันรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่เพื่อนแอบรักอะ มันจะไม่รู้สึกแปลกๆ หน่อยเหรอวะ ถ้าเขามาจีบไรงี้”

“จริงๆ เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนเลยลิตา คือนี่ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนั้นแล้ว” มันคือเรื่องความรู้สึกที่ไม่ตรงกัน แล้วถ้าจิรัชกับขวัญฤทัยใจตรงกันมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป