บทที่ 17 17
ไม่นับรวมถ้อยคำเหน็บแนม แน่นอนว่าเรื่องนี้บอกอัณณพไปคงไม่ดีเท่าไร เพราะเรื่องที่เธอเคยแอบชอบจิรัชนั้นไม่มีใครเคยรู้นอกจากเจ้าตัวรวมไปถึงขวัญฤทัยเพื่อนของเธอ
“มันไม่ได้แกล้งหรอก” อัณณพหัวเราะชอบใจกับสภาพน้องสาวตัวเอง “ยังไงก็ต้องวอร์มร่างกายก่อน ยิ่งเอ็งแทบไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน จะเหนื่อยแบบนี้มันก็ไม่แปลก”
“ไม่อยากเรียนแล้ว”
เพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่ยอมเป็นคนสอนเอง รู้ว่ายังไงภิรดาจะออกอาการงอแง ถ้าเขารับหน้าที่นั้นก็คงใจโอนอ่อนจนไม่เป็นอันฝึกเรียนพอดี
“ไม่เรียนก็ดีสิ เอ็งจะได้ไม่ต้องไปเรียนต่อถึงต่างประเทศ ที่จริงเลือกมหา’ลัยดีๆ สักที่ในกรุงเทพฯ ก็พอแล้วมั้ง”
หรือที่กำนันหมานสร้างเงื่อนไขตรงนี้ขึ้นมาเพราะหวังให้ภิรดาล้มเลิกความตั้งใจตัวเองด้วย
ภิรดาตีมึนไม่ฟังสิ่งที่พี่ชายกำลังโน้มน้าวใจ
“เปลี่ยนคนสอนให้เล็กได้ไหมอะ” ตอนนี้เธอขอถอนคำพูดที่ว่าเรียนกับใครก็ได้ จะให้กลับไปเรียนกับจิรัชอีกก็ยากเพราะเธอเล่นปากดีใส่เขาไปแล้ว
“หรือจริงๆ แล้วเอ็งแค่เขินไอ้ขุน?” อัณณพตั้งข้อสงสัย ที่จริงเมื่อก่อนเคยมีสาวๆ มาสมัครเรียน แต่พอเอาเข้าจริงจุดประสงค์หลักคือการมาแอบส่องลูกชายเจ้าของค่ายมวย
ส่วนเรื่องเรียนเป็นเพียงเหตุผลรอง มากไปกว่านั้นยังแอบถ่ายรูปมันไปลงตามโซเชียล
ผลสุดท้ายที่ตามมาคือโดนไอ้ตัวดีคืนเงินค่าเรียนพร้อมเชิญออกจากค่าย แถมยังติดแบล็กลิสต์ไม่ให้กลับมาที่นี่อีก
“จะบ้าเหรอ!” ภิรดาโวยวายเสียงลั่น
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอไม่เถียงหรอก แต่ตอนนี้ขนาดเข้าใกล้แถมยังจ้องตากลับใจก็ไม่ได้เต้นแรงเหมือนเมื่อหลายปีก่อน
มันก็ชัดแล้วว่าจิรัชตายจากใจเธอไปแล้ว
อีกอย่างที่สำคัญที่สุด จิรัชกับขวัญฤทัยกำลังสร้างครอบครัวด้วยกันแถมยังมีพยานรัก เธอจะบ้าไปคิดเรื่องแบบนั้นกับคนของเพื่อนได้ยังไง
“เล็กแค่ไม่อยากมีปัญหากับเพื่อน” นอกจากความอึดอัดก็ยังมีเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย
“ใครวะ” คนเป็นพี่ถึงกับงง อยู่ๆ น้องสาวตัวเองก็พูดอะไรชวนให้ต้องเกาศีรษะแบบนี้
“ก็ขวัญไง”
“แล้วขวัญเกี่ยวอะไรกับไอ้ขุน”
สองคนนี้มีความเชื่อมโยงกันยังไง นอกจากใช้ค่ายศิษย์ราชันย์เป็นที่อาศัย ซึ่งความจริงแล้วจิรัชก็มีบ้านของตัวเองแยกอยู่อีกที่ด้วยซ้ำ
“มันไม่ใช่ผัวเพื่อนเอ็งเสียหน่อย”
“อ้าว...” หญิงสาวอุทาน ถ้าแฟนของขวัญฤทัยไม่ใช่จิรัชแล้วทำไมเพื่อนเธอถึงย้ายมาอยู่ที่นี่
“แล้วแฟนขวัญคือใคร”
“ไอ้ดีนลูกชายครูแดนโน่น” อัณณพส่ายศีรษะก่อนที่จะเริ่มขบขันความเข้าใจผิดของน้องสาวตัวเอง
“คนอย่างไอ้ขุนเนี่ยนะจะมีเมีย”
ภิรดาเม้มปากแน่นเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะลั่นราวกับเจอเรื่องขบขัน แล้วเสียงหัวเราะก็ไม่ได้เบาสักนิดเล่นดึงสายตาคนอื่นพากันจับจ้องมาตรงนี้
“จะหยุดขำได้ยัง เสียงดัง” หญิงสาวบ่นอุบอิบ
“เรื่องนี้ต้องถึงหูไอ้ขุนจริงๆ ว่ะ” คนพูดยังไม่หยุดหัวเราะ บางจังหวะมีการปาดน้ำตาอีกต่างหาก
“พี่ใหญ่อย่าหาเรื่องให้เล็กนะ” ภิรดารีบเกี่ยวคอพี่ชาย ขืนอัณณพเอาเรื่องนี้ไปบอกจิรัชมีหวังเขาคงได้คิดบัญชีกับเธอโดยการฝึกสอนแน่ๆ
“แค่นี้เล็กก็ขาสั่นจะแย่แล้ว”
“มันก็ต้องซ้ำร่างกายจะได้ชิน คนไม่ออกกำลังกายก็แบบนี้แหละ” คนเป็นพี่ว่าเสียงกลั้วหัวเราะ วางมือบนศีรษะทุยได้รูปแล้วจับโยกไปมา “เชื่อเถอะว่าให้ไอ้ขุนสอนน่ะดีแล้ว มันเก่ง จะเรียนเทควันโดเพิ่มกับมันก็ยังได้”
“ครูคนอื่นไม่ว่างจริงๆ เหรอ”
“ไม่ว่างหรอก ช่วงนี้ตรงกับช่วงเก็บตัวด้วย”
ภิรดาพยักหน้าด้วยความรู้สึกที่ปลง แค่คิดว่าต้องกลับไปเรียนกับจิรัชหัวใจของเธอก็เกิดอาการแห้งเหี่ยวขึ้นมา
ยิ่งแสดงอาการออกไปว่าไม่อยากเรียนกับผู้ชายคนนั้นมากเท่าไรก็น่าจะยิ่งเพิ่มความสงสัยให้กับอัณณพมากเท่านั้น ครั้นจะบอกถึงสาเหตุจริงๆ กับคนอื่นก็ไม่ได้อีก
อึดอัดใจไปหมด!
ผ่านไปสิบนาทีแล้วสำหรับการพยายามนั่งสงบสติอารมณ์ ดวงตากลมโตเหลือบมองพี่ชายที่ลุกออกไปได้สักพัก ดูเหมือนอัณณพแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของค่ายศิษย์ราชันย์ไปแล้ว
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกกับการตัดสินใจได้ในที่สุด ใช้มือยันกับที่นั่งเพื่อลุกขึ้นยืนแล้วเบี่ยงปลายเท้าไปยังสถานที่ที่เดินออกมาก่อนหน้านี้
เจ้าของร่างกำยำยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพียงแต่เขายืนหันหลังอยู่คล้ายกับกำลังง่วนอยู่กับอะไรสักอย่าง ภิรดาอยากจะกระแทกลมหายใจแรงๆ แต่ก็ทำได้แค่กลอกตาเป็นวงกลมแล้วก้าวเท้าเข้าไปอย่างเงียบๆ
“ถ้ามาทวงค่าเรียนก็ทิ้งเลขบัญชีไว้” ปลายเท้าของภิรดาหยุดชะงักหลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ทั้งที่เขาไม่ได้หันหน้ากลับมาด้วยซ้ำ แต่ก็ยังรู้อีกว่าเธอเดินเข้ามา
“หรือจะให้โอนเข้าบัญชีไอ้ใหญ่?”
“เรามาคุยกันดีกว่าค่ะ” คนตัวเล็กหลับตาลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก “อย่างน้อยจะได้ไม่เกลียดกันไปมากกว่านี้”
จิรัชที่ตอนแรกง่วนอยู่กับเชือกพันมือหันหน้ามองเจ้าของประโยคนั้น นัยน์ตาคมเข้มปราดมองหญิงสาวที่ยืนเชิดหน้าอย่างอวดดี
“สองนาที” เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้มีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับเขา
“เวลาเป็นเงินเป็นทอง”
