บทที่ 4 ฉันชอบพี่เขา

“บ้าไม่ได้ชอบ” ฉันรีบปฏิเสธเสียงสูงพลางรีบหันหน้าไปมองทางอื่นอย่างลนลาน ไม่ได้ร้อนตัวเลยนะ ใครจะไปชอบพี่คิณกัน ก็เขาทั้งหล่อทั้งเท่ แถมใจดีอีก ใครมันจะไปชอบล่ะ

“ถ้าแกไม่ชอบพี่คิณแล้วเรื่องอะไรฉันต้องช่วยด้วยล่ะ” ฉันรีบหันใบหน้ากลับมาหาเพื่อนสนิทอย่างทันควัน มนยกแขนขึ้นกอดอกพลางเลิกคิ้วมองมาทางฉันอย่างหยั่งเชิงตอนนี้หัวใจในอกของฉันมันสั่นระรัวเหมือนตอนโดนพ่อจับได้ว่าไม่ได้ไปเรียนพิเศษอย่างไรอย่างนั้นแหละ

“ก็แกบอกว่าแกจะช่วยฉันนี่”

“แต่ถ้าแกไม่ได้ชอบพี่คิณ ก็ไม่มีประโยชน์หรือเปล่า” ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากยามที่ถูกเพื่อนรักจับจ้องมาด้วยแววตาที่จับผิดปนขบขัน

เสียงฝนที่ดังอยู่ด้านนอกกลบเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักอยู่ในทรวงอกไม่ให้คนอื่นได้ล่วงรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังตื่นเต้นแค่ไหน ก็แหงล่ะ ฉันกำลังถูกเพื่อนสนิทต้อนให้ยอมรับว่าแอบชอบรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตอย่างพี่คิณทั้งที่เพิ่งรู้จักพี่เขาได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ

“เออ ฉันชอบพี่เขา” ฉันก้มหน้าลงมองพื้นกระเบื้องด้านหลังเพราะกลัวว่ามนจะล้อใบหน้าที่แดงระเรื่อ ถึงฉันจะไม่เห็นตัวเองแต่ก็สัมผัสได้เลยว่าหน้าฉันตอนนี้มันแดงเถือกเลยด้วยซ้ำ

“ก็แค่เนี่ย เดี๋ยวเพื่อนคนนี้จะช่วยแกเองนะ” มนเอื้อมมือมาบีบไหล่ฉันอย่างให้กำลังใจก่อนจะเดินออกจากตึกฝ่าฝนไปขึ้นรถของแม่เธอที่มาจอดรออยู่ตรงหน้าตึกได้สักครู่แล้วด้วยท่าทีที่อารมณ์ดีราวกับว่าตัวเองเป็นฝ่ายโดนบอกชอบเองอย่างนั้นแหละ

พอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็เดินขึ้นชั้นสองมุ่งไปที่ห้องของตัวเองด้วยสภาพที่เหนื่อยหน่ายเต็มทีก่อนจะวางกระเป๋าลงบนเตียงนอนพร้อมกับหย่อนกายลงไปนั่งพัก

ในมือยังคงถือร่มคันที่พี่คิณให้ไว้พร้อมกับทอดสายตามองมันอย่างไม่วางตา

พี่คิณจงใจซื้อให้หรือเปล่านะ หรือว่าพี่คิณแค่พกมันมาใช้เองแล้วสงสารฉัน แต่ไม่ว่ายังไงพี่เขาก็ให้ร่มฉันไม่ใช่หรือไง

พอคิดอย่างนี้แล้วมุมปากฉันก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวจนต้องวางร่มนั้นพิงไว้กับโต๊ะข้างเตียง

พี่คิณ... ชอบฉันอย่างนั้นเหรอ

แค่คิดก็เขินจนแทบจะกรี๊ดออกมาแล้วบ้าเอ๊ย นี่ฉันเป็นอะไรของฉันเนี่ย

ฉันเอนกายลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงใหญ่พลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงนอนจนผ้าปูที่นอนตึงยับยู่ยี่

ติ๊ง!!!

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า ฉันรีบเอื้อมมือไปล้วงหยิบมันขึ้นมาด้วยความรีบร้อนก่อนจะกดเข้าไปอ่านข้อความใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น โทรศัพท์ในมือถูกชูขึ้นเหนือใบหน้าของฉันแถมยังจดจ้องมันอย่างลุ้นระทึก

มน: ทำใจดี ๆ นะแก ฉันมาห้างกับแม่แล้วเห็นพี่เมนิลกับพี่คิณยืนอยู่หน้าโรงหนังอะ

มน: แต่พี่เขาแค่อาจจะยืนคุยกันก็ได้ เนอะ ๆ

โทรศัพท์เครื่องบางหล่นลงทับใบหน้าของฉันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวจนฉันรีบลุกขึ้นมานั่งด้วยอาการเจ็บปวด

โอ๊ย ยายบ้านิดา

ฉันยกมือขึ้นมาจับสันจมูกที่ถูกโทรศัพท์ล่วงลงกระแทกอย่างแรง ได้แต่โทษตัวเองที่ซุ่มซ่ามอะไรเบอร์นี้

แต่ว่าพี่คิณกับพี่เมนิล ถ้าไปหน้าโรงหนังขนาดนั้นแล้วจะเหลืออะไรนอกจากไปเดตกันล่ะ

ราวกับโทรศัพท์เมื่อครู่เป็นดังเครื่องเตือนสติฉุดฉันขึ้นมาจากฝันกลางวันที่ทำฉันหน้าแตกดังเปรี๊ยะหล่นลงไปกองบนพื้นเป็นเศษเล็กเศษน้อย

นิดาเอ๊ย นิดา แกต้องมั่นหน้าเบอร์ไหนเนี่ยว่าพี่เขาชอบแก

นั่นพี่คิณเลยนะ คิณ อคิราห์ หน้าก็หล่อพ่อก็รวย คนระดับสูงเบอร์นั้นจะหันมามองอะไรที่เธอกันล่ะ

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา ในใจฉันตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังมีดอกไม้ทั้งทุ่งเหี่ยวเฉาอยู่ในใจฉันเพราะพายุฝนโหมกระหน่ำอย่างไรอย่างนั้นแหละ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นิดาลูก” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงของหญิงสาววัยกลางคน ผู้เป็นแม่ของฉันเอง

“ค่ะแม่ เข้ามาได้ค่ะ” ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาในห้องฉันหลังจากที่ฉันกล่าวอนุญาต

“เป็นอะไรเรา ไม่สบายเหรอ ตากฝนหรือเปล่า” ฉันส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ราวกับไม่มีเรี่ยวแรง

“เปล่าค่ะ หนูแค่เหนื่อย ๆ”

“งั้นเหรอ” แม่ลงมานั่งข้างฉันสายตาที่ห่วงใยจากผู้เป็นแม่จับจ้องมาทางฉัน

“มีอะไรหรือเปล่าคะแม่ หนูว่าจะไปอาบน้ำนอนแล้ว”

“วันเสาร์นี้ว่างหรือเปล่า”

“ว่างค่ะ” ฉันตอบแบบไม่ต้องคิดเพราะว่าไม่มีกิจกรรมรับน้องและฉันก็ไม่ได้ลงเรียนภาคพิเศษอะไร “แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คือแม่นัดเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว เธอเป็นเพื่อนแม่สมัยเรียนมัธยมเป็นเพื่อนสนิทกันเลยนะ”

“แล้วทำไมเหรอคะ” ฉันมองผู้เป็นแม่พลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“แม่อยากให้เราไปด้วยนะ ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อยนะ เนี่ยเพื่อนแม่เขาเอาลูกชายมาด้วยเห็นว่าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันรู้จักกันไว้ก็ดีนะลูก”

อย่าบอกนะว่า... แม่จะพาฉันไปดูตัวน่ะ

“บอกฉันทีลมอะไรหอบให้แกแบกพวกฉันมาซื้อเสื้อผ้าได้เนี่ย” มนว่าอย่างแปลกใจพร้อมกับเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านอย่างคุ้นชิน

“แม่ฉันนัดกับเพื่อนสนิทสมัยมัธยมแล้วเอาฉันไปด้วยอะดิ” ฉันว่าอย่างเบื่อหน่ายพลางเดินตามเพื่อนรักที่กำลังเลือกดูเสื้อผ้าอย่างสนอกสนใจ มนเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเก่งต่างจากฉันที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำไปซ้ำมา ส่วนวิที่เดินตามมาอยู่อีกฝั่งก็มองเสื้อผ้าที่เข้ากับสไตล์การแต่งตัวของตัวเองที่จะออกแนวสาวน้อยน่ารักตามแบบฉบับของเทวิกา

“แม่นัดเจอเพื่อนแล้วเกี่ยวอะไรกับแกอะ” วิที่ยืนเงียบอยู่สักพักเอ่ยถามด้วยความสงสัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป