บทที่ 2 กลิ่นเหล้าตอนตีสาม (2)
กลิ่นเหล้าตอนตีสาม
“ถ้าดาวนอนแล้ว พี่องศาจะเอาหินขว้างหัวดาวแทนกระจกไหมล่ะคะ” นับดาวกอดอก พิงกรอบหน้าต่างมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเริ่มประท้วงด้วยการเต้นผิดจังหวะตั้งแต่เห็นหน้าเขา
“ไปฟัดกับใครมาล่ะคะคืนนี้ สภาพเหมือนหมาโดนรุมฟัดเลย”
องศาหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะขยับขึ้นลงในอกหนาอย่างคนอารมณ์ดี เขาทิ้งตัวลงจากราวระเบียงฝั่งตัวเอง ย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนจะใช้ความเชี่ยวชาญที่ทำมาตั้งแต่สิบขวบ ก้าวข้ามช่องว่างระเบียงที่สูงจากพื้นดินชั้นสองข้ามมายังระเบียงห้องของนับดาวได้อย่างง่ายดายและเงียบเชียบ
ตัวเขาใหญ่เกินกว่าระเบียงแคบๆ ของเธอไปมาก พอเขาก้าวเข้ามา พื้นที่ตรงนี้ก็ดูเล็กลงไปถนัดตา กลิ่นกายชายหนุ่มผสมโรงกับกลิ่นอบอวลของสถานบันเทิงล้อมรอบตัวนับดาวทันที จนเธอต้องขยับถอยหลังหนีเข้าห้อง
“ปากดีขึ้นทุกวันนะเรา เรียนแฟชั่นแน่นะหรือเรียนคณะฝีปากกล้าข้ามคืนกันแน่” องศาเดินตามเข้ามาในห้องอย่างคุ้นชิน เขาไม่ถามอนุญาตเจ้าของห้องสักคำ ร่างสูงใหญ่ในชุดนิสิตยับเยินทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตของเธอจนฟูกยุบลงไปแถบหนึ่ง เขาทิ้งศีรษะลงกับหมอนหนุนสีชมพูอ่อนของเธอก่อนจะครางอือในลำคออย่างสบายตัว
นับดาวปิดหน้าต่างเลื่อนล็อกตามเดิม ก่อนจะหันกลับมามองหัวขโมยที่ชอบมาขโมยพื้นที่เตียงนอนของเธอเป็นประจำ
“พี่องศา ลุกขึ้นเลยค่ะ ตัวเปื้อนเหล้าเปื้อนบุหรี่ขนาดนี้มานอนเตียงดาวได้ยังไง ซักผ้าปูเหนื่อยนะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ แกล้งดึงขากางเกงสแล็กของเขา แต่แรงเด็กผู้หญิงปีหนึ่งหรือจะสู้แรงหนุ่มวิศวะปีสามที่วันๆ อยู่กับเครื่องยนต์กลไก องศาไม่ขยับเลยสักนิด แถมยังพลิกตัวตะแคงข้างซุกหน้าเข้าหาหมอนของเธอมากขึ้น
“ดาว พี่ปวดหัว ฉี่จะราดแล้วเนี่ย” เขาพึมพำเสียงอู้อี้ในหมอน
“ขอน้ำมะนาวอุ่นๆ หน่อยดิ มะนาวในตู้เย็นบ้านพี่หมด แม่นิ่มไม่ได้ซื้อไว้เลย”
“ตู้เย็นบ้านตัวเองหมด เลยจะมาปล้นตู้เย็นบ้านคนอื่นว่างั้น”
“บ้านคนอื่นที่ไหนบ้านน้องสาวคนโปรดของพี่ต่างหาก” เขายังคงพูดเล่นลิ้นพึมพำค้านสายตาที่หลับสนิท
คำว่าน้องสาวคนโปรด หลุดออกมาจากปากเขาได้อย่างง่ายดายและลื่นไหลตามประสาคนเจ้าชู้ที่ชอบพูดหยอดให้คนฟังใจสั่นเล่น แต่มันกลับทำให้คนฟังอย่างนับดาวหน้าร้อนวาบจนต้องหันหลังหนีเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น แต่เขาแอบลืมตาขึ้นมามองอยู่ข้างหนึ่งพอดี เธอกำมือแน่น สูดหายใจเข้าลึกๆ คุมเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุด
“พูดจาเรื่อยเปื่อย ถ้าพ่อมาได้ยิน พี่โดนลูกซองแน่”
“น้าจักรไม่ยิงพี่หรอก น้าจักรรักพี่จะตาย ฝากให้ดูแลดาวที่มหา'ลัยทุกวัน ไปทำน้ำมะนาวให้หน่อยเร็วๆ จะลงแดงตายแล้ว” เขาพลิกตัวกลับมานอนหงาย ดวงตาปรือปรอยคู่นั้นมองตามหลังเธออย่างอ้อนๆ แบบที่เขาชอบใช้เวลาอยากได้อะไรสักอย่างจากเธอ
นับดาวทำเป็นบ่นกระปอดกระแปด สลัดรองเท้าสลิปเปอร์เดินออกจากห้องนอน ลงบันไดบ้านที่เงียบเชียบในยามวิกาลเพื่อตรงไปยังห้องครัว เธอเปิดตู้เย็น หยิบมะนาวลูกแป้นมาคั้นน้ำ ผสมน้ำอุ่นและเกลือปลายนิ้วอย่างคล่องแคล่ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เธอต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้เขา
ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่โตมาด้วยกัน องศาคือพี่ชายข้างบ้านที่เป็นเหมือนดวงอาทิตย์จอมวุ่นวาย เจิดจ้า ร้อนแรง และเข้าถึงยากเมื่อเขาเริ่มโตเป็นหนุ่ม เขาเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ควงดาวคณะนั้น ดาวโรงเรียนนี้ไม่ซ้ำหน้า ใครๆ ก็บอกว่าองศาวิศวะยานยนต์น่ะคือเสือที่ไม่มีใครถอดเขี้ยวเล็บได้
แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เวลาเสือตัวนี้บาดเจ็บ อกหัก หรือเมามายจนไม่ได้สติ สถานที่เดียวที่เขาจะหอบร่างยับๆ ของตัวเองมาซุกซ่อนตัว คือห้องนอนจืดชืดของเด็กผู้หญิงข้างบ้านที่ชื่อนับดาว
เธอคือพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีเรื่องผู้หญิง ไม่มีเกมบริหารเสน่ห์ เป็นแค่ไอ้หนูนับดาวของเขา
และการเป็นพื้นที่ปลอดภัยนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้นับดาวไม่เคยหลุดพ้นจากคำว่าแอบรักได้เลยสักที
เมื่อแก้วน้ำมะนาวอุ่นๆ ถูกยกกลับขึ้นมาบนห้องนอน องศาก็เปลี่ยนท่ามานั่งพิงหัวเตียงแล้ว เขาดูตื่นขึ้นเล็กน้อยแต่ตาซ้ายยังแดงก่ำ มือหนารับแก้วน้ำไปถือไว้ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง หยดน้ำสีใสไหลเปื้อนตามมุมปากลากผ่านลูกกระเดือกแกร่งที่ขยับขึ้นลงลงไปจนถึงแผงอกที่เปิดกว้าง นับดาวต้องแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อดึงสติอันน้อยนิดของตัวเองกลับมา
