บทที่ 6 เส้นแบ่งที่เรียกว่าพี่น้อง (1)
เส้นแบ่งที่เรียกว่าพี่น้อง
ความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในคำว่าน้องสาวข้างบ้าน ยังคงตกค้างอยู่ในอกของนับดาวไม่จางหาย แม้ว่าเข็มนาฬิกาจะล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่ายของวันแล้วก็ตาม
บรรยากาศภายในห้องเรียนรวมของคณะศิลปกรรมศาสตร์ดูจะไม่ได้เข้าหัวของเธอเลยสักนิด นิ้วเรียวสวยที่ถือดินสอกดสเก็ตช์ภาพลงบนสมุดเล่มโปรดลากเส้นไปมาอย่างไร้จุดหมาย จากที่จะวาดโครงร่างเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ กลับกลายเป็นรูปโครงหน้าคมคายดุดันของใครบางคนที่เพิ่งแกล้งล็อกคอเธอเมื่อเช้า
“ถ้าวาดขนาดนี้ แนะนำให้ตัดรูปพี่องศาแปะฝาบ้านเถอะยัยดาว”
เสียงกระซิบของเจนนิสดังขึ้นข้างหู พร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ ทำให้นับดาวสะดุ้งสุดตัว รีบปิดสมุดสเก็ตช์ภาพฉับจนเกิดเสียงดัง พลอยใสและบิวตี้ที่นั่งอยู่แถวหน้าหันมามองขำๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจอาจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่หน้าห้อง
“บ้าเหรอเจนนิส เราแค่วาดรูปเล่นเรื่อยเปื่อย” นับดาวแสร้งทำเป็นจัดกรอบแว่นหนาเพื่อซ่อนแววตาไหวระริก
“เรื่อยเปื่อยจนเป็นหน้าพี่องศาเนี่ยนะ” เจนนิสตวัดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน เธอทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจยาว
“ดาวฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งแต่มัธยมนะ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกคิดยังไงกับพี่ชายข้างบ้านคนนั้น แต่เมื่อเช้าแกก็เห็นใช่ไหมว่าสภาพเป็นยังไง”
คำพูดของเจนนิสเหมือนปลายเข็มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนแผลสด นับดาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“พี่องศาเขาก็แค่แกล้งเล่นตามประสาเขานั่นแหละ เขาเห็นเราเป็นน้องสาวมาตั้งแต่เด็ก...”
“นั่นแหละที่ฉันอยากให้แกตื่นสักที!” เจนนิสขยับเข้ามาใกล้ กดเสียงให้เบาที่สุดแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“คำก็คือน้องสาว สองคำก็คือน้องสาว แต่การกระทำของเขาคือกะล่อน หยอดไปเรื่อย แกล้งล็อกคอ ขยี้หัว ประกาศไม่ให้ผู้ชายคนอื่นจีบแก มันไม่ใช่เพราะเขาหวงแกแบบคนรักหรอกดาว เขาแค่หวงของตาย! หวงพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง แล้วพอยัยพี่เรนนี่ดาวนิเทศนั่นเข้ามาแทรก เขาก็ปล่อยให้ยัยนั่นอ้างสิทธิ์เป็นแฟนหน้าตาเฉย แกเห็นหรือยังว่าผู้ชายคนนั้นมันเสือผู้หญิงขนาดไหน”
“...”
“เลิกชอบพี่องศาเถอะดาว” เจนนิสเอื้อมมือมากุมมือบอบบางของเพื่อนไว้ แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยจากใจจริง
“แกเป็นคนเก่ง เป็นสาวแฟชั่นที่ซ่อนรูปซ่อนความสวยไว้ขนาดนี้ อย่าเอาหัวใจไปทิ้งไว้กับคนใจร้ายที่ไม่มีวันเห็นค่าแกในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเลย ยิ่งแกอยู่ใกล้เขาในฐานะน้องสาวข้างบ้าน แกนั่นแหละที่จะต้องเจ็บซ้ำๆ ไม่มีวันจบสิ้น”
คำเตือนสติของเพื่อนสนิทดังสะท้อนอยู่ในหัวของนับดาวราวกับเสียงระฆัง เธอรู้…รู้ทุกอย่างที่เจนนิสพูด รู้ดีกว่าใครว่าองศาเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ควรเอาหัวใจไปเสี่ยง เขาฮอตเกินไป เจ้าชู้เกินไป และกะล่อนเกินกว่าจะหยุดอยู่ที่ใคร แต่หัวใจเจ้ากรรมมันกลับไม่รักดี แอบรักเขาข้างเดียวมาตั้งแต่วัยเยาว์ ยามที่เขาปีนระเบียงมาหาตอนตีสาม ยามที่เขาอ้อนขอน้ำมะนาวคั้น หัวใจมันก็พาลคิดไปไกลทุกที ทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายมันเป็นเพียงความว่างเปล่า
หลังเลิกคลาสช่วงบ่าย นับดาวเดินแยกกับกลุ่มเพื่อนเพื่อไปจัดการธุระที่ตึกทะเบียน แสงแดดยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มรำไร ไอความร้อนจากพื้นปูนทำให้บรรยากาศดูอบอ้าวชวนให้รู้สึกอึดอัดใจคล้ายกับความรู้สึกในอก
ขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านวงเวียนหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อไปยังจุดจอดรถประจำทาง สายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตคูเป้คันหรูสีดำสนิทที่คุ้นตาจอดเทียบอยู่ข้างฟุตบาท เจ้าของรถไม่ใช่ใครอื่น
พี่องศาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าที่บัดนี้ถอดออกพาดไว้ที่เบาะหลัง เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่ขับให้แผงอกและท่อนแขนกำยำดูโดดเด่นขึ้น
และที่นั่งข้างคนขับนั้น คือเรนนี่
ดาวคณะนิเทศศาสตร์สาวสวยกำลังหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุข เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชิดกับองศาจนเกือบชิด ใบหน้าคมคายของเสือร้ายจุดรอยยิ้มมุมปากแสนกะล่อน มือหนาเอื้อมไปหยิกแก้มหญิงสาวอย่างหยอกล้อ ท่าทางสนิทสนมแฝงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนั้นตอกย้ำสถานะความเป็นจริงในใจของนับดาวทันที
‘เขามีโลกของเขา โลกที่เต็มไปด้วยผู้หญิงสวยๆ เหมาะสมกับเขา ไม่ใช่เด็กแว่นข้างบ้านแบบเธอ’
นับดาวหยุดยืนนิ่งราวกับถูกสาป ความรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ แล่นมาจุกที่คอหอย ขอบตาภายนอกร้อนผ่าวจนต้องก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล เธอกระชับสายกระเป๋าเป้แน่น พยายามบังคับขาทั้งสองข้างให้ก้าวเดินผ่านภาพบาดตานั้นไปให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้เขาเห็น ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอแอบมายืนเจ็บปวดอยู่ตรงนี้
