บทที่ 17 ถ้าไม่กลับมาในฐานะบุตรสาวข้าจะทุบทำลายหมู่บ้านแห่งนี้ซะ
แม่ทัพซุนเทาเป็นชายผู้ทรงอำนาจและทะเยอทะยานในทุกด้านของชีวิต นิสัยพื้นฐานของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยความเห็นแก่ตัวในระดับที่สูงส่ง ทุกการกระทำของเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและเพื่อความรุ่งเรืองของตระกูล เขาเป็นบุรุษผู้ไร้หัวใจ ใช้ชีวิตอย่างเย็นชาและปราศจากความผูกพันทางอารมณ์ที่แท้จริงกับผู้อื่น
ชายผู้นี้มากภรรยาและบุตรมากมายเสียจนตัวเขาเองแทบไม่จดจำว่ามีใครบ้าง บุตรจากสตรีที่ต้อยต่ำสำหรับเขาเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ความหมาย ไร้ค่าพอจะจดจำชื่อเสียงเรียงนาม เขาให้คุณค่ากับสิ่งใดก็เพียงแต่สิ่งที่ส่งผลต่อความมั่งคั่งและความยิ่งใหญ่ของตระกูลเท่านั้น
บุตรชายคนโตของซุนเทา นามว่าซุนฮ่าว เกิดจากผู้หญิงที่เขาเคยรักมากที่สุด แต่ความรักในอดีตกลับไม่ช่วยให้ซุนฮ่าวเป็นบุตรที่คู่ควรแก่ความภาคภูมิใจ ในสายตาของซุนเทา ซุนฮ่าวเป็นเพียงคนไม่ได้เรื่อง ความผิดหวังนี้ผลักดันให้เขามองหาทางเลือกอื่น เพราะสำหรับซุนเทา การที่ตระกูลต้องล่มสลายลงในมือของบุตรผู้ไร้ความสามารถเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันยอมรับ แม้ความรักที่เขามีต่อซุนฮ่าวจะยังคงอยู่ แต่มันไม่เคยมีน้ำหนักพอจะทำให้เขามองข้ามความล้มเหลวนี้ได้
ในขณะที่เขามองหาทางเลือกใหม่ ความสนใจของเขาหันไปยังเด็กสาวผู้หนึ่งลูกของซูหลิน สาวใช้ผู้ต่ำต้อยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเครื่องมือให้เขาสนองความใคร่ เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษกลับทำให้ซุนเทาต้องตกตะลึง นางแสดงให้เห็นถึงพลังฝีมือและศักยภาพที่เหนือความคาดหมาย นางไม่ได้เป็นเพียงลูกของสาวใช้ แต่คือประกายแห่งความหวังใหม่สำหรับตระกูลของเขา
สำหรับซุนเทา เพศหรือสถานะไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป ไม่ว่าผู้สืบทอดจะเป็นบุตรสาวหรือลูกชาย ขอเพียงมีความสามารถและพลังฝีมือพอจะรักษาตระกูลอันยิ่งใหญ่ของเขาไว้ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ และเขาพร้อมจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น แม้จะต้องเหยียบย่ำความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือความผูกพันส่วนตัวที่เหลืออยู่ก็ตาม
แม่ทัพซุนเทาแม้จะทะเยอทะยานและเย็นชา แต่ในใจลึก ๆ เขาย่อมตระหนักถึงผลของการกระทำที่ชั่วช้าของตนเอง ความโหดเหี้ยมและความเห็นแก่ตัวที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตทำให้เขารู้ดีว่าบุตรสาวที่เกิดจากซูหลิน สตรีผู้ต่ำต้อย ไม่มีทางยินดีที่จะหวนกลับมาสู่ตระกูลที่เขาสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ
แววตาของแม่ทัพเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเฉียบคมดุจใบมีด เขาสั่งรวบรวมกำลังพลมากถึง 500 นาย ทหารทั้งหมดถูกจัดเตรียมพร้อมเหมือนกำลังจะออกไปทำศึกสงครามใหญ่ ความเร่งรีบและจริงจังในครั้งนี้บ่งบอกถึงความสำคัญของเป้าหมายของเขา จุดหมายปลายทางของกองทัพไม่ใช่เมืองใหญ่หรือสนามรบ แต่กลับเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยากจนและห่างไกลนามว่า ไท่ผิงชุน
ไม่นานนัก กองทัพของแม่ทัพซุนเทาก็มาถึง ธงผืนใหญ่ที่ประดับด้วยเครื่องหมายประจำตระกูลปลิวไสวอยู่กลางอากาศ เป็นเสมือนการประกาศตัวอย่างชัดเจนถึงอำนาจของผู้มาเยือน หมู่บ้านไท่ผิงชุนที่เงียบสงบกลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ชาวบ้านต่างตกตะลึงและตื่นตระหนก พวกเขาหลบซ่อนอยู่ในบ้านหรือแอบมองอยู่หลังรั้วด้วยความกังวล
ซุนเทาสั่งการให้ทหารรับใช้ของเขาเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ขณะที่ชาวบ้านพากันเฝ้าดูด้วยความระแวง ทหารผู้รับคำสั่งยืนตัวตรงและเสียงของเขาดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน
"ข้าคือผู้แทนของแม่ทัพซุนเทา ท่านแม่ทัพแห่งเมืองใหญ่! เรามาที่นี่เพราะมีเหตุสำคัญ ข้าต้องการพบสตรีนางหนึ่ง นางชื่อว่า ซูหลิน ขอให้นางออกมาพบท่านแม่ทัพในทันที!"
เสียงนั้นก้องสะท้อนในความเงียบสงบของหมู่บ้าน ซูหลินชื่อที่ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงกร้าวกระตุ้นความสนใจและความหวาดกลัวในหัวใจของชาวบ้านทันที ผู้คนในหมู่บ้านซึ่งรู้จักซูหลินในฐานะสตรีผู้อ่อนโยนและทำงานหนักต่างพากันสงสัยว่าเหตุใดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องการพบกับหญิงสาวธรรมดาเช่นเธอ
ขณะเดียวกัน ซูหลินซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักหลังเล็กได้ยินเสียงประกาศนั้นเช่นกัน ใบหน้าของนางซีดเซียว ความทรงจำในอดีตที่เธอเคยถูกแม่ทัพซุนเทาปฏิบัติเยี่ยงสิ่งของพุ่งกลับมาในจิตใจ นางรู้ว่าการมาเยือนครั้งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดี และนางย่อมปฏิเสธไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เยี่ยจิงหลิน ผู้เป็นบุตรสาวจับมือของมารดาไว้แน่น
"ท่านแม่" เยี่ยจิงหลินกล่าวอย่างร้อนรน แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสน เหตุการณ์ที่นางพยายามเข้าไปในจวนเพื่อสังหารฮูหยินใหญ่ แต่กลับถูกจับได้ก่อนที่จะสำเร็จ ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนาง
มารดาของนางมองดูบุตรสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน แม้สถานการณ์จะเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่นางยังคงสงบนิ่งและเอื้อมมือไปลูบหลังมือของบุตรสาว ราวกับพยายามปลอบโยนและเสริมความมั่นใจให้
"ลูกแม่ เจ้าอย่าได้กังวลไป" มารดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ท่านแม่ทัพอาจจะเป็นคนที่เย็นชา แต่เขาไม่มีทางที่จะทำร้ายข้าเป็นอันขาด"
นางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้เขาจะไม่เคยแสดงความรักหรือใส่ใจข้าอย่างแท้จริง แต่เขาก็ไม่เคยคิดทำร้ายข้า"
คำพูดของมารดาทำให้เยี่ยจิงหลินรู้สึกสับสนเล็กน้อย นางไม่แน่ใจว่าความสงบนิ่งของมารดาเป็นเพราะความมั่นใจในตัวแม่ทัพซุนเทา หรือเพราะความอ่อนล้าจากชะตากรรมที่นางเผชิญมาตลอดชีวิตกันแน่
"แต่ท่านแม่... ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม ท่านแม่ทัพอาจมองว่าข้าคือคนทรยศ นี่อาจจะส่งผลถึงตัวท่านด้วย!" เยี่ยจิงหลินกล่าวอย่างกังวล
ซูหลินยืนกรานที่จะเผชิญหน้ากับแม่ทัพซุนเทาด้วยตัวเอง นางไม่ยอมให้บุตรสาวต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้เย็นชาและอำมหิตเช่นเขา แต่เมื่อเวลามาถึง นางก็เดินทางไปยังขบวนทัพด้วยความมั่นใจ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความระแวงและหวาดหวั่น
เมื่อซูหลินมาถึง แม่ทัพซุนเทายืนรออยู่แล้ว เขามองนางด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน ราวกับว่าความรู้สึกเดิม ๆ ในอดีตได้ย้อนกลับมา "เจ้ายังคงงดงามเช่นดังเดิม" เขากล่าวเสียงเบา
ทว่า คำพูดชมเชยของเขาไม่ได้ทำให้นางรู้สึกยินดี ซูหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่แฝงความห่างเหิน "ท่านมาที่นี่เพื่ออะไรกัน? ข้ากับลูกได้ออกจากจวนของท่านมาแล้ว หากท่านยังมีสิ่งใดที่ต้องการ จงพูดมาเสียที"
แม่ทัพซุนเทาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามคำถามที่ทำให้หัวใจของซูหลินปวดร้าวอย่างไม่อาจปิดบังได้ "ลูกของเรานางชื่อว่าอะไรนะ?"
คำถามนั้นฟังดูเรียบง่าย ทว่ากลับสะท้อนถึงความละเลยและไม่ใส่ใจของเขาที่ผ่านมา ซูหลินรู้สึกเจ็บลึกในใจ แต่ก็ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ "นางชื่อเยี่ยจิงหลิน ตอนนี้นางอายุ 18 ปีแล้ว"
แม่ทัพพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก... เจ้าทำได้ดีจริง ๆ ซูหลิน เจ้าสองแม่ลูกกลับไปอยู่กับข้านะ ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครในตระกูลกล้ารังแกเจ้าหรือบุตรสาวของเราอีกเด็ดขาด" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซูหลินแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าไม่มีทางกลับไปยังที่แห่งนั้นอีกแล้ว ท่านแม่ทัพ ตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่นั่น ข้ากับลูกมีแต่ความทุกข์และความอัปยศ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้ากับลูกจะอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจข้าได้"
แม่ทัพซุนเทาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินคำพูดและความตั้งใจของนาง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย "อืม... ในเมื่อเจ้าเลือกแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะบีบบังคับเจ้า" เขาพูดต่อ "แต่ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดคุยกับลูกของเรา จงพานางมา ข้าต้องการพูดกับนางเพียงลำพัง"
แม้ซูหลินจะลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำตามคำขอ นางเชื่อว่าซุนเทาคงไม่ได้วางแผนร้ายอะไร เมื่อเยี่ยจิงหลินถูกพามา นางยืนอยู่ตรงหน้าแม่ทัพด้วยสายตาที่ไม่หวาดกลัว ทว่ากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ซุนเทามองลูกสาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะสั่งให้ทุกคนในบริเวณนั้นถอยออกไป เขาต้องการพูดคุยกับเยี่ยจิงหลินเพียงลำพัง ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังจะพูด แม้แต่ซูหลินเองก็ต้องยืนรอห่างออกไปด้วยความไม่สบายใจ
เมื่อเยี่ยจิงหลินปรากฏตัวต่อหน้าแม่ทัพซุนเทา ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปทันที ใบหน้าที่ดูเย็นชาและแฝงด้วยความขึงขังจ้องมองนางอย่างเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นเต็มไปด้วยความกดดันและไม่พอใจ
"เด็กสาวตัวน้อย... เจ้านี่ช่างกล้าหาญเกินไปจริง ๆ" เขากล่าว พลางจ้องตรงไปยังดวงตาของนาง "เจ้ากล้าขโมยทรัพย์สมบัติของตระกูลไปกว่าครึ่ง ไหนจะเรื่องที่เจ้าพยายามลอบสังหารฮูหยินใหญ่ของข้าอีก... เจ้านี่มันช่างแสบสะท้านเสียจริง!"
เยี่ยจิงหลินไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางมองตอบเขาด้วยสายตาที่แฝงความเย้ยหยันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ซุนเทาถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ "ความจริงข้าต้องการทรัพย์สมบัติของท่านทั้งหมด แต่แหวนมิติของท่านมันดันเต็มเสียก่อน"
คำพูดนั้นทำให้คิ้วของแม่ทัพซุนเทากระตุกทันที เขากำหมัดแน่น ราวกับพยายามสะกดกลั้นความโกรธ "นี่เจ้า... เจ้าคิดจะเอาของข้าไปทั้งหมดจริง ๆ งั้นหรือ!" เขากล่าวเสียงต่ำ ความเยือกเย็นในน้ำเสียงของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกราดเกรี้ยว
การกระทำของเยี่ยจิงหลินทำให้เขาเดือดดาลอย่างยิ่ง เพราะมันไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่เขา แต่ยังแสดงถึงการท้าทายต่ออำนาจของเขาโดยตรง
ทว่า ในชั่วพริบตาเดียว เขากลับปรับน้ำเสียงให้สงบลง แม้สายตาจะยังคงแฝงความน่าเกรงขาม "หึหึ... เรื่องที่แล้วมา ข้าจะไม่ถือสา จงคืนแหวนมิติของข้ามาเสีย แล้วทรัพย์สินเงินทองที่เหลือข้าจะยกให้แม่ของเจ้า เพียงพอให้กินใช้ทั้งชีวิตไม่มีวันหมด"
เยี่ยจิงหลินยังคงยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการว่าจะยอมง่าย ๆ
แม่ทัพซุนเทาจ้องมองนางด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะกล่าวคำพูดที่ทำให้บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปทันที "จงกลับมาที่ตระกูลในฐานะบุตรสาวของข้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด... หากเจ้าไม่ทำตาม หมู่บ้านไท่ผิงชุนแห่งนี้จะเหลือแต่เศษซาก ทุกชีวิตในที่นี้ ข้าจะไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
เขาชี้ไปยังกองกำลังทหาร 500 นายที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง ราวกับต้องการตอกย้ำคำขู่ที่แสนโหดเหี้ยม
เยี่ยจิงหลินยืนนิ่ง ตัวของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความโกรธ แต่ไม่สามารถตอบโต้ได้ นางกำหมัดแน่น ขณะที่ความคิดของนางวนเวียนถึงความปลอดภัยของผู้คนในหมู่บ้าน และโดยเฉพาะมารดาของนาง
สุดท้าย นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะแฝงความจำยอมอยู่ในที "ข้าจะยอมกลับไปกับท่าน ขอเพียงให้ท่านแม่ของข้ามีชีวิตที่สุขสบาย ข้าจะทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ"
แม่ทัพซุนเทาได้ยินดังนั้น เขายิ้มอย่างพึงพอใจ ราวกับชัยชนะได้อยู่ในมือของเขาแล้ว "ดีมาก... เจ้าคิดถูกแล้ว"
แม้จะรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในพันธนาการของชะตากรรม เยี่ยจิงหลินก็ไม่สามารถหันหลังให้กับคำสัญญาที่มอบไว้แก่ผู้เป็นมารดา นางเงยหน้าขึ้น เตรียมตัวเผชิญกับอนาคตที่มืดมนอีกครั้งในตระกูลของบุรุษผู้นี้...
