บทที่ 19 ถึงกับสั่นสะท้านเมื่อพบหน้ากันอีกครั้ง

ในยามรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยสีทองแห่งแสงอาทิตย์ ขบวนทัพของแม่ทัพซุนเทาเคลื่อนตัวอย่างยิ่งใหญ่ เสียงเกราะและอาวุธดังกังวานเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้า สร้างความฮึกเหิมแก่เหล่าทหารที่พร้อมเคลื่อนกลับเมืองหลวง ธงของแม่ทัพโบกสะบัดเหนือท้องฟ้า ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเกียรติยศ

ที่เบื้องหน้าของขบวน เยี่ยจิงหลินเดินเคียงข้างบิดาในฐานะบุตรสาวคนหนึ่งของตระกูล แม้เธอจะยังมีแววอ่อนเยาว์ แต่ดวงตากลับเปี่ยมไปด้วยความสง่างามและความมุ่งมั่น ความทรงพลังของเธอเมื่อวันวานยังคงตราตรึงในใจทหารทั้งห้าร้อยนายที่ได้เห็นกับตาตนเอง เสียงซุบซิบของเหล่าทหารและผู้ติดตามในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยความสงสัยและเคารพ ทั้งยังเกิดความศรัทธาในตัวหญิงสาวผู้ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงบุตรสาวนอกคอกที่เกิดจากสาวใช้ต่ำต้อย

ทว่า หลังจากการแสดงพลังอันน่าตื่นตะลึงเมื่อวันวาน สถานะของเยี่ยจิงหลินได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ภายในจวนแม่ทัพ ความเงียบสงบที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยและการจับตามอง ทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเหตุใดแม่ทัพซุนเทาจึงยอมรับและแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในตัวเธออย่างชัดเจน บางคนเชื่อว่าอาจเป็นเพราะฝีมืออันเก่งกาจของเธอ หรืออาจเป็นเพราะเธอมีบางสิ่งที่เหนือกว่าผู้ใดในตระกูล

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เยี่ยจิงหลินกลับไม่ได้แสดงความหวั่นไหวใดๆ เธอยืนหยัดอย่างมั่นคง ดุจดั่งพญาหงส์ที่เพิ่งกางปีกเพื่อบินสูง ความเคารพนับถือที่เธอได้รับนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากสายเลือด แต่เกิดจากพลังและความสามารถที่พิสูจน์ตนเอง จึงทำให้การปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทั้งตัวเธอและสถานะของเธอในจวนของแม่ทัพซุนเทา

ในทุกสายตาที่จับจ้อง หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกละเลย บัดนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจ เธอไม่ได้เป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากสาวใช้อีกต่อไป แต่กลายเป็นบุคคลที่ทุกคนให้ความเคารพและยกย่อง บทบาทของเธอในจวนและชีวิตของเธอในฐานะบุตรสาวแห่งแม่ทัพซุนเทานั้น กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและความหวังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ภายในจวนแม่ทัพซุนเทา บรรยากาศเคร่งขรึมปกคลุมไปทั่ว ทุกผู้คนล้วนสัมผัสได้ถึงคำสั่งที่หนักแน่นและชัดเจนของท่านแม่ทัพในเช้าวันนั้น ขณะที่ข้ารับใช้หญิงคนหนึ่งกำลังก้มหน้ารับคำสั่ง “จัดเรือนของนางให้ดีเทียบชั้นกับบุตรหลานของข้าคนอื่น” น้ำเสียงของท่านแม่ทัพดังกังวานในโถงรับรอง ราวกับคำประกาศิตที่ไม่มีผู้ใดกล้าขัด

“เจ้าค่ะ นายท่าน” สาวใช้คนนั้นตอบรับด้วยท่าทีที่นอบน้อม หัวค้อมต่ำอย่างเคารพ ทว่าดวงตาของเธอที่แอบเหลือบมองไปยังเยี่ยจิงหลินเผยให้เห็นประกายของความสงสัยปนด้วยความไม่เข้าใจ เด็กสาวผู้เคยเป็นเพียงบุตรนอกคอกของท่านแม่ทัพ บัดนี้กลับได้รับความสำคัญเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิด

หลังรับคำสั่ง สาวใช้รีบหมุนตัวออกไปทำหน้าที่ของตน เธอรู้ดีว่าน้ำเสียงของท่านแม่ทัพในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรลังเลหรือทำให้ล่าช้า ความเร่งรีบของเธอสะท้อนถึงความตึงเครียดในหัวใจ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความสงสัยลึกๆ ว่าอะไรทำให้อดีตสาวน้อยที่เคยถูกเมินเฉย กลายเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานในระดับที่เทียบเท่าบุตรหลานในสายตระกูล

ขณะนั้นเอง เยี่ยจิงหลินยังคงยืนอยู่ในที่ของเธอ ใบหน้าของเธอสงบนิ่ง ไม่มีแววเย่อหยิ่งหรืออ่อนแอ หากแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงที่เกิดจากความเชื่อมั่นในตัวเอง นางไม่ได้สนใจสายตาที่เหล่าข้ารับใช้และคนในจวนจับจ้องมา เพราะเธอรู้ดีว่า สถานะของเธอในตอนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของผู้อื่น แต่เป็นผลจากสิ่งที่เธอพิสูจน์ให้เห็นด้วยพลังและความสามารถของตัวเอง

เมื่อสาวใช้ไปถึงเรือนที่ถูกกำหนด เธอเริ่มจัดเตรียมทุกอย่างตามคำสั่งทันที เครื่องเรือนที่หรูหรา พรมที่ทอด้วยฝีมือประณีต และข้าวของทุกอย่างที่ใช้ประดับ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน ทุกการกระทำของเธอสะท้อนถึงความเคร่งครัดและความเอาใจใส่ต่อคำสั่งของนายเหนือหัว ในเวลาไม่นาน เรือนที่เคยเงียบเหงาก็ถูกเปลี่ยนโฉมจนกลายเป็นเรือนที่งดงามสมฐานะ ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนในจวนรู้ว่า หญิงสาวที่เคยถูกละเลยผู้นี้ ได้รับการยอมรับในฐานะที่คู่ควรแล้ว

ฮูหยินใหญ่ อันเหยาเหวิน นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่พอใจและดูแคลนอย่างชัดเจน “ท่านพี่ การที่ท่านพี่ทำแบบนี้มันคุ้มค่าแล้วเหรอ? นางก็แค่เด็กกาฝากคนหนึ่งเท่านั้น!” สายตาของนางจ้องไปยังเยี่ยจิงหลินด้วยความเกลียดชังและไม่ยอมรับ ในสายตาของฮูหยินใหญ่ เด็กสาวผู้นี้ไม่มีค่ามากไปกว่าผู้รับใช้ธรรมดาที่บังเอิญมีสายเลือดเดียวกันกับท่านแม่ทัพ

ท่านแม่ทัพซุนเทา ซึ่งยืนอยู่ข้างเยี่ยจิงหลินไม่ได้ตอบโต้ในทันที หากแต่ค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินใหญ่ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบคำพูดบางอย่างข้างหูนาง เสียงกระซิบนั้นเบาเสียจนไม่มีผู้ใดได้ยิน แต่ท่าทางของฮูหยินใหญ่ที่เปลี่ยนไปทันทีหลังจากนั้น กลับบอกชัดถึงผลกระทบที่คำพูดนั้นมีต่อเธอ

สีหน้าของอันเหยาเหวินซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างของนางเริ่มสั่นสะท้านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ดวงตาที่เคยแสดงออกถึงความดูแคลนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ฟันบนฟันล่างกระทบกันจนเกิดเสียงเบา นางหายใจสะดุด ราวกับจิตใจของนางถูกคำพูดนั้นตอกย้ำจนแทบล้มลง

นางหันไปมองเยี่ยจิงหลินด้วยสายตาแตกตื่น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวผู้ถูกกล่าวหานั้นกลับยืนนิ่งสงบ ราวกับไม่สะทกสะท้านต่อคำพูดหรือเหตุการณ์ใด เยี่ยจิงหลินค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินใหญ่ แววตาของเธอเย็นชาจนเหมือนคมมีด ดวงตาสองคู่สบกันตรงๆ โดยไม่มีการหลบเลี่ยง เสียงของเยี่ยจิงหลินที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและหนักแน่น

“หากมีครั้งหน้าอีก...ข้าไม่พลาดแน่”

คำพูดนั้นเหมือนเป็นมีดที่เฉือนเข้าไปในจิตใจของฮูหยินใหญ่ อันเหยาเหวิน จนนางแทบจะล้มลง นางเอ่ยออกมาด้วยลมหายใจขาดห้วง “เป็นเจ้า...”

ความจริงอันแสนโหดร้ายจากค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้นางไม่อาจปิดบังความหวาดกลัวได้อีกต่อไป ฮูหยินใหญ่รีบถอยหลังไปซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังของท่านแม่ทัพ ร่างของนางสั่นระริกราวกับจะยืนไม่อยู่

ในห้องนั้นมีเพียงคนสามคนเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนอันมืดมิด ทว่า ทุกสายตาที่จับจ้องอยู่ต่างสัมผัสได้ถึงความกดดันและความลับที่แฝงอยู่ในความเงียบ

ในยามเย็น ภายใน ห้องโถงอาหาร ของจวนแม่ทัพซุนเทา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบที่แฝงไว้ด้วยความไม่ปกติ เยี่ยจิงหลินถูกจัดให้นั่งร่วมโต๊ะกับบุตรหลานคนอื่นๆ ของท่านแม่ทัพในตำแหน่งที่เทียบเท่ากัน ข้าวของที่จัดเตรียมไว้สำหรับเธอหรูหราและประณีต บ่งบอกถึงการยอมรับในสถานะใหม่ของเธอ

แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ สีหน้าของเยี่ยจิงหลินกลับนิ่งเฉย ไม่มีร่องรอยของความยินดีหรือความภาคภูมิใจใดๆ ในสายตาของนาง ดวงตาเรียวคู่นั้นทอดมองจานอาหารเบื้องหน้า แต่ความคิดกลับลอยห่างออกไปไกล

เธอไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารชั้นเลิศที่ถูกจัดมาอย่างประณีต หรือคำพูดคุยของบุตรหลานคนอื่นที่พยายามตีสนิทหรือสังเกตการณ์เธอ สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเยี่ยจิงหลินในเวลานี้คือ ท่านแม่ ผู้เป็นที่รักยิ่งของเธอ ในความเงียบงันนี้ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความคิดถึง

“ถ้าเพียงแต่ข้าได้มีโอกาส...” เธอคิดในใจ “ข้าจะกลับไปเยี่ยมท่านแม่ที่หมู่บ้านไท่ผิงชุนให้ได้”

ภาพความทรงจำในหมู่บ้านอันเงียบสงบและความอบอุ่นจากอ้อมแขนของมารดาผุดขึ้นในจิตใจของเธอ แม้ชีวิตในจวนแม่ทัพจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เติมเต็มหัวใจของเธอเหมือนความรักที่แท้จริงจากมารดา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป