บทที่ 1 คู่อริ
ตอนที่ 1 คู่อริ
ภายในห้องจัดงานประมูลหรูหราระดับประเทศ แขกเหรื่อในชุดสูทและเดรสแบรนด์เนมเดินผ่านกันอย่างสง่างาม เสียงพูดคุยเแผ่วเบา คลอไปกับเสียงพิธีกรบนเวที บรรยากาศภายนอกดูสุภาพเรียบร้อย ทว่าภายใต้รอยยิ้มของนักธุรกิจแต่ละคนกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันและการแข่งขันที่มองไม่เห็น
อัญมณี อธิกุล หรือ อัญ นั่งหลังตรงอย่างสง่างาม เดรสสีครีมสุภาพตัดกับผิวขาวเนียน ผมลอนยาวถูกจัดแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยหวานแต่ดวงตากลับนิ่งและเฉียบคม เธอวางมือเรียวบนตัก ปลายนิ้วเย็นเฉียบ
ข้างกายเธอคืออัศวิน อธิกุล หรือ อัศ น้องชายคนเล็กในชุดสูทสีดำ เขานั่งเอนหลังเล็กน้อย สีหน้ากึ่งเบื่อกึ่งหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย คล้ายกับถูกลากมานั่งในที่ที่ไม่อยากมา
“พี่อัญ ที่ดินนั่นยังไงก็ไม่มีใครกล้าตัดหน้าเราไปหรอก” เขาพูดด้วยเสียงยานคาง พลางหมุนป้ายประมูลในมือเล่น สีหน้าแฝงความมั่นใจเกินพอดี
อัญมณีเหลือบมองน้องชาย ดวงตาเรียบเฉยแต่แฝงความระวัง “อย่ามั่นใจขนาดนั้น เราประมาทไม่ได้” น้ำเสียงเธอนุ่ม แต่หนักแน่นจนทำให้อัศวินกลอกตาเล็กน้อย
“ถ้าใครกล้าแย่ง ผมไม่อยู่เฉยแน่” เขาพึมพำผ่านไรฟัน กรามสันขบกันแน่น บนเวที เสียงพิธีกรประกาศที่ดินแปลงแล้วแปลงเล่า ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงยกป้ายดังสลับกันไปมา บางครั้งมีเสียงฮือฮาจากผู้ชม จนในที่สุดก็มาถึงที่ดินแปลงที่อัญรอคอย
“ที่ดินแปลงต่อไป เนื้อที่ 20 ไร่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและติดกับโครงการของ แอททิกุล เออร์เบิน”
หัวใจอัญมณีเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เพราะแอททิกุล เออร์เบิน คือชื่อโครงการของครอบครัวเธอเอง วันนี้ที่เธอมาร่วมประมูลก็เพื่อซื้อที่ดินผืนนี้ที่ติดกันเพื่อต่อยอดโครงการออกไป เธอได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้สำเร็จ เธอกลืนน้ำลายช้าๆ ก่อนจะขยับตัวนั่งตรงขึ้นอีกนิด
“ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท เริ่มประมูลได้ค่ะ”
ป้ายถูกยกขึ้นรัวๆ ตัวเลขขยับไปถึง 80 ล้านอย่างรวดเร็ว อัญมณีสูดลมหายใจลึก นิ้วเรียวกำป้ายแน่นก่อนจะยกขึ้นอย่างมั่นคง
“85 ล้านค่ะ” เสียงเธอชัดเจน ไม่สั่นแม้แต่น้อย
พิธีกรยิ้ม “85 ล้านครั้งที่หนึ่ง… 85 ล้านครั้งที่สอง…”
ชั่ววินาทีนั้น ห้องทั้งห้องเงียบลงเล็กน้อย อัญมณีเริ่มผ่อนลมหายใจ แต่แล้ว เสียงทุ้มต่ำดังจากอีกฟากหนึ่งของห้อง“100 ล้าน”
น้ำเสียงไม่ดังมากแต่ชัดเจนพอจะทำให้ทุกคนหันมอง
อัญมณีชะงัก ดวงตากลมโตหันไปตามเสียง และสบเข้ากับรอยยิ้มมุมปากของชายคนหนึ่ง เขาคือคนที่เธอรู้จักดี
คณาธิป วรเมฆา หรือ คิง เขานั่งไขว่ห้างในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ดวงตาเย็นเฉียบเหมือนกำลังสนุกกับบางอย่าง ป้ายในมือเขายังไม่ลดลง รอยยิ้มบางๆ เหมือนการทักทายเชิงท้าทาย
อัศวินหันมามองพี่สาวทันที “มันจงใจแกล้งเรา”
อัญมณีเม้มริมฝีปาก ก่อนจะยกป้ายอีกครั้ง “110 ล้าน”
หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงกว่าปกติ งบเธอมีจำกัดที่ 120 ล้าน เกินกว่านั้นไม่ได้แล้ว และเหมือนคณาธิปจะรู้ว่าคู่แข่งในตอนนี้สู้ได้แค่ไหน มือหนายกป้ายขึ้นอย่างไม่รีบร้อน “200 ล้าน”
เสียงฮือฮาดังทั่วห้อง บางคนถึงกับอุทานเบาๆ อัญมณีรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไปชั่วครู่ เลือดสูบฉีดแรงจนหูอื้อ
200 ล้าน… เขาไม่ได้แค่ประมูล เขากำลังบดขยี้ต่างหาก อัญมณีกำหมัดแน่น นี่มันกี่ครั้งแล้วที่ผู้ชายคนนี้คอยแต่ประมูลตัดหน้าซื้อที่ดินที่เธออยากได้!? ความขัดแย้งของสองตระกูลผุดขึ้นมาในหัว ภาพอดีตที่รุ่นปู่เคยเป็นมิตร รุ่นพ่อกลายเป็นคู่แข่ง และวันนี้…เธอกับเขายืนอยู่คนละฝั่งอย่างชัดเจนอัญนั่งนิ่ง มือกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
“200 ล้านครั้งที่หนึ่ง… 200 ล้านครั้งที่สอง…. 200 ล้านครั้งที่ 3 ….ปิดการประมูล!”
พิธีกรเคาะปิดการขายสามครั้ง เสียงค้อนกระทบแท่นดังชัดเจนราวกับตอกย้ำความพ่ายแพ้
คณาธิปยกยิ้มมุมปากอย่างมีชัย ความจริงเขาไม่ได้อยากได้ที่ดินนั่นขนาดนั้นเพียงแต่ เขาต้องการสั่งสอนตระกูลอธิกุล
ในอดีตทั้งสองตระกูลทำธุรกิจอสังหาที่สร้างคอนโด บ้าน ปล่อยขายสร้างกำไรมหาศาลร่วมกัน โดยมีหลายบริษัทในเครือ ต่อมา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อพ่อของเขาถูกใส่ร้ายว่าฉ้อโกง ฟอกเงิน ครั้งนั้นอธิเดชที่เป็นทั้งเพื่อน และเป็นทั้งผู้ถือหุ้น ถอนเงินลงทุนทั้งหมด เขาไม่คิดช่วยชัยวัฒน์สืบหาความจริงแต่ยังทอดทิ้ง ครั้งนั้นชัยวัฒน์เกือบล้มละลาย แต่โชคดีที่ พ่อของชลิตาช่วยสืบหาและล้างมลทินได้สำเร็จ วรมฆาจึงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
สาเหตุที่เขาตัดหน้าซื้อที่ดินนั้นเพราะต้องการให้ตระกุลอธิกุลหมดหนทางสานต่อธุรกิจ เขาจะทำให้ตระกูลอธิกุลหายไปจากวงการอสังหาริมทรัพย์!
หลังจบงานประมูล ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปที่รถตนเพื่อเดินทางกลับหรือไปทำธุรต่อ ณ ลานจอดรถด้านนอก อากาศค่ำเย็นกว่าข้างใน แต่ความร้อนในอกอัศวินกลับพุ่งสูง เขารีบสาวเท้าเพื่อจะตามคณาธิปให้ทัน
“อัศ! แกจะไปไหน?” อัญมณีวิ่งตามน้องชาย เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังถี่
“ผมจะถามมันให้รู้เรื่อง!” เขาก้าวยาวๆ ไหล่กว้างตึงเครียด มือกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ไม่ทันไร เขาก็พุ่งเข้าไปหาคณาธิปที่กำลังจะขึ้นรถ บอดี้การ์ดหลายคนขยับตัวทันที แต่คณาธิปยกมือห้าม สีหน้าไม่ทุกข์ร้อน
“ไอ้คิง! มึงจงใจใช่ไหม!” อัศวินชี้หน้าเรียกชื่อเล่น ดวงตาแดงก่ำ
คณาธิปเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้น “พูดกูมึงไม่เพราะเลยนะ อย่างน้อยฉันก็อายุมากกว่านายหลายปี” เขาก้าวเข้าใกล้อีกนิด เสียงทุ้มเรียบ “แพ้แล้วพาลแบบนี้ อนาคตจะทำธุรกิจยังไง”
คำพูดนั้นเหมือนราดน้ำมันลงบนไฟ อัศวินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งหมัดใส่เต็มแรง แต่คณาธิปรับไว้ได้ง่ายดายด้วยมือหนาของตน
หมับ!
“ฝีมืออ่อนขนาดนี้ ยังจะกล้ามาหาเรื่องคนอื่น?” เขาพูดพลางบิดข้อมือเล็กน้อยจนอีกฝ่ายหน้าบิดด้วยความเจ็บ โอ๊ย!
“พอได้แล้ว!” อัญมณีรีบเข้ามาดึงน้องชาย เสียงเธอสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงพยายามควบคุมตัวเอง
เธอหันมามองคณาธิปเต็มตา ดวงตากลมโตมีทั้งความโกรธ ความอับอาย และความไม่ยอมแพ้ปะปนกัน
“คุณคณาธิป ที่ดินแปลงนี้สำคัญกับฉันมาก เพราะมันติดกับโครงการคอนโดของบริษัทฉัน” เสียงเธอช้าลง เหมือนกำลังกลืนศักดิ์ศรีตัวเอง “คุณจะยอมขายให้ได้ไหม”
