บทที่ 9 บท 3.2
“เดี๋ยว ๆ เดินไปหยิบน้ำมาให้ด้วย” หลังจัดการเป็นธุระยกข้าวของมาช่วยคุณพัดชาจนเสร็จ จังหวะที่วาเตรียมจะเดินหนีไปหาคุณไฟ คุณพัดก็เรียกใช้งานเขาต่อ
“ครับ ๆ” เพราะเห็นว่ามันตั้งอยู่ไม่ไกล ไม่เหลือบ่ากว่าแรง วาริชจึงขานรับให้จบ ๆ แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินไปหยิบน้ำให้เธอ เสียงเรียกของคุณไฟก็ดังขึ้นเสียก่อน นั่นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
“วา!” คุณไฟเรียกชื่อเสียงดัง พร้อมกับย่างเท้าเข้ามาหา
“ครับ?”
“จะไปไหนน่ะ” คุณเขาถามคิ้วขมวด
“อ๋อ…จะไปหยิบน้ำเปล่าให้คุณพัดครับ” วาตอบอีกฝ่ายไปตามตรง
“ไม่ต้อง นั่นไม่ใช่หน้าที่นาย” คุณไฟว่าเสียงเข้มและเพียงเท่านั้น ทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบทันที
แม้วาจะไม่ได้หันมองรอบ ๆ ตัว แต่เขาก็พอรับรู้ได้ว่าเราทั้งสามคนกำลังเป็นจุดสนใจ เพราะระดับเสียงที่คุณไฟใช้เมื่อครู่นี้ มันไม่ใช่แค่ต้องการให้วาได้ยินแน่ ๆ แต่อีกฝ่ายจงใจให้คนที่อยู่บริเวณนั้น รวมถึงคุณพัดได้ยินมันด้วยต่างหาก แม้จะไม่มีการชักสีหน้าใส่ แต่พอได้ฟังน้ำเสียงคุณไฟแล้ว วาริชก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มไม่สบอารมณ์
“ขอโทษด้วยนะครับ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของวา” หลังทุกคนได้ยินพ้องตรงกันแล้ว คราวนี้คุณไฟก็เดินไปพูดกับคุณพัดที่กำลังนั่งรอน้ำดื่มจากวาอย่างเจาะจง
“…..”
“คุณพัดคงเข้าใจผิด… วาริชเป็นคนของผม ผมจ้างเขาเพื่อมาดูแลผมแค่คนเดียว ไม่ได้จ้างให้เขามารับใช้คนในกองถ่าย”
“…อ๋อ งั้นก็ขอโทษด้วยค่ะ พัดนึกว่าเป็นคนของกองถ่าย” แม้บรรยากาศระหว่างเราสามคนจะเริ่มอึมครึ้ม แต่คุณพัดชาก็ยังยิ้มออกมาได้
“ครับ ไม่เป็นไร” นานนับนาทีกว่าคุณไฟจะพูดขึ้นอีกครั้ง แม้อีกฝ่ายจะพูดเช่นนั้น แต่น้ำเสียงและสายตาก็ทำให้วารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่พูด
“ส่วนนาย ตามฉันมานี่” คราวนี้คุณไฟหันมาพูดกับวา ก่อนจะเดินนำออกไปจากบริเวณนั้น โดยที่วาก็ทำได้แค่เดินคอตกแล้วตามคุณเขาไปอย่างเงียบ ๆ
“นายได้รับเงินเดือนจากเขาหรือไง” นั่นเป็นประโยคแรกที่คุณไฟพูดกับวา หลังอีกฝ่ายเดินนำเขาออกมาจากบริเวณนั้น
เมื่อไร้สายตาของผู้คน คุณไฟก็แสดงความไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง อีกฝ่ายถามเสียงเข้มและวาก็ไม่สามารถให้คำตอบคุณเขาได้ นอกจากจะก้มงุดแล้วฟังคุณเขาดุอย่างเงียบ ๆ
ก้มหน้าลงแล้วเงียบซะ นั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุด….
“ฉันถาม…” แต่ดูเหมือนครั้งนี้ความเงียบจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะคุณไฟไม่ได้ต้องการให้วาเงียบใส่ แต่อีกฝ่ายต้องการคำตอบจากเขาต่างหาก
“ไม่ครับ ผมไม่ได้รับเงินเดือนจากเขา” วาริชตอบเสียงแผ่ว
“แล้วนายได้รับเงินเดือนจากใคร” อีกฝ่ายถามต่อ
“คุณไฟครับ”
“งั้นก็ต้องฟังแค่คำสั่งฉัน… คนที่ให้เงินเดือนนาย คนที่เป็นเจ้านายนายสิ”
“ครับ ขอโทษครับ” วาเอ่ยและยังคงก้มหน้ามองพื้นเหมือนเดิม
ความจริงวาก็ตั้งใจจะเดินกลับไปหาคุณไฟอยู่แล้ว แต่คุณพัดชาดันเรียกใช้ต่อ เขาก็เลยไม่รู้จะทำยังไง หากจะปฏิเสธก็กลัวว่าเรื่องจะไม่จบ ดีไม่ดีอาจส่งผลเสียไปถึงตัวคุณไฟด้วย นั่นจึงทำให้วาตัดสินใจยอมทำตามคำสั่งเธออีกหน เขาคิดเพียงแค่ว่าอยากให้เรื่องมันจบ ๆ ไปเท่านั้น แต่คุณไฟก็ดันมาเห็นเข้าเสียก่อน
“แต่ว่า…การแสดงความมีน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็เป็นเรื่องดีนะครับ” ตอนแรกก็ว่าจะไม่พูดอะไรแล้ว แต่พอคิดไปคิดมา หากจะอธิบายเหตุผลให้คุณไฟฟังสักนิด วาริชก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
“ที่ผมยอมทำตามคำสั่งคุณพัด เพราะแค่ต้องการแสดงความมีน้ำใจเท่านั้น”
“ตอนที่เขาใช้ให้ไปยกของช่วย นั่นยังแสดงความมีน้ำใจไม่พออีกเหรอ” คุณไฟถามกลับ ทำเอาวาริชถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะตอนแรกเขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมาเห็นตอนที่คุณพัดชาเรียกใช้ให้เขาไปหยิบน้ำให้เท่านั้น แต่ที่ไหนได้…คุณไฟเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นแล้วต่างหาก
“…..”
“ต่อจากนี้ไป… ฟังแค่คำสั่งฉันก็พอ แล้วจำเอาไว้ด้วยว่าใครเป็นเจ้านายนาย เข้าใจไหม?” คุณไฟพูดขึ้นอีกครั้งหลังเห็นว่าวาเงียบ
“เข้าใจแล้วครับ”
“เอ่อ…ขอโทษนะคะ คุณไฟคะ ได้เวลาเข้าฉากแล้วค่ะ” บทสนทนาระหว่างเราถูกขัดจังหวะลง เมื่อมีหนึ่งในทีมงานเดินมาตามคุณไฟให้ไปเข้าฉาก
“ระหว่างที่ฉันกำลังทำงานอยู่ นายจะไปคุยเล่นกับทีมงานก็ได้ ฉันไม่ว่า แต่อย่าให้ใครมาเรียกใช้นายอีก ถ้าใครจะใช้…ก็บอกเขาไปว่านายเป็นคนของฉัน ใครมีปัญหาอะไรก็ให้เขามาคุยกับฉันเอง” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่คุณไฟพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินตามหลังทีมงานไปเพื่อกลับไปเข้าฉาก
หลังคุณเขาเดินจากไปแล้ว วาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาไม่นึกว่าการแสดงความมีน้ำใจเพียงแค่ครั้งเดียว มันจะเป็นเรื่องราวขนาดนี้
