บทที่ 9 เข้าใจน้อง
“เป็นยังไงบ้างจ้ะหนูลินทำงานคืนแรกก็บินเดี่ยวเลยน่ะ” พาทีหนุ่มหล่อหัวใจสาวถามน้องใหม่ของทีมเขาที่ต้องดูแลแขกวีไอพี
“ก็กลัวแทบแย่ค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้อย่างระทึกจนลินตาแข็งทั้งคืนเลยค่ะ” บุลินตอบรุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อนเธอและคล่องแคล่วกันมากแต่อนาคตเธอก็อาจจะทำได้เหมือนพวกรุ่นพี่
“ไม่เป็นไรหรอกหนูลิน เดี๋ยวก็เก่งเองจ้ะใหม่ๆก็อย่างนี้กันทุกคนค่ะ สู้ๆค่ะ ไปพักเถอะจ้ะ” วิลาวัลย์คู่กะของพาทีบอกน้องใหม่คนสวยอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นตาแดงๆของบุลินจึงบอกให้ไปพัก
"ลินไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" บุลินจึงบอกลารุ่นพี่ทั้งสองแล้วเดินลงลิฟต์ไปชั้นล่างเพื่อกลับบ้านเพราะเธออยากนอนพักมากกว่า
หลังจากเมื่อวานเดม่อนเข้าไปคุยกับคุณตาแป๊บเดียวแล้วเขาต้องรีบกลับมาคุยเรื่องการแข่งเอฟวันกับเพื่อนรักที่เป็นคนขับเองจึงไม่ได้คุยเรื่องงานวันนี้เขาจึงไปกินอาหารเช้ากับคุณตา
เดม่อนออกจากลิฟต์และเดินผ่านแขกและพนักงานที่กำลังทำงานและกวาดสายตามองไปรอบตัวแว๊บเดียวชายหนุ่มก็เดินออกประตูไปที่รถโดยมีแค่ลูกน้องเดินตาเป็นพรวนราวกับมาเฟียจนไปถึงรถชายหนุ่มก็ให้คนสนิทตามไปด้วยแค่สองคนส่วนที่เหลืออยู่รอที่โรงแรมเพราะเจ้านายไปแค่บ้านคุณตาซึ่งไม่มีใครรู้จักเดม่อนต่างจากที่โมนาโกชื่อของเดม่อนอยู่อันดับต้นๆของนักธุระกิจอายุน้อยแต่ฝีมือการทำงานเก่งกาจสามารถพาธุรกิจของครอบครัวเติบโตยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวซึ่งนับเม็ดเงินก็มหาศาลทีเดียวและเขาก็ไม่ได้สนใจพนักงานของตัวเองจึงทำให้พนักงานสาวๆเสียดายที่หนุ่มฝรั่งรูปหล่อที่ไม่สนใจสาวไทย เมื่อรถจอดเดม่อนก็ลงที่บ้านคุณตาชายหนุ่มก็ลงจากรถเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับลูกน้องทั้งสอง
“โฮ่ง โฮ่งๆๆ..” คุณดีดี้ก็เห่าฝรั่งที่มาใหม่เสียงดังเพราะนานๆจะเห็นหนุ่มหล่อ
“คุณดีดี้ หยุดนะ” เสียงแหลมเอ็ดใส่คุณดีดี้ที่เงียบทันทีเพราะเจ้านายเดินออกมามันจึงกระดิกหางใส่วีรเดชที่ออกมาดู
“พี่ว่าแกจะให้เกียรติหมามากไปหรือเปล่านายเดช” เดม่อนล้อน้องชายที่เรียกหมาว่าคุณอย่างให้เกียรติ
“พี่เดฟ วีวี่บอกว่าให้เรียกวีวี่ไงคะ” เสียงแหลมกระเง้ากระงอดใสพี่ชายที่ยังเรียกชื่อเดิมของเธอ
“ก็ มันชินนี่นา พี่เรียกนายเดชมาเท่าอายุนาย เอ่อ เท่าอายุวีวี่ พี่ขอเรียกเหมือนเดิมได้มั้ยอ่ะ” เดม่อนถามน้องชายใจหญิงที่แว้ดใส่เขาหากเป็นคนอื่นเขาคงไล่ตะเพิดไปแล้วแต่นี่วีรเดชเป็นน้องชายคนเล็กของตระกูลทางแม่สืบทอดต่อและดูเหมือนว่าป้าของเขาจะไม่มีทายาทสืบสกุลต่อแน่
“ไม่ได้ค่ะ วีวี่ค่ะจำไว้ เข้าไปในบ้านกันค่ะคุณตารออยู่” วีรเดชก็เดินสะบัดสะโพกนำหน้าพี่ชายและคนสนิทที่ขำเจ้านายลืมชื่อน้องชายเข้าไปในบ้านเพราะคุณตารออยู่
“เฮ้อ ฉันละเสียดายหน้าหล่อของแกจริงๆนะวีวี่นี่ป้าไอจะไร้ทายาทจริงๆหรือนี่ หึหึๆ” เดม่อนพูดตามหลังน้องชายที่หันมาค้อนเขาจึงส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
“สวัสดีครับคุณตา” ชายหนุ่มกอดคุณตาที่ยิ้มดีใจที่ได้เจอหลานชายเพราะช่วงหลังมานี้ท่านขี้เกียจเดินทางเพราะอายุเยอะจึงไม่ได้ไปโมนาโกบ่อยเหมือนสมัยก่อนที่ท่านจะไปดูการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันแทบทุกปี
“สวัสดีเจ้าภูผา สวัสดีหนุ่มๆ มากินอาหารเช้ากันก่อนลูก” คุณตารับไหว้หลานชายและเรียกคนสนิทของหลานชายก่อนจะบอกทุกคนไปกินข้าวด้วยกันเพราะท่านได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้
เดม่อนรับประทานอาหารเช้ากับคุณตากับน้องชายและคุยกันไปเมื่ออิ่มก็ย้ายไปคุยกันที่ห้องรับแขกสุดหรูก่อนที่คุณไอราก็มาร่วมวงด้วยอีกคน
“งานที่ป้าส่งไปให้ดูเป็นยังไงบ้างเดฟ ป้าว่าตอนนี้เศรษฐกิจเมืองไทยไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักท่องเที่ยวก็เข้ามาน้อยถึงแม้เราจะกระทบไม่มากแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าโรงแรมของเราทำรายได้มาดีตลอดถึงแม้แขกจะลดไปบ้างป้าว่าเราต้องคิดโปรโมชั่นใหม่ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้าดีมั้ย” คุณไอราเสนอหลานชาย
“ผมว่าตอนนี้ทุกโรงแรมหรือแม้แต่บริษัทมากมายก็ได้รับผลกระทบกันหมดผมอยากรอให้มันผ่านไตรมาตรแรกไปก่อนหากแขกลดลงเราก็ทำเหมือนที่ป้าไอพูดครับ”
“ก็ได้ลูก ป้าน่ะร้อนใจดูแลโรงแรมมาสิบกว่าปีทำกำไรงามทุกปีแต่ปีมันคงเป็นเศรษฐกิจจริงๆนั่นแหละ” คุณไอราก็คิดแบบนี้แต่เธอก็ต้องคุยกับหลานชายเพราะเดม่อนเป็นเจ้าของโดยตรงเธอก็แค่ดูแลให้ก็เท่านั้นเอง
“ป้าไออย่าไปคิดมากครับยังไงโรงแรมเราก็มีผลกำไรมากพอเลี้ยงพนักงาน เดี๋ยวผมจะทำตลาดเจาะกลุ่มโซนยุโรปทั้งหมดคิดว่าน่าจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นครับ” ทั้งหมดนั่งปรึกษาเรื่องงานกันอย่างออกรสแต่วีรเดชกลับนั่งหาวเพราะฟังเข้าหูแต่ไม่เข้าหัวเพราะสมองของเขาไม่รับงานพวกนี้เลย
“เจ้าเดชตั้งใจฟังหน่อยสิเป็นซะอย่างนี้เมื่อไหร่แกจะทำได้ล่ะ” คุณตาว่าหลานชายใจหญิงที่หัวไม่ไปด้านนี้เลยสักนิดแต่ท่านก็เข้าใจและไม่บังคับ
“คุณตาขา วีวี่ค่ะวีวี่..” วีรเดชร้องขัดคุณตาที่เรียกชื่อเดิมทั้งที่ชื่อที่เขาเปลี่ยนแสนจะเพราะพริ้งแต่ทุกคนก็ลืมเรียกแต่นายเดชเจ้าเดช
“ตาจะเรียกเจ้าเดชอย่างนี้แกจะทำไมฮ้ะ ตาอุส่าตั้งชื่อให้โคตรแมนแต่ดูสิ เฮ้อ..” คุณตาอนลไม่ได้รังเกียจหรือโกรธที่หลายชายคนเล็กเป็นแบบนี้แต่ท่านเรียกของท่านมาตั้งแต่เด็กแล้วท่านก็เป็นคนตั้งชื่อให้อีกด้วยแล้วไอ้หลานชายตัวดีมันจะมาเปลี่ยนน่ะเหรอ ไม่มีทางอ่ะ
“คุณตาอ่ะ” วีรเดชค้อนประหลับประเหลือกใส่คุณตาทำให้ทุกคนหัวเราะตาหลานเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“ว่าแต่นาย เอ่อ โทษที วีวี่จะทำแบรนด์แฟชั่นจริงหรือเปล่า” เดม่อนถามน้องชายที่เขาบอกให้กลับมาคิดถ้าจะทำจริงๆเขาจะฟอร์มทีมงานให้จะได้เปิดบริษัทเป็นจริงเป็นจัง
“แฟชั่นอะไรตาเดฟ” คุณไอราถามหลานชาย
“พี่เดฟจะเปิดบริษัทให้ค่ะแม่ วีวี่อยากทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเองค่ะ” วีรเดชบอกแม่เพราะเขายังไม่ได้ปรึกษากับท่านเลย
“มันเป็นงานใหญ่นะตาเดช หากลูกคิดจะทำจริงๆต้องรู้ลึกเรื่องแฟชั่นต้องศึกษาให้มากกว่านี้อย่าใจร้อนวางแผนงานให้มันรอบคอบเพราะแฟชั่นมันมาไวไปไวต้องตามให้ทัน” คุณไอราบอกลูกชายที่ไม่สนใจงานโรงแรมสู้บุลินก็ไม่ได้ขนาดมาฝึกงานเพื่อนร่วมงานยังชมและผู้จัดการแผนกอย่างรจนาที่ขึ้นชื่อว่าดุและเข้มงวดยังชมและชวนมาทำงานด้วย
“วีวี่เข้าใจค่ะแม่ถึงอยากศึกษาก่อนหรือวีวี่ไปเรียนเพิ่มอีกสักปีหาประสบการณ์ไปด้วยดีมั้ยคะพี่เดฟ” วีรเดชปรึกษาคนในครอบครัวอย่างจริงจังเรียนอีกปีมันก็ไม่ช้าหรอกเพราะตอนนี้เขาแค่ยี่สิบสามเองหาประสบการณ์หากได้ฝึกงานกับแบรนด์ดังก็จะทำให้เธอไปได้เร็ว
“ก็ดีนะครับป้าไอ ให้วีวี่ไปเรียนเพิ่มแล้วหาประสบการณ์ไปด้วยอีกสักปีแล้วค่อยกลับมาทำแบรนด์ของตัวเอง” เดม่อนเห็นด้วยกับน้องชายเพราะวีรเดชอายุยังน้อยช้าไปปีเดียวก็ไม่เห็นเป็นไร
