บทที่ 3 EP3 เงาที่ถูกเหยียบย่ำ

บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง นลินดาเดินออกมาพร้อมกับถาดใส่เครื่องมือที่ใช้แล้ว ทว่าฝีเท้าของเธอต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของตุลธรที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องพักแพทย์ เขาเปลี่ยนจากเสื้อกาวน์สีขาวมาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มตัวที่เธอเป็นคนเตรียมไว้ให้เมื่อเช้า

เขมิกาก้าวตามออกมาจากห้องทรีตเมนต์ หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กับตุลธร รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าสวยงามนั้นดูเจิดจรัสขึ้นอีกหลายเท่าตัว

“รอนานไหมคะพี่ตุลย์ เขมเพิ่งทำทรีตเมนต์เสร็จพอดีเลยค่ะ” น้ำเสียงของเขมิกาอ่อนหวานและออดอ้อน

นลินดาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นช้าลงทุกขณะ เธอแอบหวังลึกๆ ว่าตุลธรจะหันมามองเธอสักนิด หวังว่าเขาจะรับรู้ถึงความเหนื่อยล้าที่เธอเพิ่งเผชิญมาจากการรองรับอารมณ์ของผู้หญิงของเขา ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ตุลธรส่งยิ้มบางเบาให้กับเขมิกา รอยยิ้มที่นลินดาแทบจะไม่เคยได้รับในยามที่ดวงอาทิตย์ส่องแสง เขายื่นมือออกไปรับกระเป๋าใบหรูจากเขมิกามาถือไว้ด้วยท่าทีสุภาพบุรุษ ก่อนจะสอดฝ่ามือหนาเข้ากุมมือเรียวบางของหญิงสาวข้างกายเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ

“ไม่นานหรอกครับ พี่เพิ่งเคลียร์เคสเสร็จพอดี เราไปกินข้าวกันเลยดีกว่า พี่จองโต๊ะที่ร้านอาหารฝรั่งเศสไว้แล้ว”

ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกไปจากคลินิกท่ามกลางสายตาชื่นชมของพนักงานคนอื่นๆ ภาพผู้ชายที่สมบูรณ์แบบกับผู้หญิงที่คู่ควรราวกับกิ่งทองใบหยก นลินดายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้นหิน ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากก้อนเนื้อในอกซ้ายกระจายไปทั่วทุกอณูขุมขน เธอเพิ่งตระหนักได้อย่างลึกซึ้งถึงคำว่า ‘ไร้สถานะ’ มันไม่ได้หมายความแค่การไม่มีชื่อเรียก แต่มันหมายถึงการไม่มีตัวตนอยู่ในโลกของเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ช่วงบ่ายคล้อยคลินิกเริ่มซาผู้คน นลินดาเข้าไปหลบมุมจัดเตรียมเอกสารอยู่ในห้องเก็บเวชระเบียน เธอต้องการพื้นที่เงียบๆ เพื่อจัดการกับความรู้สึกที่แตกร้าวของตัวเอง ทว่าเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามากลับทำให้เธอต้องรีบเช็ดน้ำตาที่หางตาออกอย่างรวดเร็ว

ตุลธรกดล็อกประตูห้องเก็บเวชระเบียน เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้จนนลินดาต้องถอยร่นไปชิดชั้นเหล็ก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการทานมื้อเที่ยงที่แสนโรแมนติก

“ใครสั่งให้เธอทิ้งงานมาหลบอู้อยู่ในนี้” น้ำเสียงของเขาดุดันและเอาเรื่อง

“ดิฉันมาจัดเรียงแฟ้มประวัติคนไข้ใหม่ค่ะ ไม่ได้หลบอู้นะคะ” นลินดาตอบโดยไม่ยอมสบตาเขา

“อย่ามาโกหก ฉันเห็นเธอมองฉันกับเขมิกาตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์ คิดจะทำตัวมีปัญหาหรือไง” ตุลธรยื่นมือมากระชากแขนเรียวเต็มแรงจนร่างบอบบางถลาเข้าไปปะทะอกกว้าง

“ดิฉันเปล่านะคะ ดิฉันก็แค่มองตามหน้าที่พยาบาลที่ต้องดูแลคนไข้” นลินดาพยายามขืนตัวออกแต่สู้แรงรัดของเขาไม่ได้

“หน้าที่ของเธอคือทำตามที่ฉันสั่ง ไม่ใช่มาทำหน้าตาอมทุกข์เรียกร้องความสนใจแบบนี้” ตุลธรบีบคางมนบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ไร้สาเหตุ อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกหงุดหงิดที่เห็นแววตาตัดพ้อของเธอ หรืออาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณดิบที่ต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ

ชายหนุ่มประกบริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและกักขฬะ ไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีความปรานี มีเพียงการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่น นลินดาเบิกตากว้างพยายามดิ้นรนผลักไส ทว่ายิ่งเธอต่อต้านเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรง ฟันคมขบกัดลงบนกลีบปากบางจนรับรู้ถึงรสเลือดที่ซึมออกมา

เขาดันตัวเธอจนแผ่นหลังแนบชิดกับชั้นเหล็กเย็นเฉียบ มือหนาสอดเข้าไปใต้กระโปรงพยาบาลสีขาวอย่างรวดเร็วและจาบจ้วง นลินดาสะดุ้งสุดตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอเจ็บปวดที่ร่างกายนี้ทรยศต่อความตั้งใจ ทุกครั้งที่เขาสัมผัส เธอกลับโอนอ่อนผ่อนตามอย่างน่าสมเพช

“พี่ตุลย์...อย่าค่ะ นี่มันที่ทำงาน” เธอพยายามร้องห้ามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อเขาลดใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอ

“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ ฉันจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้” เขากระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์

บทรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางกลิ่นกระดาษและแฟ้มเอกสารดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ตุลธรเรียกร้องเอาจากเธอราวกับจะสูบเอาวิญญาณ นลินดาปิดปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่อาจเล็ดลอดออกไปให้ใครได้ยิน เธอเกาะกุมบ่ากว้างเอาไว้แน่น ปล่อยให้พายุอารมณ์ของเขาพัดพาไปจนถึงขอบเหวแห่งความปรารถนา ความสุขสมทางกายที่เกิดขึ้นสวนทางกับความย่อยยับทางจิตใจอย่างสิ้นเชิง

เมื่อพายุสงบลง ตุลธรผละออกจากร่างบอบบางทันที เขาจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีเย็นชาราวกับคนแปลกหน้า นลินดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก จัดการเสื้อผ้าของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เธอช้อนสายตาขึ้นมองผู้ชายที่เธอมอบให้ทั้งตัวและหัวใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป