บทที่ 4 EP4 แสงเทียนที่หลอมละลาย
“คุณหมอเคยรู้สึกบ้างไหมคะ...” นลินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ “รู้สึกว่าดิฉันก็เป็นคน มีจิตใจ มีความรู้สึก เจ็บปวดเป็นเหมือนคนอื่น”
ตุลธรชะงักมือที่กำลังติดกระดุมเสื้อกาวน์ เขาหันมามองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม ไม่มีร่องรอยของความสงสารหรือเห็นใจปรากฏให้เห็น เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ ก้มหน้าลงมองผู้หญิงที่เพิ่งทอดกายให้เขาเมื่อครู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่รู้สถานะตัวเองดีตั้งแต่แรก” ตุลธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ฉันเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอ ทนไม่ได้ก็ลาออกไป”
ร่างสูงโปร่งก้าวพ้นกรอบประตูห้องเก็บเวชระเบียนออกไป ทิ้งให้นลินดานั่งกอดตัวเองอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและร่องรอยของความอัปยศ เธอปล่อยให้น้ำตารินไหลเงียบๆ อยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะรีบเช็ดมันออก พยาบาลสาวสูดลมหายใจลึกๆ พยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นยืนและจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมให้กลับมาเรียบร้อยดังเดิม เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฟูมฟาย เพราะโลกแห่งความเป็นจริงข้างนอกนั้น หน้าที่การงานยังคงรออยู่
ช่วงเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน นลินดาทำหน้าที่ของตัวเองราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้จิตวิญญาณ รอยยิ้มจอมปลอมถูกฉาบไว้บนใบหน้าเพื่อต้อนรับคนไข้ ขณะที่หัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี กระทั่งถึงเวลาคลินิกปิด เธอทำเพียงยืนมองแผ่นหลังของตุลธรที่เดินก้าวออกไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย
แม้จะถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนย่อยยับ แต่ลึกๆ ในใจที่แสนโง่งมของเธอกลับยังคงกอดเก็บเศษเสี้ยวความหวังเอาไว้ ความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นเมื่อช่วงเช้า ตอนที่เธอรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามเขาถึงเวลาเลิกงาน และเขาตอบรับสั้นๆ ว่า ‘จะแวะมาหา’
หลังเลิกงาน นลินดาพาร่างกายที่เหนื่อยล้าแวะไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต เธอเจียดเงินเก็บส่วนหนึ่งซื้อสเต๊กปลาแซลมอนชิ้นโตและวัตถุดิบชั้นดีสำหรับทำซุปเห็ดข้นที่เขาโปรดปราน หญิงสาวรีบกลับมาที่ห้องเช่ารูหนู ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม จัดเตรียมมื้อค่ำอย่างสุดฝีมือ และสวมชุดเดรสสีครีมตัวเก่งที่ซื้อมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ วันครบรอบวันเกิดวัยยี่สิบห้าปีของเธอ
เธอนั่งรอ...รอให้แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า รอให้เข็มนาฬิกาเดินวนรอบแล้วรอบเล่า ทว่าสิ่งที่ตอบแทนความภักดีของเธอ กลับมีเพียงความเงียบงัน
ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าปัดนาฬิกาเรืองแสงบอกเวลาใกล้จะข้ามผ่านเข้าสู่วันใหม่ เปลวเทียนเล่มเล็กบนเค้กวานิลลาปอนด์จิ๋วกำลังหลอมละลาย หยดน้ำตาเทียนสีชมพูร่วงหล่นลงมาเปรอะเปื้อนหน้าเค้กที่เขียนข้อความด้วยลายมือบูดเบี้ยวว่า ‘สุขสันต์วันเกิดนลินดา’ หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นไม้กระดานของห้องเช่าแคบซอมซ่อ แสงสลัวจากเปลวไฟสะท้อนนัยน์ตาที่ว่างเปล่าและแห้งผาก
อาหารบนโต๊ะพับตัวเล็กเย็นชืดไปนานหลายชั่วโมงแล้ว สเต๊กปลาแซลมอนที่เธอตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือตอนนี้แห้งกรัง ซุปเห็ดข้นที่เขาโปรดปรานจับตัวเป็นก้อน นลินดาทอดสายตามองผลงานความตั้งใจของตัวเองด้วยความรู้สึกที่แตกสลายลงทีละน้อย เสียงเข็มนาฬิกาเดินหน้าไปแต่ละวินาทีตอกย้ำความโง่งมของเธอเองอย่างเลือดเย็น
หญิงสาวหยิบสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกร้าวขึ้นมาดูอีกครั้ง ไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้า มีเพียงความว่างเปล่าที่ตอบกลับมา เธอกดเข้าไปดูหน้าโซเชียลมีเดียของสำนักข่าวบันเทิงแห่งหนึ่ง ภาพหลุดของนายแพทย์หนุ่มทายาทโรงพยาบาลชื่อดังกำลังนั่งดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับลูกสาวนักการเมืองใหญ่ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรู รอยยิ้มของตุลธรในภาพนั้นช่างอบอุ่นและละมุนละไม เป็นรอยยิ้มแบบที่เธอไม่เคยได้รับและจะไม่มีวันได้ครอบครอง
หญิงสาวกดล็อกหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้บนเตียง เธอหลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำตารินไหลอาบสองแก้ม ความโดดเดี่ยวในวัยเด็กที่เติบโตมาในสถานสงเคราะห์หวนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง นลินดาเคยคิดว่าการได้พบกับตุลธรคือของขวัญล้ำค่าที่สวรรค์ส่งมาทดแทนความอ้างว้าง แต่เธอลืมไปว่าสวรรค์ไม่เคยใจดีกับคนที่ไม่มีอะไรคู่ควรเลยแม้แต่นิดเดียว
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงัน นลินดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบยันกายลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว จัดแจงเสื้อผ้าและเรือนผมให้เข้าที่ รอยยิ้มจางๆ ถูกจุดขึ้นบนใบหน้าอย่างยากลำบาก ร่างสูงใหญ่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาด้านใน กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมสตรีราคาแพงที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นกลิ่นของเขมิกาลอยมากระทบจมูก
ตุลธรมีสีหน้าอิดโรยและหงุดหงิด เขาปลดเนกไทออกด้วยมือที่หนักหน่วงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนคับแคบของเธอ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ประดับประดาด้วยลูกโป่งราคาถูกและมองเลยไปถึงโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยของเย็นชืด เขาระบายลมหายใจออกมายาวเหยียดราวกับรำคาญใจเต็มทน
“หนูทำกับข้าวไว้รอ พี่ตุลย์กินอะไรมาหรือยังคะ เดี๋ยวหนูเอาไปอุ่นให้” เวลาอยู่ด้วยกันสองคนในสถานที่ส่วนตัว นลินดามักจะเรียกแทนตัวเองว่าหนูและเรียกอีกฝ่ายว่าพี่เสมอ
“ฉันกินมาแล้ว” เขาตอบเสียงห้วนพลางเอนหลังพิงพนักเตียง “แล้วนี่ทำบ้าอะไร รกหูรกตาไปหมด ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบความวุ่นวาย”
“วันนี้วันเกิดหนูค่ะ หนูแค่คิดว่าเราอาจจะได้กินเค้กด้วยกันสักชิ้น” นลินดาตอบเสียงแผ่วเบา เธอเดินเข้าไปใกล้เขาทีละก้าว หวังเพียงแค่คำอวยพรสั้นๆ จากปากของเขา
