บทที่ 7 EP7 ข้อหาที่แสนราคาถูก
“พี่ตุลย์พูดแรงไปไหมครับ น้องลินเขาป่วยจริงๆ หน้าซีดขนาดนี้พี่ไม่เห็นหรือไง” วายุขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับทัศนคติของเพื่อนรุ่นพี่
“นายเป็นหมอเด็ก ไม่ใช่ผู้บริหารคลินิก อย่ามาก้าวก่ายการจัดการพนักงานของฉัน” ตุลธรตัดบทอย่างรวดเร็ว เขาหันไปจ้องหน้านลินดาด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาให้เป็นจุณ “เข้าไปพบฉันที่ห้องพักเวชภัณฑ์เดี๋ยวนี้ นลินดา”
ไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยปากปฏิเสธร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินนำออกไปทันที พยาบาลสาวหันไปโค้งศีรษะให้วายุเป็นการขอโทษก่อนจะรีบก้าวเดินตามผู้เป็นเจ้านายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอรู้ดีว่าพายุอารมณ์ระลอกใหม่กำลังรอคอยเธออยู่หลังบานประตูนั้น
ทันทีที่พยาบาลสาวก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาในห้องพักเวชภัณฑ์ที่ค่อนข้างลับตาคนและไร้กล้องวงจรปิด ร่างบอบบางของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจนถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง ตุลธรดันร่างของเธอให้ชิดกับชั้นวางยาเย็นเฉียบ ฝ่ามือหนาบีบรัดต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแน่นจนเกิดรอยแดง
“ปล่อยหนูนะคะคุณหมอ หนูเจ็บ” นลินดาพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุม ทว่ายิ่งเธอดิ้นรนเขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้น
“เจ็บสิดี จะได้จำว่าอย่ามาทำตัวร่านแถวนี้” น้ำเสียงของเขากดต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ “เมื่อคืนทำเป็นรับไม่ได้ที่ฉันบอกว่าเธอเป็นแค่ของเล่น แต่พอเช้ามาก็รีบถ่างตาไปอ่อยไอ้วายุทันที คิดจะจับมันหรือไง”
“หนูไม่ได้อ่อยใคร หนูแค่หน้ามืดเกือบจะเป็นลม คุณหมอวายุเขาผ่านมาเห็นก็เลยเข้ามาช่วย” นลินดาเถียงกลับด้วยน้ำตารื้นดวงตา เธอเจ็บปวดกับข้อกล่าวหาที่แสนสกปรกนี้เหลือเกิน
“หน้ามืดบ้าบออะไร เธอมันก็แค่มารยาหญิงที่ใช้หลอกล่อไอ้พวกผู้ชายหน้าโง่” ตุลธรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนระอุรินรดพวงแก้มใส “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันมารยาของเธอนะนลินดา เธอจงใจทำตัวอ่อนแอเพื่อให้มันเข้ามาโอ๋ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ก็อย่าทำตัวมีปัญหา”
“หนูไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมพี่ตุลย์ต้องคอยหาเรื่องหนูด้วย หรือว่าพี่หึงหนูกับคุณหมอวายุ” นลินดารวบรวมความกล้าเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจ แววตาของเธอสั่นระริกขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา
ตุลธรชะงักไปชั่ววินาทีราวกับถูกแทงใจดำ ทว่าอีโก้และกำแพงในใจที่ก่อตัวมาอย่างยาวนานสั่งให้เขาปฏิเสธมันอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเยาะหยัน ผลักร่างของเธอออกห่างราวกับรังเกียจหนักหนา
“หึงงั้นเหรอ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยนลินดา คนอย่างฉันไม่มีวันลดตัวลงไปหึงผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอหรอก” เขากระซิบถ้อยคำโหดร้ายด้วยใบหน้าเรียบตึง “ฉันแค่สมเพชที่เห็นเธอพยายามจะอัปเกรดตัวเองด้วยวิธีต่ำๆ”
นลินดายืนนิ่งงัน น้ำตาหยดใสกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ คำพูดของเขาฆ่าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เหลือชิ้นดีให้ประกอบใหม่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกอบกู้เศษซากศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ถ้าพี่รังเกียจหนูขนาดนั้น ก็ไล่หนูออกสิคะ” เธอเค้นเสียงตอบกลับอย่างยากลำบาก
ตุลธรจ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตานั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ลึกๆ ในใจเขารู้สึกปวดหนึบ ทว่าปากที่แข็งกร้าวยิ่งกว่าเหล็กกลับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ผลักไสและทำลายล้างทุกความรู้สึกดีๆ จนหมดสิ้น
“ถ้าอยากได้คนดูแลนัก ก็ไปหาเอาข้างนอก อย่ามาทำตัวราคาถูกแถวนี้”
ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้นลินดายืนคว้างอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น ยกมือขึ้นกอดตัวเองแน่นพลางปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ อาการคลื่นไส้ที่หายไปชั่วครู่เริ่มกลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกบีบรัดที่ช่องท้องน้อย
มือบางสั่นเทาค่อยๆ เลื่อนลงมาลูบที่หน้าท้องของตัวเองอย่างแผ่วเบา ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในหัว อาการวิงเวียน อาเจียน หน้ามืด และประจำเดือนที่ขาดหายไปนานกว่าสองสัปดาห์ ทุกอย่างกำลังชี้ชัดไปสู่ความจริงบางอย่างที่เธอมองข้ามและพยายามปฏิเสธมาตลอด
‘เป็นไปไม่ได้...เรากินยาคุมตลอด มันต้องไม่ใช่แบบนี้’
พยาบาลสาวส่ายหน้าปฏิเสธความจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามา ความหวาดกลัวเกาะกินขั้วหัวใจจนสั่นสะท้าน หากสิ่งที่เธอคิดเป็นเรื่องจริง ชีวิตของเธอจะต้องเผชิญกับพายุที่รุนแรงกว่านี้อีกกี่เท่าตัว นลินดาหลับตาลงปล่อยให้น้ำตารินไหลพร้อมกับคำอธิษฐานที่ไม่มีวันส่งไปถึงสวรรค์ ขอเพียงแค่ให้ข้อสันนิษฐานนี้เป็นเพียงความผิดปกติของร่างกาย และอย่าได้มีสายเลือดของผู้ชายใจร้ายคนนั้นฝังรากลึกลงในตัวเธอเลย
ทว่าโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ให้เวลาเธอฟูมฟายนานนัก เสียงอินเตอร์คอมจากหน้าเคาน์เตอร์ที่เรียกหาผู้ช่วยพยาบาลดึงนลินดาให้ตื่นจากภวังค์อันหนาวเหน็บ เธอรีบเช็ดคราบน้ำตา จัดระเบียบเสื้อผ้าและลมหายใจของตนเองให้กลับมาเป็นปกติ แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะยังคงเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่เธอต้องสวมหน้ากากความเข้มแข็งและเดินออกไปเผชิญหน้ากับหน้าที่การงาน
