บทที่ 9 EP9 ท้อง
พยาบาลสาวละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์ ก้มลงมองถุงพลาสติกที่บรรจุชุดตรวจครรภ์บนโต๊ะ ความจริงตรงหน้าบีบบังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับมัน นลินดาคว้ากล่องกระดาษทั้งสามกล่องกำไว้แน่นก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องน้ำแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัว
มือที่สั่นเทาแกะซองฟอยล์ออกอย่างยากลำบาก เธอทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ข้างกล่องอย่างเคร่งครัด ชุดตรวจทั้งสามแบบถูกวางเรียงกันบนขอบอ่างล้างหน้า นลินดาทรุดตัวลงนั่งบนฝาชักโครก ยกมือขึ้นปิดหน้าและปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ เวลาสามนาทีที่ต้องรอคอยผลลัพธ์ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาขยับเดินคือการทรมานจิตใจอย่างแสนสาหัส
เสียงสัมภาษณ์ของตุลธรจากหน้าจอโทรทัศน์ยังคงดังลอดเข้ามาในห้องน้ำอย่างต่อเนื่อง
“คุณเขมิการักเด็กไหมคะ ถ้าแต่งงานแล้ววางแผนจะมีทายาทเลยหรือเปล่า”
“เขมชอบเด็กค่ะ พี่ตุลย์เองก็เป็นคนรักครอบครัว ถ้าเราแต่งงานกัน เขมก็อยากจะมีลูกสักสองคนให้เป็นโซ่ทองคล้องใจของเราค่ะ” เสียงหวานใสของเขมิกาตอบกลับอย่างฉะฉานตามด้วยเสียงหัวเราะแสดงความชื่นมื่นของบรรดานักข่าว
นลินดาสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะลืมตาขึ้นมองผลทดสอบบนขอบอ่างล้างหน้า
เส้นสีแดงขีดแรกปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนบนช่องควบคุม มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้น ทว่าสายตาของเธอจับจ้องไปที่ช่องทดสอบด้วยหัวใจที่เต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ของเหลวค่อยๆ ซึมผ่านแถบกระดาษช้าๆ และแล้วสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้น
ขีดสีแดงเส้นที่สองค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาเคียงคู่กับเส้นแรก มันไม่ได้จางจนต้องเพ่งมอง แต่มันเข้มชัดเจนและหนักแน่นจนไม่อาจหาข้ออ้างใดมาหักล้างได้ ชุดตรวจทั้งสามอันแสดงผลลัพธ์ตรงกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
สองขีด
เธอท้อง
ความจริงข้อนี้กระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง นลินดาเข่าอ่อนจนทรุดตัวลงไปกองกับพื้นห้องน้ำที่เปียกชื้น มือบางสั่นระริกเอื้อมไปหยิบแท่งพลาสติกเหล่านั้นมากำไว้แน่นราวกับจะบีบให้มันแหลกสลายคามือ น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งทะลักทลายลงมาอีกระลอกพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป
เธอตั้งครรภ์ลูกของเขา ลูกของผู้ชายที่เพิ่งประกาศออกสื่อว่าจะสร้างครอบครัวกับผู้หญิงที่คู่ควร ลูกของผู้ชายที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ราคา เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์บนเตียง
พยาบาลสาวยกมือขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบของตัวเอง สัมผัสได้ถึงชีพจรบางอย่างที่กำลังก่อกำเนิดอยู่ภายใน มันคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอและเขา ทว่ากลับไม่มีความยินดีใดๆ เกิดขึ้นเลย มีเพียงความหวาดกลัวและความมืดมนที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกอณูขุมขน
‘หนูมาผิดเวลาเหลือเกินลูกจ๋า’
นลินดาคร่ำครวญอยู่ในใจ เธอจะเอาความกล้าหาญจากที่ไหนไปบอกผู้ชายใจร้ายคนนั้น เขาเกลียดการผูกมัด เกลียดความวุ่นวาย และที่สำคัญที่สุดเขาเพิ่งจะหมั้นหมายกับผู้หญิงที่ครอบครัวยอมรับ หากเขารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา พายุอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดจะต้องพัดทำลายชีวิตของเธอและเด็กคนนี้จนไม่เหลือซากอย่างแน่นอน
ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง ภาพที่เขาขว้างปาข้าวของใส่ผนังเพียงเพราะเธอเผลอทิ้งแปรงสีฟันไว้ในห้องน้ำของเขา ภาพที่เขาตวาดลั่นเมื่อเธอพยายามจะซักเสื้อผ้าให้ สัญญาณเตือนทุกอย่างบอกชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการให้เธอเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว นับประสาอะไรกับการมีสายเลือดของเขาถือกำเนิดขึ้นมา
หญิงสาวคลานเข่าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาที่ถูกดึงสลักออก เธอนั่งพิงขอบเตียงนอนทอดสายตามองไปที่หน้าจอโทรทัศน์ซึ่งบัดนี้ตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณาไปแล้ว ทว่าคำสัมภาษณ์ของตุลธรยังคงฝังรากลึกอยู่ในสมอง
เขาต้องการครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เขาต้องการภรรยาที่เชิดหน้าชูตาในสังคมได้ เขาต้องการทุกอย่างที่เขมิกามี ซึ่งนลินดาไม่มีวันให้เขาได้เลย เธอเป็นได้แค่เงามืดที่เขาใช้ซุกซ่อนความใคร่ เป็นความลับที่น่ารังเกียจซึ่งเขาพร้อมจะสลัดทิ้งทุกเมื่อที่หมดความต้องการ
นลินดาแบมือออกมองดูชุดตรวจครรภ์ทั้งสามอันที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา รอยยิ้มขื่นขมผุดขึ้นบนริมฝีปากที่ซีดเซียว เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและสมเพชตัวเองอย่างถึงที่สุด ชะตากรรมช่างเล่นตลกกับชีวิตของเธอได้อย่างโหดร้ายเหลือเกิน ผู้หญิงที่โหยหาความรักและครอบครัวมาตลอดชีวิต กลับต้องมาตั้งครรภ์ในสถานการณ์ที่มืดมนที่สุด
ดวงตาคู่สวยที่เคยมองโลกในแง่ดีบัดนี้ฉายแววความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ เธอจ้องมองขีดสีแดงสองขีดนั้นนิ่งนาน ตัดสินใจยอมรับความจริงที่ไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่กลั่นออกมาจากหัวใจที่บอบช้ำ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเช่าที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
“ลูกของคนไม่มีสถานะ ก็เป็นได้แค่ตัวมารผจญสินะ”
เสียงสะอื้นไห้ขาดห้วงไปพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เหือดหาย นลินดานั่งกอดเข่าจมจ่อมอยู่กับความมืดมิดและความหนาวเหน็บยาวนานนับชั่วโมง หน้าจอโทรทัศน์ดับลงไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวลูบหน้าท้องของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัมผัสแผ่วเบาที่พยายามส่งผ่านความรักและความขอโทษไปยังชีวิตดวงน้อยที่เพิ่งก่อกำเนิด ความอ่อนล้าทางอารมณ์พรากสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย จนกระทั่งร่างบอบบางเผลอหลับฟุบไปกับขอบเตียงทั้งคราบน้ำตาที่ยังเปรอะเปื้อนสองแก้ม
