บทที่ 10 เตรียมการร้านน้ำชา
บทที่ 10
เตรียมการร้านน้ำชา
อี้ผิงกำลังเดินดูคนงานจัดการตกแต่งร้านตามที่นางสั่งเอาไว้ ทั้งเพิ่มต้นไม้สีเขียว จัดแต่งโต๊ะมุมต่าง ๆ ทำสวนด้านหน้า กั้นห้องที่ชั้นสองเพื่อเปิดเป็นห้องพิเศษ
โต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ไม่เหมือนร้านทั่วไป มันคือโซฟา เป็นชุดโซฟาขนาดเล็กที่มีเก้าอี้บุผ้านวมหนานุ่มสองตัว บางโต๊ะมีสี่ตัว ไล่สีน้ำตาลอ่อน ๆ
อี้ผิงตั้งใจให้ร้านออกมาโทนสบายตา มองไปทางไหนก็ราวกับมาพักผ่อน สีไม้ของตึกอี้ผิงก็สั่งให้ช่างทาสีใหม่ทำให้มันเป็นสีขาวทั้งหลัง สวนขนาดเล็กด้านหน้าเพิ่มต้นไม้ วางที่นั่งหินอ่อนสามชุดตามมุมต่าง ๆ เพื่อที่ว่าใครอยากรับธรรมชาติให้นั่งด้านนอก มีสระน้ำขนาดเล็กไว้เลี้ยงปลา
เดินเข้ามาขวามือจะเจอเคาน์เตอร์พนักงานของร้านที่จะมีการวางขนมหลากหลายโชว์เอาไว้พร้อมกับเมนูน้ำต่าง ๆ
อี้ผิงทำให้ทุกอย่างเป็นเหมือนโลกก่อน นางใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อทำร้านออกมาให้ดีที่สุด วันนั้นหลังจากตกลงจะเช่า สุดท้ายซงหยวนก็บอกว่าให้นางเช่าฟรีสามเดือน
หลังจากนี้จ่ายเดือนละยี่สิบตำลึงเงิน ซึ่งถือว่าราคาถูกมากจนน่าใจหาย อี้ผิงซึ้งใจมากที่อีกฝ่ายเมตตานางมากขนาดนี้เห็นนางเป็นเหมือนบุตรสาวคนในครอบครัว
อาจจะเพราะอีกฝ่ายไม่มีครอบครัว เมื่อเห็นเด็กจึงรักเป็นพิเศษ และอี้ผิงคือเด็กที่โชคดีผู้นั้น
ชั้นสามอี้ผิงเก็บเอาไว้เพื่อทำห้องทำงาน ไว้ให้ตนเองจัดการบัญชี พูดคุยกับแขกด้านธุรกิจ อีกด้านไว้รับแขกพิเศษที่อาจจะมาพูดคุยธุระสำคัญ
เรื่องชาดอกไม้ผลไม้ตอนนี้มารดาจัดการไปเกินครึ่งแล้ว คนในจวนเองก็ช่วยเรื่องนี้ จัดการตากดอกไม้ต่าง ๆ ที่สามารถนำมาทำชากินได้
ดีที่สวนของจวนที่ซื้อมีดอกไม้หลายอย่าง ทั้งดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว) เหมยกุ้ย (กุหลาบ) โม่ลี่ฮวา (มะลิ) อัญชัน จวี๋ฮวา (เบญจมาศ) ไป๋หลันฮวา (จำปี) ไหนจะอิงฮวา (ซากุระ)ดอกท้อ ดอกหอมหมื่นลี้ และอื่น ๆ อีกมากที่ยังไม่ถึงฤดู แต่ถ้าถึงฤดูก็นำมาทำชาได้เลย ผลไม้ก็มีอยู่กว่ายี่สิบต้น ทั้งท้อ ผิงกั๋ว สาลี่ที่เจ้าของจวนคนเดิมปลูกเอาไว้เป็นร่มเงารอบจวน
อีกทั้งยังมีที่อี้ผิงวางแผนการปลูกอีกกว่าสิบชนิด นางจะทำร้านน้ำชาที่มีชาดอกไม้เป็นตัวเด่น คงต้องเพิ่มสวนดอกไม้ขึ้นอีกเยอะ สระบัวอีกสักสามแห่งเพื่อที่จะเพียงพอเก็บเกี่ยว
การตลาดของอี้ผิงนางหวังพึ่งพี่สาวคนสวยอย่างหนิง-
เซียน ดูจากจวนขนาดใหญ่คิดว่าอีกฝ่ายคงมีชื่อเสียงมากในหมู่บัณฑิต หากนางร้องขอให้อีกฝ่ายช่วยเชื่อว่าต้องช่วยนางแน่
อีกส่วนมาจากท่านลุงซงที่อี้ผิงหว่านเสน่ห์จนอีกฝ่ายติดนางเหมือนบิดาติดบุตรสาว เขาบอกว่าหากอี้ผิงว่างให้เข้ามาที่จวนได้ตลอด
ความน่ารักสดใสของเด็กนี่มันใช้ได้ผลดีจริง ๆ ทำเอาพวกผู้ใหญ่หลงเสน่ห์เด็กอย่างนางจนถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อหลายอย่างลงตัว อี้ผิงจึงคิดจะขยายกิจการต่อไปเรื่อย ๆ กิจการเดียวมันทำเงิน แต่นางต้องขยายความเสี่ยง หากเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจหนึ่ง อีกอย่างต้องมารองรับเอาไว้ได้ไม่ให้ติดขัด
“คุณหนู ตอนนี้สวนด้านหน้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ สระน้ำเองก็เตรียมพร้อมแล้ว คิดว่าอีกสามวันลงปลาได้”
“ท่านลุงเกา อี้ผิงอยากให้ท่านลุงไปหาซื้อปลามังกรสวยงามมาปล่อยลงสระ เอาเก้าตัว อี้ผิงคิดว่าบ่อที่เราขุดน่าจะมีพื้นที่เพียงพอให้มันว่ายน้ำสะดวก ปลามังกรถือว่าเป็นปลามงคลส่งเสริมให้มั่งคั่ง ร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมเรื่องการค้าขาย ถือว่านำโชคลาภ”
“ความคิดนี้ดียิ่งขอรับ ข้าเองจะไปจัดการมาให้”
“ในส่วนของคนงานในร้าน ข้าจะไปหาซื้อเองที่ตลาดค้าทาส คงต้องเป็นหญิงสักสี่คน ชายอีกสองคนจะได้เพียงพอ ชั้นสองและห้องพิเศษของร้านอี้ผิงอยากให้ท่านลุงเกาหาช่างมาทำสวนขนาดกลางไว้กลางชั้นสอง ทำให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่กลางสวนร่มรื่น อี้ผิงขีดเขตพื้นที่เอาไว้แล้วให้มีกระถางขนาดใหญ่มาวางใส่ดินใส่ปุ๋ยเตรียมลงต้นไม้”
อี้ผิงอยากสร้างความแตกต่างให้กับร้านของตนเอง นางอยากทำให้ผู้ที่มาประทับใจตั้งแต่ครั้งแรก ร้านขนาดไม่เล็กชั้นแรกมีโต๊ะสิบห้าชุด ชั้นบนอีกสิบ ชั้นสามมีหนึ่งห้องขนาดใหญ่ ราคาชั้นหนึ่งและสองขึ้นอยู่กับขนมและชาที่สั่ง ส่วนห้องพิเศษชั้นสามจะมีค่าห้องคิดเป็นรายชั่วยามเพราะถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมาก ห้องใหญ่ ระเบียงยังเปิดรับลมได้ตลอดทั้งวัน
“คุณหนูอยากได้ต้นไม้ชนิดใดบ้างขอรับ ข้าจะไปดูให้”
“ต้นไม้พวกนี้ต้องต้นขนาดเล็กที่อนาคตจะไม่เติบโตมากเกินไป แต่ว่างดงามและเป็นมงคล อี้ผิงอยากได้ต้นส้มที่หมายถึงความดีงาม ผาสุก ต้นไผ่ขนาดเล็กที่เพิ่งจะเป็นหน่อขึ้นมา หากมันโตเราก็ตัดลงเสมอ และก็ดอกเบญจมาศอีกด้วยเพื่อความสวยงาม ส่วนพื้นที่ดินที่เหลือลงหญ้าปิดผิวดิน แบบนี้ถึงจะดี”
อี้ผิงร่ายยาวออกมาตามความคิดออกมาเรื่อย ๆ โดยมีเกาสุ่ยที่ยืนจดรายละเอียดที่คุณหนูของตนเองต้องการ
“คุณหนูไม่คิดขายพวกอาหารด้วยหรือขอรับ”
อี้ผิงส่ายหน้า หากมีอาหารมันจะต้องเพิ่มรายละเอียดมาอีกมาก ร้านชาควรจะเป็นร้านที่ไม่มีกลิ่นฉุนของอาหาร แต่นางจะเพิ่มของคาวในเมนูสักสามอย่าง แต่ต้องไปคิดเสียก่อนว่าเอาอะไรจึงเหมาะสม
คนที่มาที่นี่คือบัณฑิตที่มานั่งพูดคุยอ่านตำรา นั่งเล่นผ่อนคลาย จึงเน้นที่ขนมจะดีกว่า
“ข้าจะคิดอีกทีเจ้าค่ะ แต่ร้านนี้เป็นร้านน้ำชา คิดว่าไม่ควรมีกลิ่นอาหารมาก เอาไว้ร้านนี้ไปได้ดี ข้าจะหาทำเลเปิดเหลาอาหารแยกอีกที อนาคตยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้าอยากจะลงมือทำ”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปจัดการงานก่อน”
อี้ผิงยิ้มรับ นางเดินตรวจงานอีกเรื่อย จนออกมาดูหน้าร้านที่จัดการเรียบร้อย
“อี้ผิง”
เสียงเรียกด้านหน้าทำให้อี้ผิงหันไปมองต้นเสียง นางเห็นหนิงเซียนโบกมือไปมาให้
“พี่สาวหนิง”
อี้ผิงก้าวขาสั้น ๆ เริ่มเดินจนกลายเป็นวิ่งเข้าไปหาหนิง-
เซียนที่อยู่ตรงถนนด้านหน้า
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
หนิงเซียนถามเสียงหวาน นางมองเข้าไปในร้านที่กำลังทำการปรับปรุงอยู่แล้วมองเด็กน้อยที่น่ารักน่าชัง นางคิดว่าอี้ผิงจะไปหาที่จวนแต่ผ่านมาสามวันไม่เห็นไป วันนี้ไปที่จวน ถามหาคนที่นั่นก็บอกว่าคุณหนูของพวกเขาออกมาจากจวนตั้งแต่เช้ามืดแล้ว นางจึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้เพราะจะถามออกไปก็ไม่สมควร จนมาเจออีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านขายผ้าที่ปิดไปแล้ว
“ข้ามาจัดการตรวจร้านเจ้าค่ะ”
อี้ผิงตอบเสียงน่ารัก นางยิ้มให้หนิงเซียน
“ตรวจร้าน ร้านนี้ของเจ้าหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ อี้ผิงเช่าที่ทำร้านน้ำชาจากท่านลุงซง พี่สาวหนิงเมื่อร้านเปิดวันแรกท่านต้องมากินขนมน้ำชาที่นี่นะเจ้าคะ ข้ารับรองได้ว่าชาและขนมของร้านข้าอร่อยมากจนท่านติดใจแน่นอน”
หนิงเซียนยิ้มเอ็นดูกับความช่างพูดช่างจาของเด็กน้อย นางย่อตัวลงไปนั่งแล้วบิดแก้มชมพูของอี้ผิงอย่างเบามือ
“ต้องมาแน่นอนอยู่แล้ว ไม่นึกว่ามารดาเจ้าจะชอบทำการค้า ย้ายมาเพียงสามวันก็คิดหาทางทำกิจการแล้ว ดูจากการปรับปรุงคงจะน่าสนใจมาก ข้าไม่เคยเห็นร้านน้ำชาที่ไหนตกแต่งร้านเช่นนี้มาก่อน”
หนิงเซียนมองด้วยความสนใจ เรียกได้ว่าไม่เหมือนร้านน้ำชาที่นางเคยเข้าสักนิด จะว่าร้านอาหารก็ไม่ใช่ มันเหมือนสวนที่ให้ไปนั่งเล่นชมดอกไม้มากกว่า
“แน่นอนว่าต้องไม่เหมือนใครเจ้าค่ะ คนจะได้สนใจ”
“นี่ความคิดเจ้าหรือ”
“เจ้าค่ะ ความคิดอี้ผิงเอง อีกไม่เกินสิบวันก็พร้อมเปิดร้าน ข้าจะส่งคนไปแจ้งพี่สาวหนิงอีกที”
“ได้…พี่จะมาเปิดป้ายร้านให้เจ้า แล้วคิดชื่อร้านหรือยัง พี่จะเป็นคนเขียนชื่อร้านให้เอง”
อี้ผิงขมวดคิ้ว นางยังไม่รู้ภูมิหลังหนิงเซียน แต่ดูจากที่อีกฝ่ายออกปากมาเปิดป้ายร้านรวมถึงเขียนชื่อร้านให้ ความสำคัญคงมากกว่าที่นางรู้
เช่นนั้นนางควรรับความจริงใจนี้
“ร้านน้ำชาจวนอี้เจ้าค่ะ”
“ได้ เรื่องป้ายชื่อร้านพี่สาวจะจัดการให้เจ้าเอง รับรองว่ามันทั้งงดงามและดีที่สุด”
อี้ผิงยิ้มรับหน้าบาน มันต้องดีอยู่แล้ว เพราะนางไม่เสียเงินสักตำลึงดีที่สุด
