บทที่ 11 ชาดอกไม้
บทที่ 11
ชาดอกไม้
อี้ผิงนั่งเก็บดอกโม่ลี่ฮวาหรือดอกมะลิที่ด้านข้างของเรือนตัวเอง นับว่าเจ้าของเดิมปลูกดอกไม้หลายชนิดไว้ทุกด้านของจวน มองไปทางไหนจะงดงามตา ดอกไม้ที่อี้ผิงกับมารดาต้องการนำมาทำชาจึงมีมาก
ด้านหน้าของเรือนหลังที่มีพื้นที่มาก อี้ผิงจัดการให้คน
งานชายในจวนทำการไถดินเตรียมปลูกดอกไม้ ทำเป็นแปลงแต่ละแปลงลงดอกไม้คนละชนิด อีกด้านที่ติดสระก็ทำแปลงดอกไม้เช่นเดียวกัน
วันหน้าถ้ากิจการไปได้ดี นอกจากจะขายน้ำชาร้อน อี้ผิงยังคิดทำเป็นห่อเพื่อที่ให้ลูกค้าได้ซื้อเป็นของฝากเมื่อจะเดินทางกลับจวนตนเอง
ความคิดเรื่องการทำธุรกิจตอนนี้ผุดขึ้นมามากมายกว่าสิบอย่าง ติดอย่างเดียวที่เป็นปัญหาคือเงิน เพราะอี้ผิงเหลือเงินน้อยลง นางไม่อยากจะแตะเงินส่วนนั้นมากนักด้วยต้องการเก็บไว้กันตาย
มือเล็กป้อมเด็ดดอกไม้อย่างเบามือ แต่ละดอกที่ถูกเด็ดจากกิ่งเต็มไปด้วยความใส่ใจพิถีพิถัน เพราะมันจะดูไม่สวยถ้าทำแรงเกินไป
ไหนจะต้องรักษากลิ่นหอมของมันไว้ให้ได้ เมื่อดอกไม้ที่ถูกตากจนแห้งโดนน้ำร้อน กลิ่นหอมของมันจะได้ตีจมูกขึ้นมา
“คุณหนู แดดแรงแล้ว กลับเข้าเรือนเถอะเจ้าค่ะ”
มี่ฮวาที่เก็บดอกไม้อีกด้านของแปลงเอ่ยปากเมื่อเห็นว่าแดดแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใบหน้าคุณหนูเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามกรอบหน้าเล็ก ใบหน้าแดงเพราะความร้อนจากแดด
อี้ผิงมองดอกโม่ลี่ฮวาในตะกร้าด้วยความพอใจ นางเก็บมันตั้งแต่เช้า จนตอนนี้เข้าช่วงสายของวันได้ครึ่งตะกร้าแล้ว
มองตะกร้าดอกเหมยกุ้ยในมือมี่ฮวาก็นับว่ามาก นางจึงพยักหน้าลุกขึ้นถือตะกร้าเดินกลับเข้าเรือน
ด้านในของเรือนมีร่างของมารดาที่กำลังจัดการกับดอกไม้ที่นำมาทำชาอยู่ เมื่อหันมาเห็นบุตรสาวตัวน้อยที่ในมือมีตะกร้าดอกไม้อยู่ก็ลุกขึ้นเดินมาอุ้มอี้ผิง หยิบตะกร้าดอกไม้ในมืออี้ผิงให้เฟิงย่าไปจัดการต่อ
“ร้อนหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ มันสนุกดี”
“คุณหนูในห้องหอที่ไหนชอบแบบเจ้ากัน ดูซิ เหงื่อออกจนเต็มหน้าแล้ว”
“ท่านแม่ ข้าชอบจริง ๆ การที่เราลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเองมันเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ทำให้ข้ามีความรู้ติดตัว”
“ดี งั้นวันนี้แม่จะสอนเจ้าทำชาดอกไม้ดีหรือไม่”
“ดียิ่งเจ้าค่ะ อี้ผิงอยากรู้ว่ามันจะต่างจากที่ได้อ่านมามากหรือไม่”
อี้ผิงพยักหน้ารับ นางอยากรู้วิธีทำนานแล้วแต่ไม่มีเวลามาดู ตื่นเช้าแต่ละวันยังต้องไปที่ร้านเพื่อตรวจความเรียบร้อยว่าตกแต่งร้านไปถึงไหน เป็นไปตามความต้องการของนางหรือไม่ มีอะไรที่ต้องปรับแก้จัดการเพิ่มเติม แบบร้านและการตกแต่งที่อี้ผิงให้ช่างจัดการถือว่ายังแปลกใหม่เกินไปสำหรับคนที่นี่ นางจึงจำเป็นต้องไปกำกับตรวจงานอีกรอบให้มั่นใจว่างานออกมาดีที่สุดและเป็นไปตามแบบ
อี้หลันว่างบุตรสาวลงที่เก้าอี้พร้อมกับนำดอกไม้ที่เฟิงย่าไปล้างน้ำสะอาดมาวางบนโต๊ะ
“อี้ผิง จำเอาไว้ว่าดอกไม้ที่จะนำมาทำชาได้ต้องเป็นดอกไม้กินได้ ไม่มีพิษ เมื่อเจ้าเด็ดมันมาจากต้น เจ้าต้องนำมาล้างน้ำให้สะอาด เวลาที่ล้างต้องล้างด้วยความเบามือ อย่าทำแรงมากเกินไปเพราะจะทำให้กลีบดอกช้ำได้ ล้างแล้วนำมาพักบนตะแกรงให้แห้งสนิทหรือมีน้ำน้อยที่สุด”
อี้ผิงฟังมารดาด้วยความตั้งใจ นางมองดอกไม้บนถาดที่มีผ้าขาวรองอีกชั้นเพื่อซับหยาดน้ำจากดอกไม้ที่นำไปล้างมา
“หากมันยังไม่แห้งสนิทเราไม่ควรนำมาทำใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ใช่…ต้องรอมันแห้งสนิทเสียก่อน เมื่อแห้งเราจะนำมาเด็ดเอาแต่กลีบของมัน ไม่เอาเกสร เจ้าจะใช้มือฉีกหรือกรรไกรตัดก็ได้ทั้งตามที่เจ้าถนัดมือมากที่สุด แต่อย่าให้กลีบดอกไม่ขาดจนไม่น่าดู เมื่อเรียบร้อยนำมาวางบนถาด หากจะใช้ทั้งดอกก็ได้แต่ต้องนำเกสรมันออกอย่างระวังที่สุด ลองทำดูสิ”
อี้หลันสอนวิธีการทำชาดอกไม้ง่าย ๆ ให้บุตรสาว การทำชาดอกไม้ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องมีความใส่ใจ ตอนทำแต่ละขั้นตอนต้องใจเย็น ไม่รีบร้อน เพราะการรีบเกินไปจะทำกลีบดอกช้ำ ทั้งยังต้องกะระยะเวลาและดูที่ความแห้งของกลีบดอกที่ใช้เวลาตากที่พอดี ไม่มากไม่น้อย
อี้ผิงหยิบดอกกุ้ยฮวาที่เฟิงย่าล้างไว้ตั้งแต่เช้ามาให้เพราะมันแห้งแล้วไม่เปียกน้ำ นางหยิบมันขึ้นมามองก่อนจะย้อนคิดถึงชาดอกไม้ที่โลกนั้นและคิดว่าความต่างอยู่ที่ไหน
“ท่านแม่ ข้าไม่อยากใช้แต่กลีบของมัน ข้าอยากได้มันทั้งดอก เราจะได้แปลกกว่าร้านอื่น อีกอย่างจะดูสวยกว่าด้วย”
“ตามใจเจ้า เช่นนั้นเอาเกสรมันออก ทำอย่างเบามือเข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
อี้ผิงทำด้วยความเบามือ ใบหน้าเล็กมีความมุ่งมั่นอย่างมาก แต่ละดอกที่ทำล้วนใส่ใจ ด้านข้างอี้หลันมองบุตรสาวอย่างชื่นชม บุตรสาวของนางเป็นคนมีความตั้งใจยิ่ง
เมื่อทำเสร็จทั้งตะกร้า อี้ผิงยิ้มด้วยความดีใจ นางทำออกมาได้ดีมาก ไม่มีดอกไหนเลยที่จับแรงจนช้ำ
“ท่านแม่ ถาดนี้เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
อี้ผิงบอกมารดาที่กำลังเก็บดอกไม้ที่ทำเสร็จแล้วลงโถแก้ว
อี้หลันวางสิ่งที่ทำอยู่เดินมาหาบุตรสาว
“ไหนดูซิ”
อี้หลันมองดอกกุ้ยฮวาทุกดอกที่ถูกเด็ดเกสรออกจนหมดแล้วยิ้มให้บุตรสาว
“พอได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ดีมากเลยต่างหาก เจ้ามือเบามาก ทุกดอกไม่มีดอกไหนที่กลีบช้ำ ความสำคัญมันอยู่ตรงนี้ หากเราทำแรง มันช้ำตอนที่ชงจะทำให้กลิ่นเหม็นเขียวและสีไม่สวย”
“เราต้องมือเบาทุกชนิดเลยหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว เอาล่ะ คราวนี้เอามันไปตาก แล้วช่วยเก็บดอกโม่ลี่ฮวาที่แห้งแล้วเข้ามาให้แม่ด้วย แม่จะดูว่าใช้ได้หรือไม่ เฟิงย่าพาคุณหนูอี้ผิงไปที”
อี้ผิงพยักหน้าเข้าใจ นางลงจากเก้าอี้ตัวเตี้ยที่มารดาให้คนตัดขาออก เวลานางขึ้นนั่งจะได้ง่าย ๆ
ออกมาด้านข้างเรือนอีกด้านที่เป็นที่โล่งแดดแรง อี้ผิงเห็นถาดตากดอกไม้มากมายกว่ายี่สิบถาดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้
“คุณหนู ดอกโม่ลี่อยู่ด้านนี้เจ้าค่ะ”
อี้ผิงมองตามที่เฟิงย่าพูด ก่อนจะเห็นโต๊ะที่เต็มไปด้วย
โม่ลี่ฮวาวางเต็มไปหมด ทั้งหมดมียี่สิบโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีดอกไม้คนละชนิด โต๊ะนี้ท่านลุงเกาให้คนในจวนทำขึ้นมาจากไม้ไผ่ จึงทำขึ้นมาง่ายไม่เสียเวลา ให้มันมีความห่างพอประมาณ เมื่อวางถาดดอกไม้จะได้ช่วยให้ดอกไม้ที่ตากแห้งง่ายขึ้น
“ถาดไหนหรือเจ้าคะ”
“ฮูหยินบอกว่าให้คุณหนูลองเลือกเจ้าค่ะ”
อี้ผิงพยักหน้าเข้าใจ มารดาคงอยากให้นางลองตัดสินใจเลือกดูด้วยตนเอง
อี้ผิงเดินดูด้วยความตั้งใจ นางเอื้อมมือขึ้นไปจับดูทุกถาดก่อนจะชี้สามถาดที่ตนเองคิดว่าใช้ได้ให้เฟิงย่าเป็นคนถือตามกลับเข้าเรือน
“ท่านแม่ ข้ามาแล้ว”
อี้หลันมองไปที่ถาดดอกโม่ลี่ฮวาที่เฟิงย่านำมาวางบนโต๊ะก่อนจะมองบุตรสาวด้วยความอึ้ง บุตรสาวนางเลือกมาได้ถูกต้อง ทั้งสามถาดนี้เป็นโม่ลี่ฮวาที่ถูกทำตั้งแต่สามวันก่อน ตากแดดสามวันเพื่อให้แห้งสนิท แต่ว่าไม่ได้ตากทั้งวัน นางจะนำพวกมันไปตากเพียงช่วงที่แดดพอดี ไม่แรงมาก หากแรงไปจะเก็บเข้ามาไว้ในร่มเสียก่อน พอเวลาแดดเหมาะสมจึงนำออกไปตากอีกครั้งเพื่อสีจะได้สวย อีกอย่างคือน้ำมันดอกไม้จะไม่ระเหย
“อี้ผิง เก่งมาก เจ้าเลือกได้ถูกต้อง ความสำคัญของดอกไม้ที่นำมาชงชาอย่างหนึ่งคือมันต้องแห้งสนิท ไม่มีความชื้นปะปนอยู่ เป็นดอกไม้ที่เมื่อถูกเก็บลงขวดโหลจะได้ไม่เป็นเชื้อรา หากเราเก็บดอกไม้เร็วเกินไป เชื้อราจะขึ้นทำให้มันเสียจนใช้ไม่ได้”
“ข้าเคยอ่านในหนังสือจึงจดจำมาเจ้าค่ะ แล้วสูตรพิเศษที่ท่านแม่ว่าคืออะไรกัน”
“หนึ่งมันอยู่ที่การเลือกดอกไม้ สองอยู่ที่การตากให้แห้งสนิท ไม่ใช้แดดร้อนเกินไป ใจเย็นใส่ใจเลือกแดดที่เหมาะสมเพื่อสีจะได้สวย สามคือการเก็บรักษาที่ดีเพื่อให้ทั้งกลิ่นและรสชาติยังคงอยู่ครบ ไม่ให้ถูกอากาศ ไม่ให้ถูกแสงแดดและความชื้นเข้า สี่คือการชงที่ต้องใส่ใจ การชงชาดอกไม้ไม่ควรจะแช่ดอกไม้ในน้ำร้อนนาน อีกอย่างน้ำที่ใช้จะไม่ร้อนเกิน มันต้องพอดี ชงอย่างถูกต้อง”
“ที่ว่าถูกต้องคืออย่างไรเจ้าคะ”
อี้หลันลองหยิบดอกโม่ลี่ฮวาหนึ่งดอกขึ้นมาแล้วสั่งให้
เฟิงย่าไปนำน้ำร้อนที่ต้มไว้มาให้ นางจะทำให้บุตรสาวดู เมื่อเฟิง-
ย่านำน้ำร้อนมา อี้หลันก็ลงมือพร้อมอธิบายไปด้วย
“ดอกโม่ลี่ฮวาหนึ่งกลีบต่อน้ำหนึ่งถ้วย หากดอกหนึ่งจะ
ต้องใส่น้ำหนึ่งกา ครั้งแรกเทน้ำร้อนที่พอดี ไม่ร้อนมากลงไปให้ทั่วดอกโม่ลี่ฮวาแล้วเทน้ำแรกทิ้ง จึงเทน้ำร้อนอีกครั้งลงไปแช่ไว้เสียประมาณยี่สิบอึดใจหรือครึ่งก้านธูปก็ได้ ชาดอกไม้ที่อร่อยเมื่อชงควรดื่มทันทีหรือถ้านั่งนานก็ใช้วิธีวางไว้บนเทียนร้อนให้ความร้อนมีเสมอ”
วิธีของมารดาทำให้อี้ผิงคิดถึงเตาขนาดเล็กแล้วด้านในคือเทียนที่จุดเอาไว้เพื่อให้ความร้อน นางจะใช้วิธีนี้เพื่อรักษาให้ชาที่ชงร้อนตลอดเวลา ไม่เย็นง่าย มันจะได้น่ากิน
“ข้ามีวิธีทำให้มันออกมาดูดีเจ้าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะให้
อู่รั่วออกไปจัดการ”
“เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร”
“เทียนและเตารองกาชาเจ้าค่ะ ข้ามีความคิดดี ๆ แล้วที่จะทำให้เราต่างจากร้านอื่นจนพวกเขาสู้เราไม่ได้ อีกอย่างข้าอยากให้ท่านแม่ทำชาขิง เก๊กฮวย ใบเตย และสมุนไพรอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่เราหาได้จากจวนและทุ่งกว้างด้านนอกที่ติดเขตภูเขา วันก่อนข้าไปเดินเล่นเห็นทุ่งดอกเก๊กฮวย คงใช้ได้เจ้าค่ะ”
“ได้ แม่จะจัดการให้ แต่เจ้าคิดว่ามันจะไม่มากไปหรือ”
อี้ผิงคิดว่ามากสิดี ลูกค้าจะได้มีทางเลือกและอี้ผิงรู้สรรพคุณของมันดี นางจะใช้ตรงนี้เรียกลูกค้าเช่นกัน เชื่อเถอะว่าลูกค้านางจะเต็มร้านจนไม่มีโต๊ะว่าง
“ถือว่าเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเจ้าค่ะ ท่านแม่วางใจ ข้าจะทำให้ร้านของเราโด่งดังและสร้างเงินมหาศาล”
