บทที่ 4 แผนของอนาคต
บทที่ 4
แผนของอนาคต
หลังจากที่เริ่มทำตามแผน ห้าวันต่อมา เกาสุ่ยก็กลับมาพร้อมข่าวดี หลิงหนิงยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อไม่ต้องการให้ตนเองเสียชื่อ
อี้หลันนั่งมองตั๋วเงินหมื่นตำลึงทองด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าหลิงหนิงจะยอมจ่ายมากขนาดนี้เพื่อให้ตัวเองรอดจากการถูกตระกูลใหญ่ต่อว่า
“ท่านแม่ ฝีมือข้าเป็นอย่างไร”
อี้ผิงถามมารดาที่ยังทำสีหน้าตกใจกับจำนวนตั๋วเงินไม่หาย นางไม่อยากจะเชื่อว่านางจะได้เงินจำนวนนี้มา ตอนแรกที่บุตรสาวบอกว่าให้เรียกถึงหมื่นตำลึงทอง นางก็คัดค้าน บอกว่ามันมากเกินไป หลิงหนิงไม่มีทางจ่ายแน่นอน แต่เหตุผลของบุตรสาวทำให้นางยอมที่จะเสี่ยงจนได้เงินก้อนนี้มา
“อี้ผิง เจ้าทำให้แม่คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ”
“วิธีนี้ข้าเอามาจากนิยายที่เคยอ่าน ดีที่ท่านพ่อชอบหามาให้ ข้าจึงเลือกเอาสักวิธีด้วยเห็นว่าท่านอาหญิงนิสัยคล้ายนางร้ายในนิยายเล่มนั้น”
อี้ผิงกล่าวอ้างถึงนิยายที่นางอ่าน นางไม่ต้องการให้มารดาสงสัยจึงต้องเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะถ้านางตอบแบบนี้มารดาไม่ถามต่อแน่ ปกติอี้ผิงเป็นหนอนหนังสือ ชอบการเรียนรู้ นางอ่านทุกอย่างที่มีในห้องหนังสือของบิดา แม้แต่ตำราศึกนางก็อ่านมันมาแล้ว
อี้ผิงร่างกายไม่ดี ทำให้ออกจากจวนไม่บ่อย สิ่งเดียวที่คลายความเบื่อหน่ายได้คือการอ่าน
“รู้สึกขอบคุณบิดาเจ้าจริง ๆ ที่ยอมให้เจ้าอ่านหนังสือมากมาย หากไม่มีวิธีของเจ้า เราสองแม่ลูกคงลำบากกันมากกว่านี้หลายเท่านัก”
“ท่านแม่ เงินจำนวนนี้จะทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้สบาย ๆ ท่านกับข้าไปให้ไกลหน่อย เลือกเมืองดี ๆ ตั้งหลักหาเลี้ยงชีพ คิดว่าต้องไปได้ดีแน่ แต่ถ้าเราไม่มีเงินติดตัว ข้ากลัวว่าข้าจะกลาย
เป็นคุณหนูตกอับ ลำบากเหมือนในนิยาย”
อี้หลันดึงบุตรสาวมากอด นางเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ ถ้าไม่มีบุตรสาวแนะนำ นางคงพาบุตรสาวตัวน้อยไปลำบากจริง ๆ จะทำอะไรยังต้องใช้เงิน เป็นนางที่ไม่ระวังจนเกิดเรื่องพวกนี้
“เพราะแม่ที่คิดน้อย เจ้าถึงลำบากแบบนี้”
อี้ผิงส่ายหน้า นางออกจากอ้อมกอดมารดาแล้วยิ้ม ทำให้ใบหน้ายิ่งน่ารักขึ้นหลายเท่าตัว
“ท่านแม่วางใจ ต่อไปนี้ข้าจะดูแลท่านแม่เอง”
อี้ผิงพูดแล้วหัวเราะเสียงสดใส ทำให้อี้หลันรู้สึกมีความสุข ระยะเวลาตั้งแต่ที่รู้ข่าวสามีตายมาจนถึงก่อนหน้านี้ที่บุตรสาวไม่ฟื้นมันเหมือนนางตกอยู่ในกองไฟที่แผดเผาจิตใจให้หวาดกลัว
นางหวาดกลัวว่าจะเสียบุตรสาวไปอย่างที่เสียสามี
อี้ผิงเข้าใจความคิดมารดา นางเข้าสวมกอดมารดาอีกครั้งแล้วซบลงที่หน้าท้องแบนราบ ความอบอุ่นที่ได้รับคือสิ่งที่อี้ผิงเคยชิน มารดานางเป็นคนดีมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่รู้เท่าทันคนอื่นที่คิดเอาเปรียบ ดังนั้นต่อไปนี้อี้ผิงจะเป็นผู้ดูแลมารดานางเอง
นางจะไม่ให้ใครมาแตะต้องครอบครัวนางได้อีกต่อไป
“ท่านแม่ เราไม่กลับบ้านเกิดท่านแม่แล้วดีหรือไม่”
อี้ผิงตัดสินใจเอ่ยปาก
“ทำไมจึงไม่อยากไปที่นั่นกัน”
“ท่านพ่อเคยพูดว่าท่านตาท่านยายไม่ชอบท่านพ่อเกลียดตระกูลเหอ ข้าเกรงว่าพวกเขาจะไม่ช่วยเรา ตอนนี้เรามีเงินแล้ว เราสามารถไปที่อื่นได้”
อี้หลันพยักหน้าตามใจบุตรสาว นางไม่ได้ห่วงเรื่องเงินทองแล้วเพราะเท่าที่มีมันทำให้นางสองแม่ลูกอยู่อย่างสุขสบายได้เลยทีเดียว หากประหยัด ไม่ใช่จ่ายฟุ่มเฟือย
“แล้วเจ้าคิดว่าเราจะไปที่ไหนดี”
อี้ผิงเงียบไป นางกำลังคิดถึงเมืองต่าง ๆ ที่บิดาเคยเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ บิดาชอบเล่าเรื่องที่เคยไปพบเจอให้นางฟังเสมอ ในเรื่องพวกนั้นยังมีเรื่องเมืองต่าง ๆ ที่บิดาเดินทัพผ่าน
“ท่านแม่…ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟังว่าเมืองฉางเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ไม่มีภัยแล้ง ทั้งฤดูหนาวยังอบอุ่นกว่าเมืองอื่น ทำการเกษตรและการค้าง่าย เจ้าเมืองเองก็เป็นคนซื่อสัตย์ การค้าขายในเมืองฉางถือว่าดีเพราะเป็นเมืองทางผ่านเข้ามาเมืองหลวงจากทางทิศเหนือ ข้าจึงคิดว่ามันเหมาะที่เราจะไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น”
อี้ผิงตัดสินใจเลือกอย่างรอบคอบ เงินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ถึงจะมากมายแต่ถ้านางไม่ทำอะไรสักวันจะหมดลง จากการที่ได้ทดลองทำงานหลายอย่างที่โลกก่อน ทำให้อี้ผิงคิดว่าการทำการเกษตรคือเรื่องที่จำเป็น
อย่างน้อยนางจะมีข้าวกิน มีผักไว้กินไว้ขาย มีผลไม้ที่ทำขนมและหมักเหล้าได้ การเกษตรถือว่าเป็นหัวใจหลักที่จะให้ชีวิตนางอยู่รอด ไม่ต้องวุ่นวายกับใครอีกด้วย
“ได้ แม่ตามใจเจ้า เช่นนั้นเราไปซื้อรถม้าใหม่กันเถอะ ไหนจะเสื้อผ้าเครื่องใช้อีก ตอนแม่ออกมาได้เพียงเจ้าออกมาด้วยเสื้อผ้าเก่าจนขาด คงต้องซื้อเพิ่มมากหน่อย เผื่อท่านลุงเกาของเจ้าอีก”
“เจ้าค่ะ ข้าเองก็อยากเที่ยวเล่น ตอนอยู่เมืองหลวงเพราะร่างกายอ่อนแอ ข้าจึงไม่ได้ไปไหน”
อี้หลันรู้สึกสงสารบุตรสาว
“งั้นวันนี้แม่จะพาเจ้าเดินเล่นจนพอใจดีหรือไม่ เจ้าจะได้ไม่เบื่อ ขนมร้านไหนที่ว่าอร่อยแม่จะซื้อให้เจ้ามากหน่อย เอาไว้กินเล่นเวลาเดินทาง”
อี้ผิงตาโต นางมองมารดาก่อนจะเข้าไปหอมแก้มเอาใจ
“ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
หลังจากตกลงเรื่องอนาคตกับมารดาได้ ทั้งสองก็พากันมายังตลาดกลางเมืองที่ผู้คนกำลังเดินเล่นเลือกซื้อหาข้าวของ
อี้ผิงมองทุกอย่างด้วยความสนใจ นางไม่ค่อยได้ออกมาตลาดมากนัก ที่ออกมากับบิดาก็นานจนจำแทบไม่ได้ บรรยากาศคึกคักทำเอาอี้ผิงยิ้มไม่หุบ
ส่วนเกาสุ่ยก็อาสาไปซื้อรถม้า อี้ผิงยังบอกให้อีกฝ่ายซื้อคันใหญ่ที่สุดและนั่งสบายที่สุดมาอีกด้วย นางไม่อยากให้การเดินทางครั้งนี้ลำบากนัก
อีกอย่างนางก็ร้องขอให้เกาสุ่ยหาคนรับใช้ชายเพิ่มให้คนหนึ่งเพื่อมาเปลี่ยนกันขับรถม้า เส้นทางยังอีกไกล ไม่แน่ว่าจะเจออะไรบ้าง อี้ผิงจึงอยากได้คนมือดีสักคนมาช่วย
เสียงของแม่ค้าที่เรียกลูกค้าไปดูสินค้าข้างทางคือสีสันอย่างหนึ่งของตลาด ตามเส้นทางรอบข้างทั้งสองฝั่งยังเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขึ้นมาจนเต็ม
อี้ผิงมองแต่ละอย่างแล้วจดจำ นางเห็นการใช้ชีวิตของคนที่นี่ส่วนหนึ่ง พวกเขานอกจากจะไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน ตื่นมาทำงาน ทำงานเสร็จกินข้าว ดื่มชา พบปะพูดคุยสนุกสนาน คุณหนูจวนต่าง ๆ ล้วนออกมาเดินเล่นซื้อหาของใช้กันมากมาย เหล่าคุณชายนั่งเต็มร้านน้ำชา นั่งอ่านบทกวีและเล่นหมากรุก
“อี้ผิง อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่”
เมื่อมารดาเอ่ยถาม อี้ผิงก็มองไปรอบด้านเพื่อหาสิ่งที่ตัวนางสนใจ เมื่อพบเป้าหมายอีผิงก็ชี้ไปยังจุดนั้นทันที
“ท่านแม่ ข้าอยากได้เมล็ดพันธุ์พืชผักเจ้าค่ะ”
อี้ผิงตอบเสียงตื่นเต้น
อี้หลันหัวเราะให้ท่าทางของบุตรสาวก่อนจะจูงมืออีกฝ่ายไปยังร้านที่ว่า ร้านเมล็ดพันธุ์ร้านนี้เป็นร้านใหญ่ ป้ายหน้าร้านบ่งบอกว่าเป็นกิจการตระกูลเหยา ทำให้ลูกค้ามากกว่าร้านอื่น
อี้ผิงเดินผ่านรายชื่อผักที่เรียงรายแล้วเลือกหาในใจ แต่มันก็มากมายจนนางเลือกไม่ถูก
“อี้ผิง เจ้าจะเอาอะไรบ้าง แม่จะได้จัดการบอกให้พวกเขาเตรียมให้เรา”
“ไม่ทราบว่าฮูหยินและบุตรสาวต้องการเมล็ดพันธุ์ชนิดใดขอรับ ข้าน้อยจะได้จัดการให้”
“ถามบุตรสาวข้าเถอะ”
อี้ผิงออกห่างจากมารดา นางเดินดูเมล็ดพันธุ์ที่วางไว้ตามรายทางเดินแล้วหยิบมาดูสักเมล็ด การที่อี้ผิงคิดจะทำสวนเลี้ยงชีพตนเองกับมารดาเพื่อเตรียมเปิดร้านอาหาร นางต้องการเมล็ดพันธุ์ที่มากหน่อยและหลากหลาย
“ท่านแม่ ข้าเอาข้าวสาลี ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วทุกอย่าง ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว หัวไชเท้า แคร์รอต หอมหัวใหญ่ กระเทียม พริกไทย พริกเขียวแดง พริกหยวก พริกหวาน มะนาว ยังมีหน่อของพวกขมิ้น กระชาย ข่า ตะไคร้ ฯลฯ”
อี้ผิงร่ายยาวออกมาจนบ่าวที่ตามมารับลูกค้าจดตามแทบไม่ทัน รายการเมล็ดพันธุ์และหน่อของพืชผักที่นางร่ายออกมาแทบจะเป็นทั้งหมดภายในร้าน ตอนนี้ต้องมีคนงานอีกสองคนที่เข้ามาช่วยจัดการเตรียมของตามที่อี้ผิงต้องการ
