บทที่ 5 เดินทาง
บทที่ 5
เดินทาง
อี้ผิงนั่งดูรายชื่อเมล็ดพันธุ์และหน่อของพืชผักสมุนไพรที่นางได้มาโดยละเอียดบนรถม้าที่บุด้วยขนสัตว์หนานุ่ม ทำให้นั่งสบาย ไม่เหมือนรถม้าคันเก่า ไหนจะกว้างขวางจนคนเข้ามาอยู่ได้กว่าสิบคน ด้านในรถม้า อี้ผิงกับมารดาใช้เป็นที่เก็บข้าวของที่ซื้อหาไปยังเมืองฉาง
รถม้ามีเกาสุ่ยบังคับและข้ารับใช้อีกคนที่เกาสุ่ยเลือกมาจากตลาดค้าทาส
“เจ้าตั้งใจมากจริง ๆ”
อี้หลันอดที่จะเอ่ยชมความตั้งใจของบุตรสาวไม่ได้ ตั้งแต่นางรู้ความฝันของบุตรสาวที่อยากจะเป็นชาวสวนตัวน้อยอย่างในนิยายที่อ่าน แทนที่นางจะห้ามเพราะมันดูไม่เหมาะสมกับคุณหนูในห้องหอ นางยังสนับสนุนให้บุตรสาวทำเต็มที่
อี้ผิงเอ่ยเหตุผลกับมารดาถึงสิ่งที่นางเลือกโดยที่มารดารับฟังอย่างตั้งใจ ไม่เอ่ยขัดสักครึ่งคำ นางยกเหตุผลมาจากนิยายว่าการเป็นชาวสวนไม่ได้แย่ นอกจากจะอยู่กลางธรรมชาติ ยังสงบสุข มีของกินไม่ขาด เมื่อเหลือก็ขาย อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่มันสนุก ซึ่งมารดาของนางก็ชอบความคิดนี้
“ข้าจะทำให้สวนของเรายิ่งใหญ่จนทุกคนรู้จักเจ้าค่ะ”
อี้ผิงพูดออกมาด้วยความตั้งใจ นางจะต้องสร้างชื่อให้ตัวเองจากเส้นทางอาชีพชาวสวนตัวน้อยที่เลือกมาให้ได้ แม้ที่โลกนี้จะมีเครื่องมือที่ล้าสมัย ไม่เหมือนที่โลกนั้น แต่ว่าที่นี่อากาศและผืนดินสมบูรณ์กว่าหลายเท่า ทำให้พืชผักที่ปลูกต้องออกดอกออกผลงดงามแน่ ๆ
เมืองฉางที่อี้ผิงเลือกเอาไว้ยังมีการค้าขายที่คึกคัก น่าจะเหมาะกับการสร้างร้านค้าของนางในอนาคตอีกด้วย
“เพียงเจ้ามีความสุข แม่ก็ตามใจเจ้าแล้ว”
“ท่านแม่ตามใจข้าที่สุดจริง ๆ ข้าจะไม่ให้ท่านเหนื่อยอีกแล้ว ต่อจากนี้ข้าจะดูแลท่านแม่และท่านลุงเกาเอง”
อี้หลันหยิกแก้มบุตรสาวด้วยความเอ็นดู นางตัวเล็กเพียงนี้แต่มีความคิดอ่านกว้างไกลเหมือนบิดาไม่มีผิด เพียงแปดขวบยังเฉลียวฉลาดคิดอ่านการค้า หากโตมากกว่านี้เห็นทีจะกลาย
เป็นแม่ค้าร่ำรวย
ดูจากสมุดจดรายการและการวางแผนที่ละเอียดอ่อน
อี้หลันรู้ได้เลยว่าบุตรสาวคงจดจำวิธีนี้มาจากบิดา เพราะสามีนางก็เป็นคนละเอียดรอบคอบเช่นนี้ ทำอะไรแต่ละอย่างล้วนแต่ใส่ใจ ไม่มองข้ามสิ่งที่จะมาเป็นปัญหาในอนาคต
“อี้ผิง หากบิดาเจ้ายังอยู่ เขาคงดีใจมากที่เจ้าเก่งขนาดนี้ เสียดายที่เขาด่วนจากไป”
อี้ผิงเงยหน้าขึ้นมาจากสมุด นางเห็นมารดาน้ำตาไหลก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปกอด นางเองก็คิดถึงบิดาเช่นกัน หากบิดายังอยู่ มีหรือนางกับมารดาจะถูกขับไล่ราวกับหมูหมาเช่นนี้ วันที่นางเห็นศพของบิดาที่ใบหน้าซีดขาว นางก็ไม่เข้าใจ เห็นเพียงคนรอบตัวที่ร่ำไห้ออกมา
“ท่านแม่ ท่านต้องเข้มแข็งให้มากนะเจ้าคะ ท่านพ่อจะได้หมดห่วง”
อี้หลันยิ้มให้บุตรสาวพร้อมกับลูบผมของอี้ผิง ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างอดกลั้นไม่ได้ แต่นางก็พยายามที่จะห้ามไม่ให้มันไหลลงมาเพิ่ม
“แม่จะเข้มแข็งเพื่อเจ้า เพื่อเราในอนาคต”
“ข้าจะอยู่ข้างท่านแม่เสมอ ไม่ให้ท่านแม่ลำบาก ข้าจะทำให้คนตระกูลเหอต้องเสียใจที่ขับไล่เราออกมา ถ้าวันหน้าพวกเขาตกต่ำ ข้าจะไม่ชายตาแล”
“อี้ผิง แม่ไม่อยากให้เจ้าไปเคียดแค้นพวกเขามาก อย่างไรพวกเขาก็เป็นครอบครัวของบิดาเจ้า ถึงเราจะไม่ชอบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเลือดครึ่งหนึ่งของเจ้าคือสกุลเหอ”
อี้ผิงเข้าใจความคิดมารดาดี นี่คือความคิดทั่วไปของสตรีที่นี่ ความกตัญญูรู้คุณต้องมาก่อนเรื่องอื่น แต่ไม่ใช่กับอี้ผิง
นางไม่ได้รู้สึกว่าเลือดในกายของตนทำให้นางติดค้างคนที่ทำร้ายนางมากมายขนาดนั้น ตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีค่าอะไรเลยที่จะสนใจ นางเป็นหลานสาวที่มีเลือดพวกเขาแท้ ๆ ไยถึงตัดขาดนางที่อายุเพียงแปดปีได้ลง ทิ้งให้นางและมารดามาตายเอาดาบหน้า
“แม่อยากให้เจ้ารู้จักการปล่อยวาง คนพวกนั้นคงไม่มายุ่งกับเราอีกแล้ว หลักจากนี้เราสองแม่ลูกจะได้มีอิสระเต็มที่”
“เจ้าค่ะ ข้าเชื่อท่านแม่”
ใช้เวลากว่าเดือนกว่าจะเดินทางมาถึงเมืองฉาง บรรยากาศของเมืองดูมีชีวิตชีวากว่าที่อี้ผิงคิดเอาไว้ นางมองไปตามรายทางตั้งแต่ทางเข้าเมืองจนมาถึงด้านใน ผู้คนมากหน้าหลายตาบ่งบอกว่ามาจากหลายแคว้น
เมืองฉางคือเมืองทางผ่านที่จะไปทิศเหนือของแคว้น ทำให้มีคนสัญจรผ่านไปมามากมาย ทั้งคนธรรมดารวมถึงเหล่าพ่อค้า
“เราต้องไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อทำการขอซื้อที่ดินเสียก่อน อี้ผิงคิดว่าจะอยู่ในเมืองหรือว่านอกเมืองดี”
อี้หลันทำผมให้บุตรสาวตัวน้อยที่นั่งบนตัก นางค่อย ๆ สางเส้นผมแล้วมัดขึ้นเก็บ ทำให้ใบหน้ากลมของบุตรสาวน่ารักมากกว่าเดิมเท่าตัว
“นอกเมืองเจ้าค่ะ เราจะทำสวน ยังต้องใช้พื้นที่มาก”
“ตามใจเจ้า ตอนนี้คนของเราน้อย คงต้องทำสวนเล็ก ๆ ไปก่อน”
“ข้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากหาคนมาช่วยท่านแม่เรื่องงานบ้านสักคน ท่านแม่จะได้ไม่เหนื่อยมากเกินไป ไหนจะดูแลสวนอีก”
“งั้นให้เกาสุ่ยไปจัดการแล้วกัน หรือว่าเจ้าอยากไปด้วย”
“ข้าอยากไปด้วยเจ้าค่ะ”
อี้ผิงแจ้งความต้องการด้วยรอยยิ้ม นางอยากจะไปเดินเล่นให้ทั่วเมืองฉางแล้ว ถือโอกาสนี้เที่ยวเล่นเสียเลย
“งั้นรอซื้อหาที่เรียบร้อยก่อนแล้วกัน”
“เจ้าค่ะ”
ไม่นานการซื้อที่ก็จบลง อี้ผิงเป็นคนตัดสินใจเลือกโดยมีมารดานั่งอยู่ข้าง ๆ จวนที่อี้ผิงเลือกคือจวนของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งที่ประกาศขายเพราะว่าไม่มีใครมาพักอาศัย นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก หากเทียบกับขนาดของโลกที่นางจากมาก็ราว ๆ สามสิบไร่ สองไร่คือสถานที่พักอาศัย มีเรือนใหญ่เล็กหลายเรือน เรือนคนงานข้ารับใช้แยก โรงครัวใหญ่ ที่สำคัญจวนนี้มีกำแพงล้อมทุกด้าน เรียกได้ว่าคุ้มค่าราคาที่ตัดใจซื้อมาเพราะมันราคาแพงพอสมควร อี้ผิงใช้เงินไปกับจวนหลังนี้กว่าสี่พันตำลึงทอง ถือว่าเกือบครึ่งของเงินที่มีอยู่
แต่ถ้าไม่ซื้อนางคงไม่ยอมจบ ด้วยในใจชอบที่ผืนนี้ไปแล้ว เงินเท่านี้อนาคตนางเชื่อว่าตัวนางต้องหามันมาเพิ่มได้แน่ ๆ
“ท่านแม่ จวนใหญ่มาก ข้าจึงคิดว่าเราควรมีคนดูแลความปลอดภัย”
“เจ้าคิดว่าจะหาคนเพิ่มมากขนาดไหน ตอนนี้เรามีเงินมากก็จริง แต่ถ้าใช้ไปนาน ๆ อาจจะมีปัญหาติดขัด”
“ข้าคิดว่าไม่นานเราจะเริ่มกิจการได้เจ้าค่ะ แต่ข้าขอไปสำรวจตลาดเสียก่อน ท่านแม่เองก็ไปหาซื้อของเข้าจวนเถอะ ให้
อู่รั่วไปด้วย ข้าจะไปซื้อคนกับท่านลุงเกาเอง
อู่รั่วคือคนที่ท่านลุงเกาของนางซื้อตัวมาจากเมืองฉาง
ซึ่งอี้ผิงมองแล้วนับว่าดี เขาดูซื่อสัตย์ จริงใจ และนอบน้อมเหมาะสมที่จะใช้งาน
“ได้ เจ้าระวังตัวด้วย เข้าใจหรือไม่”
“ข้าจะดูแลตัวเองให้ดีเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่ากังวลไปเลย ข้าแปดขวบแล้วนะเจ้าคะ”
อี้ผิงพูดไปหัวเราะไป ใบหน้าอ้วนกลมก็ปรากฏความน่ารักสดใสตามช่วงวัยของร่างนี้ นางรู้สึกว่านางชอบที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ด้วยใบหน้าน่ารักที่ใครมองก็หลง ไม่แน่ว่านางจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ได้
“เรียบร้อยแล้วรีบกลับมา เข้าใจหรือไม่ คนของท่านเจ้าเมืองจะได้พาเราไปส่ง”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”
