บทที่ 8 วางแผนกิจการ

บทที่ 8

วางแผนกิจการ

อี้ผิงนั่งในรถม้าคันใหญ่กับผู้เป็นพี่สาวคนใหม่ รถม้าคันนี้เรียกว่าทั้งงดงามภายนอกภายใน การตกแต่งหรูหรา เบาะที่รองนั่งนุ่มยิ่งกว่าอะไร ราคาเบาะนุ่ม ๆ แบบนี้ในโลกนี้แพงมากเพราะทำขึ้นจากขนสัตว์ที่หายาก

หลังจากกินขนมเรียบร้อย อี้ผิงขอให้หนิงเซียนพานางไปร้านขายเมล็ดพันธุ์และตลาดเดินเล่นต่อ ซึ่งหนิงเซียนก็หลงเสน่ห์เด็กน้อยเรียบร้อยจึงตามใจสุด ๆ เรียกได้ว่าอี้ผิงเอ่ยปากเรื่องอะไรก็ตามใจทุกเรื่อง

วันนี้อี้ผิงได้ของติดมือกลับจวนโดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อแม้แต่อีแปะเดียว ใช้จ่ายแต่ละอย่างพี่สาวคนสวยอย่างหนิงเซียนก็ออกปากจ่ายให้

ก่อนออกมายังพานางไปร้านเครื่องประดับ ซื้อปิ่น

น่ารัก ๆ ให้ถึงสามชิ้น บอกว่าอยากให้นางได้มีเครื่องประดับ

สวย ๆ นี่ถ้าอีกฝ่ายเป็นบุรุษ บอกได้เลยว่าอี้ผิงคงจองตัวไว้เป็นสามีในอนาคตแล้ว

“จวนอยู่นอกเมืองมีข้อดีอย่างหนึ่งคืออากาศดี ลมเย็นสบาย ไม่แออัดเสียงดัง ข้าเองก็ชอบ”

“แล้วพี่สาวไปเรียนทันหรือ หากอยู่ไกลเมืองมากไป”

อี้ผิงยังไม่เข้าใจระบบการเรียนหรือว่าการใช้ชีวิตของที่นี่มากนัก นางจากโลกนี้ไปนานเกินไป ยังต้องเรียนรู้ใหม่หลายอย่าง ยิ่งได้พี่สาวคนสวยที่ชอบนางแบบนี้อยากได้อะไรก็ง่าย

ตลอดเส้นทาง อี้ผิงเปิดหน้าต่างรถม้าออกกว้างเพื่อมองข้างทาง ตลอดรายทางไปจนถึงจวนของอี้ผิงมีจวนหลังใหญ่มากมายแต่ละหลังพื้นที่ใช้สอยมากนัก

“ทันสิ เพียงต้องตื่นเช้าหน่อยเท่านั้น”

“แล้วจวนพี่สาวหลังไหนเจ้าคะ”

อี้ผิงยังยิงคำถามไม่หยุด แต่หนิงเซียนก็ตอบด้วยรอยยิ้มไม่มีท่าทีรำคาญออกมาให้เห็น

“เดี๋ยวอีกหน่อยก็ถึงแล้ว”

อี้ผิงตาโต “บ้านพี่สาวอยู่แถบเดียวกับข้าเลยเจ้าค่ะ หากว่าข้าจะไปวิ่งเล่นจวนพี่สาวได้หรือไม่”

“ย่อมได้แน่นอน พี่จะแจ้งพ่อบ้านเอาไว้เพื่อเปิดจวนต้อนรับเจ้าทุกเวลา แถบนี้คือจวนของคนร่ำรวย ตระกูลใหญ่ที่ส่งบุตรหลานมาร่ำเรียน พวกเขาจึงต้องมีจวนไว้รองรับคนของตนเอง”

“อ๋อ…เป็นเช่นนี้”

ไม่ไกลจากสายตา อีกไม่ไกลก็ถึงจวนของอี้ผิง นางยิ้มยินดีที่จะชี้จวนของตนเองให้ผู้เป็นพี่สาวได้ดู จวนของอี้ผิงด้านข้างห่างออกไปไม่มากคือจวนหลังใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่าอีกสามจวน แต่อี้ผิงยังไม่รู้ว่าเจ้าของคือใคร

“พี่สาว นั่นจวนข้าเจ้าค่ะ”

อี้ผิงชี้นิ้วพลางลุกขึ้นยืน ใบหน้าน่ารักเปื้อนรอยยิ้ม มองไปยังหนิงเซียนที่ชะเง้อหัวออกไปมองว่าเด็กน้อยชี้ไปที่หลังไหน

“หืม นับว่าเรามีวาสนาต่อกันมา เพราะจวนเจ้าคือจวนก่อนจะถึงจวนของข้า”

อี้ผิงมองจวนหลังใหญ่ที่ห่างออกไปจากจวนนางไม่มากด้วยความยินดี นับว่าใกล้กันเกินกว่าที่คิดเอาไว้ ไปมาหาสู่กันง่าย เกิดเรื่องอะไรยังสามารถขอความช่วยเหลือ

“ดีจริงเจ้าค่ะ”

เมื่อรถม้ามาจอดที่หน้าจวน หนิงเซียนมองเข้าไปด้านในก็อดที่จะยิ้มให้เด็กน้อยไม่ได้

“พี่ส่งเจ้าตรงนี้แล้วกัน”

“พี่สาวไม่เข้าไปก่อนหรือ”

“เอาไว้วันหน้าเถอะ แต่ถ้าเจ้าว่าง ๆ เบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำอยากจะไปเล่นที่จวนพี่ย่อมได้”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปเล่นกับท่านแน่นอน”

อี้ผิงโบกมือลาอยู่หน้าจวน รอจนรถม้าอีกฝ่ายออกไปไกลสักหน่อยนางจึงเดินกลับเข้าไปด้านใน ตอนนี้คนงานกำลังจัดการพื้นที่โดยรอบ ปรับให้มันน่าอยู่มากขึ้นโดยที่มีอี้ผิงเป็นคนสั่งการ

นางออกแบบสวนเมื่อคืน เช้ามาก็มอบให้อู่รั่วจัดการแบ่งงาน เป็นการจัดสวนเหมือนสวนสาธารณะในโลกที่เคยไป มันดูโล่งแต่ยังร่มรื่นดี ต้นไม้ทุกต้นไม่ตัดออกเพียงสร้างทางหินกรวดให้ใช้เดินเท่านั้น

ไหนจะพื้นที่แปลงผักที่กำลังจัดการใหม่ปรับหน้าดินให้เหมาะสมแก่การปลูก แปลงดอกไม้อีกนับสิบที่เตรียมไว้ด้วยเช่นกัน

“ท่านป้าจื่อหาน ท่านแม่ข้าอยู่ไหนเจ้าคะ”

อี้ผิงถามจื่อหานที่กำลังลงมือปลูกดอกไม้ในสวน

“ฮูหยินอี้อยู่ในเรือนเจ้าค่ะ กำลังจัดการตกแต่งเรือนรับแขกอยู่ เผื่อว่าอนาคตจะมีแขกมาที่จวน เราจะได้ไม่เสียหน้า”

อี้ผิงพยักหน้าพร้อมมอบรอยยิ้มน่ารักสดใสขอบคุณ ขาสั้น ๆ เร่งก้าวเข้าไปในเรือนทันที

ภาพตรงหน้าคือมารดาที่กำลังตัดแต่งแจกันดอกไม้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกับเฟิงย่าและจิวฮวา

“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

อี้ผิงวิ่งเข้าไปหามารดา ทำให้อี้หลันวางสิ่งที่อยู่ในมือแล้วอุ้มร่างบุตรสาวขึ้นมาวางไว้บนตัก มือเรียวเกลี่ยเส้นผมของบุตรสาวตัวน้อยที่ตกลงมาเพราะไปเที่ยวเล่นข้างนอก

“เป็นอย่างไร เมืองฉางเป็นเหมือนหนังสือที่บิดาเจ้าให้อ่านหรือไม่”

อี้หลันถามบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เพราะบุตรสาวบอกว่าอยากทำตามหนังสือที่อ่านมา จึงออกแบบทุกอย่างให้เป็นเหมือนในหนังสือที่เคยอ่าน

อี้ผิงพยักหน้ารัว ๆ

“เหมือนเจ้าค่ะ ต่างกันไม่มากเพราะว่าผ่านมานานแล้วที่ท่านพ่อเคยเดินทัพผ่าน คนที่นี่น่ารัก วันนี้ข้าได้เจอพี่สาวคนหนึ่งใจดีมาก นางพาข้าไปกินขนม นั่งเล่น เล่าเรื่องเมืองฉางให้ฟัง ยังมาส่งข้าที่จวนอีกด้วย”

“ใครกัน ไยสนิทกับเขาเร็วนัก มันอันตรายรู้หรือไม่”

อี้หลันอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวไม่ได้ นางกลัวว่าอี้ผิงที่ยังเด็กจะถูกหลอกเอาง่าย ๆ ยิ่งพวกเขาเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งมาที่นี่อีก

“พี่สาวคนนี้ไว้ใจได้ท่าน แม่เชื่อข้าเถอะ จวนของนางยังอยู่ห่างจากเราไม่มาก ถ้าไม่มีทุ่งหญ้าขวางก็ติดกันเลย”

“เจ้าจะบอกว่าจวนถัดไปจากเราหรือ”

“เจ้าค่ะ แต่เรื่องที่ข้าจะคุยกับท่านแม่คือกิจการที่ข้าคิดจะเปิด”

อี้หลันมองบุตรสาวด้วยความตกใจ 

“อี้ผิง จะไม่เร็วไปหน่อยหรือ เราเพิ่งจะมาที่นี่ ยังมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้”

อี้ผิงมองมารดาด้วยสายตาจริงจัง ไม่หลงเหลือคราบเด็กแปดขวบที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวที่นางชอบทำจนมารดานิ่งไปทันที

“ท่านแม่เชื่อใจข้าหรือไม่”

เมื่อบุตรสาวถามออกมาเช่นนี้ อี้หลันได้แต่พยักหน้า บุตรสาวของนางหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาดูจะโตขึ้นมาก เปลี่ยนไปในทางที่ดี รู้จักคิดอ่าน มีความรอบคอบ มีสติปัญญาแหลมคมจัดการปัญหาได้

ตอนนี้นางไม่มีสามีแล้ว เหลือเพียงบุตรสาวคนเดียว ถ้าไม่เชื่อบุตรสาวก็ไม่รู้ว่าควรเชื่อใครแล้ว

“แม่เชื่อ เพียงแต่ห่วงเท่านั้น”

“เราใช้เงินไปมากแล้วเจ้าค่ะ เหลืออีกไม่เยอะ หากเราชักช้าข้ากลัวว่าเราจะติดขัด ตอนที่เดินทางมาที่นี่ท่านแม่บอกว่าท่านเก่งเรื่องการทำชาดอกไม้ใช่หรือไม่”

อี้หลันพยักหน้า “ใช่…แม่ร่ำเรียนการทำชาดอกไม้มาจากยายของเจ้า ถือว่าเป็นสูตรลับทีเดียว ใครที่ได้ชิมยังติดใจเพราะมันไม่เหมือนใคร”

“ดีเจ้าค่ะ เพราะเราจะเปิดร้านน้ำชากัน”

อี้ผิงที่วันนี้ไปเดินเล่นมาทุกที่แล้วนางก็ตัดสินใจได้ว่าตนเองควรเริ่มจากตรงไหน เมืองฉางมีสำนักศึกษาชื่อดัง มีบัณฑิตมาเรียนมาก แต่ละคนยังร่ำรวยมาจากตระกูลผู้ดี

ถึงจะมีร้านน้ำชามากก็เถอะ แต่อี้ผิงเชื่อว่าร้านของนางต้องแย่งลูกค้าได้แน่ อย่างน้อยนางก็เคยไปอีกโลกที่เต็มไปด้วยร้านเค้ก มีหลายอย่างที่เอามาปรับใช้ได้ เช่นการทำขนมหวานที่

อี้ผิงชื่นชอบ นางจะเปิดร้านน้ำชาดอกไม้ที่มีเค้กหน้าตาน่ากินวางเรียงรายเรียกความสนใจลูกค้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป