บทที่ 2 ต้อนรับ

บทที่2

ต้อนรับ

ผับหรู T-Night

เมื่อส่งพี่ชายของตัวเองขึ้นเครื่องเรียบร้อยเครย์ตันก็ได้รับข้อความจากกลุ่มเพื่อนที่อยู่ประเทศไทยว่าให้เขาเข้ามาดื่มสังสรรค์กันหน่อยถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับกับการมาอยู่ที่ประเทศไทยของเขาซึ่งผับหรูขนาดใหญ่แห่งนี้มีเพื่อนของเขาเป็นเจ้าของและตัวเขาเองก็เป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย

ตึก ตึก ตึก! เครย์ตันก้าวเท้าเดินตรงไปยังโซนวีไอพีที่เพื่อนของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทีสุขุมก่อนจะยกยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นเพื่อนสนิททั้งสองคน

“ไง...” เครย์ตันทักทายเพื่อนตัวเองด้วยท่าทีสบายๆ อย่างเป็นกันเอง

“หึ ยินดีต้อนรับนะไอ้ผู้บริหารใหญ่” ไนท์เองก็ทักทายกลับกวนๆ ด้วยท่าทีสนิทสนมเช่นเดียวกัน

“ไงวะ สบายดีนะ” เจฟที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ยื่นมือออกไปจับมือเพื่อนอย่างกวนๆ พร้อมกับยกมือเรียกลูกน้องให้นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้กับเครย์ตัน

“สบายดี พวกมึงก็คงสบายดีเหมือนกัน” ไม่ว่าเปล่ายังแสยะยิ้มกวนๆใส่เพื่อนเมื่อมองเห็นสาวสวยข้างกายของแต่ละคนเพราะพวกนี้ติดนิสัยชอบเรียกเด็กมานั่งด้วยประจำตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกาด้วยกันแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ตามประสาหนุ่มโสดไม่มีพันธะ

“เอาหน่อยไหมล่ะ” เจฟยักคิ้วใส่กวนๆ

“หึ” เครย์ตันยกยิ้มเพียงนิดก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธเพราะเขาไม่ชอบทำอะไรที่มันโจ่งแจ้งเกินไปแบบนี้ ซึ่งเจฟกับไนท์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าเครย์ตันไม่ชอบให้คนวุ่นวายด้วย แต่แล้วก็เหมือนว่าไนท์จะคิดอะไรขึ้นมาได้และไม่วายเอ่ยเย้าแหย่เพื่อนตามประสาคนชอบแกล้ง

“สงสัยคงเข็ดละมั้ง รอบก่อนที่มาไทยเกือบหมดตัว กูนึกว่าถูกวิ่งราว” คิดแล้วเขาก็อดขำไม่ได้จริงๆ เมื่อนึกไปถึงครั้งที่เพื่อนสนิทมาไทยรอบก่อนดันถูกมิจฉาชีพหลอกซะงั้นและยิ่งเห็นสีหน้าหงุดหงิดของเพื่อนเขาก็ยิ่งชอบใจที่กลั่นแกล้งได้

“เออ พูดแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย อย่าให้เจอตัวนะจะสั่งสอนให้เข็ด” เครย์ตันพูดออกมาเสียงเรียบโดยที่เจฟกับไนท์เอาแต่นั่งหัวเราะลั่นด้วยความขบขันก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นว่าเครย์ตันมีอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วนี่จะอยู่ไทยนานไหม” ไนท์เปลี่ยนเป็นยกเครื่องดื่มขึ้นจิบเบาๆและถามออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นแต่ก่อนที่เครย์ตันจะได้ตอบอะไรกลับไปนั้นทั้งสองคนก็ต้องหันหน้าไปยังเพื่อนอีกคนที่หลุดขำออกมาก่อน

“ขำไรวะ” ไนท์ขมวดคิ้วถาม

“หึ ก็มึงถามมันเหมือนตอนไอ้ฟรานมาอยู่ไทยแรกๆ เลยน่ะสิ” เจฟพูดออกไปด้วยน้ำเสียงขำขันอารมณ์ดีเมื่ออยู่กับเพื่อนพวกเขาไม่จำเป็นต้องขรึมอะไรใส่กันมากมายและที่เขาพูดไปก็เพราะว่าไนท์เคยถามแบบนั้นกับเพื่อนสนิทอีกคนจริงๆ

“เออว่ะ ว่าแต่มึงคงไม่ได้มาอยู่แล้วได้เมียกลับไปด้วยเหมือนไอ้ฟรานหรอกนะ” ไนท์ที่นึกขึ้นได้ว่าเขาเคยถามคำถามนี้กับฟรานเมื่อปีที่แล้วก็ถึงกับยกยิ้มออกมาด้วยความขบขันไม่ต่างจากเจฟเพราะตอนนี้ฟรานก็ได้แต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ไม่รู้สิ” เครย์ตันยกยิ้มออกมากวนๆ ยิ่งเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของไนท์เขาก็ยิ่งทำยึกยักไม่ยอมบอกให้ชัดเจน

“ไม่รู้ของมึงคือ ไม่รู้จะอยู่นานแค่ไหนหรือไม่รู้ว่าจะได้เมียที่นี่หรือเปล่า ตอบกูให้ตรงคำถามด้วย” จะมาตอบคำถามค้างๆ คาๆ แบบนี้ไม่ได้มันทำให้เขาสงสัยและอยากรู้

“ทั้งสอง” เครย์ตันยักไหล่ตอบกลับด้วยท่าทียียวนกวนประสาทเพื่อน

“มันเอาเรื่องว่ะ” เจฟยกยิ้มออกมาเพราะเครย์ตันยังคงเป็นคนที่ซ่อนอารมณ์หลากหลายไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบเหมือนเดิม บางทีก็เรียบเฉยบางทีก็เจ้าเล่ห์จนคนตามไม่ทัน ไนท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหัวไปมาพร้อมกับพ่นลมหายใจด้วยความหมั่นไส้กับท่าทียียวนของเพื่อน

“เออว่าแต่อยู่ที่นู่นเจอไอ้ฟรานบ้างไหม” ไนท์ถามออกไปอย่างชวนคุยแต่ก็ไม่ได้จริงจังนักเพราะเขารู้ว่าเครย์ตันไม่ได้สนิทกับฟรานขนาดนั้นไม่เหมือนพวกเขาที่เครย์ตันรู้จักมานานเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่อเมริกาด้วยกันส่วนฟรานนั้นก็เป็นเพื่อนเขากับเจฟสนิทกันเพราะได้ทำธุรกิจบางอย่างร่วมกันมานานหลายปี

“ก็เจอบ้าง ก็ทักทายตามปกติมึงก็รู้ว่ากูก็รู้จักแค่ผ่านๆ อีกอย่างน้องสาวกูก็พึ่งจะลงเอยและแต่งงานกับซีโน่ก็เลยได้มีโอกาสเจอกันบ้าง” เนื่องจากอันนาเป็นคนที่เขารักเหมือนน้องสาวส่วนฟรานนั้นก็เป็นเพื่อนกับเจ้าบ่าวของอันนาอีกทีเลยมีโอกาสได้พูดคุยกันบ้าง

“น้องสาวมึง?” เจฟขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพวกเขาได้ถูกเชิญไปงานแต่งซีโน่เหมือนกันแต่ในตอนนั้นทั้งเขาและไนท์ติดงานสำคัญไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานได้ พึ่งรู้ว่าเจ้าสาวซีโน่เป็นน้องสาวเครย์ตันแต่เท่าที่รู้มาเพื่อนเขาไม่มีน้องสาวนี่จะมีก็แต่พี่ชายที่เคยเจอกันมาบ้างแล้ว

“หมายถึงอันนา ลูกสาวเพื่อนพ่อกูน่ะ กูเห็นเธอเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ” เครย์ตันอธิบายออกไปเพราะเห็นว่าเพื่อนทั้งสองคนสงสัยเพราะตัวเขาไม่ได้มีน้องสาวที่คลานตามกันมาแต่อย่างใด

“อ่อ กูก็นึกว่าพ่อมึงไปแอบไข่ทิ้งไว้ที่ไหนอีก” เจฟพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะพูดติดตลกออกมาอย่างหยอกล้อ

“ไอ้สัส!” คราวนี้เครย์ตันสบถด่าเพื่อนตัวเองออกไปด้วยความเอือมระอากับความชอบแกล้งไม่เคยเปลี่ยน มีอย่างที่ไหนมาหาว่าพ่อของเขามีเมียที่อื่นถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แม่บังเกิดเกล้าของเขาได้เอาตายแน่ๆ

“หึ ตกลงอยู่นานเลยใช่ไหม” ไนท์ยังวกกลับมาถามเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากหัวเราะลั่นออกมากับการปะทะฝีปากกันของเพื่อนสนิททั้งสอง

“อืม นานแหละเพราะยังไม่มีกำหนดกลับ” เขายังไม่มีกำหนดกลับและก็ยังมีบางอย่างที่ต้องทำด้วย

“เค จะได้มาดื่มกันบ่อยๆ เป็นถึงหุ้นส่วนแต่กลับไม่เคยมาตรวจงานที่ผับเลยนะ สักวันกูจะไม่แบ่งปันผลให้มึง” ไนท์พูดออกมาอย่างติดตลกปนหมั่นไส้

เครย์ตันเป็นหนึ่งคนที่ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็จะชอบลงทุนด้วยเสมอแต่ไม่ยอมลงแรงเพราะครอบครัวห้ามไม่ให้ทำธุรกิจสีเทาทุกประเภทแต่อีกคนดันเป็นคนหัวรั้นชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้ดีว่าธุรกิจครอบครัวของเครย์ตันนั้นมากมายจนอีกคนไม่สามารถไปทำงานอย่างอื่นได้อีกแล้วเจ้าตัวก็เลยชอบลงทุนเล่นๆ ขำๆ ตามเพื่อนเท่านั้น

“หึ เรื่องของมึงเถอะ ว่าแต่ไอ้โรมยังมาไม่ถึงเหรอ บอกจะคุยธุระกับกูเรื่องสนามแข่งรถ” เขาแสยะยิ้มกวนๆ อย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของไนท์เพราะรู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นคนชอบแกล้งชอบปั่นไปเรื่อยแบบนี้อยู่แล้ว

ส่วนคนที่เขาถามถึงก็คือเพื่อนในกลุ่มอีกหนึ่งคนที่ยังไม่โผล่หัวมาทั้งที่เป็นคนนัดเขามาคุยธุระเรื่องลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน

“เดี๋ยวก็มา” ไนท์บอกออกไปด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะหันไปโบกมือไล่สาวๆ ที่นั่งคลอเคลียอยู่ให้ออกไปก่อนเพราะพวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัว

“นู่นไง พูดถึงก็มาเลย” เมื่อเจฟบอกออกมาแบบนั้นทั้งเครย์ตันและไนท์ก็หันไปมองเพื่อนอีกคนที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีเหนื่อยหอบและดูหัวเสีย

“เฮ้อ โทษทีที่มาช้า กูทะเลาะกับพ่อพึ่งเสร็จ” คำพูดของโรมทำเอาทั้งสามหนุ่มที่นั่งอยู่หัวเราะลั่นเพราะโรมชอบทะเลาะกับที่บ้านเป็นประจำกับเรื่องธุรกิจที่อยากลงทุนทำแต่ครอบครัวกลับอยากให้บริหารงานธุรกิจของที่บ้านมากกว่าแต่อีกฝ่ายก็รั้นจะทำตามใจตัวเองไม่สนคำคัดค้านของใคร

“ไงวะ ได้ข่าวพึ่งเดินทางมาถึง ไม่พักเลยนะมึง” เมื่อนั่งพักจนหายเหนื่อยโรมก็หันไปเอ่ยหยอกล้อเพื่อนตัวเองต่อ

“หึ มึงไม่ใช่หรือไงที่นัดกูมา” เครย์ตันส่ายหน้าไปมาก่อนจะยกยิ้มออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

“เออว่ะ โทษที” โรมยิ้มแห้งตอบกลับเพื่อนไป

“สรุป มึงจะทำสนามแข่งรถ แต่พ่อมึงไม่ยอม?” เครย์ตันหันหน้าไปถามเพื่อนตัวเองพร้อมกับเลิกคิ้วรอฟังคำตอบซึ่งโรมก็พยักหน้ารับด้วยท่าทีเซ็งๆ

“เออดิ แถมยังจะมาระงับเงินลงทุนกูอีก ดีนะที่กูลงทุนไว้หลายที่” โรมยักไหล่ออกมาด้วยท่าทีไม่แคร์จนเพื่อนๆ ต้องหัวเราะออกมาอีกครั้งกับความรอบคอบและความรั้นที่จะทำของเพื่อน

“ตกลงจะทำให้ได้ใช่ไหม กูจะได้ลงทุนด้วย” เครย์ตันถามออกไปอีกครั้ง การลงทุนทำอะไรสนุกๆ แบบนี้เขาชอบอยู่แล้วมันเหมือนกับเป็นการคลายเครียดจากงานบริษัทที่ค่อนข้างปวดหัว

“อืม กูทำไปแล้วด้วยเหลือแต่ตกแต่งสนามอีกนิดหน่อย” โรมพูดออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

“งั้นก็ลุย กูลงทุนด้วย ไม่เคยเป็นหุ้นส่วนสนามแข่งรถเหมือนกัน” ไนท์พูดออกมาด้วยท่าทีชอบใจไม่น้อยเพราะเขาค่อนข้างถนัดงานที่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องแบบนี้อยู่แล้วอะไรที่มันเทาๆ เขาชอบหมดแหละมันท้าทายดี

“กูเอาด้วย น่าสนุกดี” เจฟเองก็ไม่ต่างจากไนท์เขาชอบธุรกิจที่มันไม่ขาวสะอาดนักมันเหมาะกับคนแบบเขาดี

“เออ เป็นเจ้าของร่วมกันแม่งให้หมดนี่แหละ แต่อย่าเสนอหน้าหล่อๆพวกมึงเข้าไปพร้อมกันล่ะ” โรมเอ่ยเตือนเหล่าเพื่อนตัวเองเอาไว้ก่อน

“ทำไม?” ทั้งสามหนุ่มถามออกมาพร้อมกันอย่างไม่เข้าใจ ก็แล้วทำไมพวกเขาจะไปดูธุรกิจตัวเองในฐานะหุ้นส่วนไม่ได้ล่ะ

“ก็เดี๋ยวเด็กวัยรุ่นสาวๆ วิ่งตามขึ้นมากูจะยุ่งไง!” โรมพูดออกมาอย่างติดตลกจนเพื่อนๆ ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาพวกเขาก็นึกว่ามันติดขัดเรื่องอะไรเพราะถ้าเป็นเรื่องนี้พวกเขาชินชาไปแล้วล่ะ

“ไอ้สัส กูนึกว่าเรื่องอะไร โทษทีกูไม่ชอบเด็ก” เครย์ตันรีบออกตัวก่อนเลยคนแรกแม้จะชินชากับการที่มีหญิงสาวมากมายอยากขึ้นเตียงด้วยแต่ถ้าเป็นคนอายุน้อยกว่ามากๆ เขาก็ไม่คิดสนใจ

“หึ กูจะคอยดูครับเพื่อน ตอนไอ้ฟรานมาก็พูดแบบนี้!” ไนท์แสยะยิ้มออกมาอย่างคนไม่เชื่อในคำพูดลอยๆ พวกนี้อีกแล้วเพราะตัวอย่างก็มีให้เห็นชัดๆ ไปแล้วคนนึง...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป