บทที่ 5 เจอกันอีกครั้ง

บทที่5

เจอกันอีกครั้ง

คอนโดหรูย่านธุรกิจ

น้ำฝนนั่งแท็กซี่มาถึงคอนโดขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วก็ทำเอาเธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่เธอจะเดินทางมาที่นี่เธอได้เข้าไปหาเพลงขวัญที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานเช่นเดียวกัน เธอขอให้เพลงขวัญช่วยแต่งหน้าทำผมและขอยืมชุดเดรสเกาะอกมาใส่เพื่อความแนบเนียนในการมาทำงานในครั้งนี้

แม้ว่าจะได้ฟังคำคัดค้านจากเพลงขวัญที่ไม่อยากให้เธอมารับงานนี้ก็ตาม แต่ทำไงได้เธอตัดสินใจไปแล้วและวันนี้เธอต้องได้เงินกลับไปเป็นค่าผ่าตัดของแม่ให้ได้ โดยวันนี้เธอจำต้องโกหกแม่ของเธอว่าออกมารับงานเสริมทำกับเพลงขวัญและจะนอนค้างที่คอนโดเพลงขวัญเลย

น้ำฝนก้าวเท้าเดินเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับกระชับกระเป๋าถือในมือเอาไว้แน่นด้วยความกลัวและประหม่าอย่างหนัก

“คนของคุณดาวหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบจากใครคนนึงที่ยืนรอเธออยู่ก่อนแล้วถามขึ้นทำเอาน้ำฝนถึงกับเกร็งตัวขึ้นมาเพราะคนตรงหน้าเธอนั้นเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ แต่ใบหน้าและแววตากับดูนิ่งเรียบและดูดุดันจนเธอรู้สึกกลัว

“เอ่อ…ใช่ค่ะ” น้ำฝนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ผมราร์ฟ นายท่านให้ผมลงมารับคุณ เชิญทางนี้ครับ” เขาบอกออกไปนิ่งๆ พร้อมกับบอกให้เธอเดินตามหลังมา

“ค่ะ” น้ำฝนมองตามแผ่นหลังกว้างของผู้ชายตรงหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และก้าวเท้าเดินตามหลังคนหน้าดุไป เธอคิดว่าเขาน่าจะเป็นผู้ช่วยหรือคนสนิทของคนที่เธอมาพบวันนี้

แต่เพียงได้ยินเขาเรียกคนที่รออยู่ภายในห้องว่านายท่านหัวใจของเธอที่เต้นแรงอยู่แล้วก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกเพราะภายในใจเธอเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างแต่แค่พยายามทำใจดีสู้เสือเอาไว้เพราะงานนี้สำคัญกับเธอมากจริงๆยังไงเธอต้องทำมันให้สำเร็จ

ขอเถอะนะขอให้เธออย่าเจอแจ็คพอตหรือเจอผู้มีอิทธิพลเลย ขอเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาทีเถอะ เพี้ยง!

หลังจากสวดมนต์ภาวนาให้ตัวเองรอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงเสร็จเธอก็มาหยุดยืนตรงหน้าประตูทางเข้าห้องดังกล่าวซึ่งทั้งชั้นมีเพียงห้องเดียวด้วยมืออันเย็นเฉียบ

แกรก! ราร์ฟแตะคีย์การ์ดในมือและเปิดประตูเข้าไปส่งเธอด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะวางคีย์การ์ดไว้ในห้องและเดินเลี่ยงออกมาโดยที่ไม่หันมาพูดอะไรกับเธอสักคำ ตอนนี้จึงเหลือแค่น้ำฝนที่ยืนเคว้งอยู่ภายในห้องสูทคอนโดขนาดใหญ่ที่ดูหรูหรา อีกทั้งของตกแต่งก็ดูแพงมากจนเธอไม่กล้าขยับขาก้าวเดินไปไหนไกลกลัวว่าจะเผลอไปเดินชนของมีค่าเขาหล่นแตก

“แกต้องสู้!” น้ำฝนให้กำลังใจตัวเองอีกครั้งก่อนจะก้าวขาสั่นๆ ของตัวเองก้าวเดินไปสำรวจห้องเมื่อพบว่าไม่มีคนอยู่ภายในห้องด้านนอกเธอจึงถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก่อนจะเหลือบสายตาไปมองยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลและพบว่ามีแสงไฟและเสียงน้ำกระทบพื้นดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะๆ ทำให้เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเพราะเธอจะได้จัดการอะไรได้ง่ายๆ

น้ำฝนกวาดสายตามองหาแก้วเครื่องดื่มก่อนเลยเป็นอันดับแรกเมื่อพบว่ามีแก้วไวน์ที่ถูกเทเอาไว้อยู่ก่อนแล้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงเธอจึงยิ้มกริ่มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะสาวเท้าเดินไปเทยานอนหลับที่เธอเตรียมมาอย่างไม่รอช้าก่อนจะแกว่งแก้วไวน์เบาๆ รอคนในห้องน้ำออกมาดื่ม

เธอถือวิสาสะนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับถือแก้วไว้ด้วยใจที่เต้นแรงด้วยความกลัวแต่เธอก็ข่มมันเอาไว้เพียงแค่เธอสามารถทำให้เขาดื่มไวน์แก้วนี้ได้ทุกอย่างก็จะจบ

ใช่! แค่เขายอมดื่มก็จบแล้ว เธอได้แต่คิดภาวนาในใจ

แกรก! เสียงเปิดประตูห้องน้ำจากด้านหลังทำให้น้ำฝนที่นั่งหันหลังอยู่ค่อยๆ หันหน้าไปยิ้มหวานเพื่อหวังเอาใจลูกค้า แต่แล้วคนตรงหน้ากลับทำให้เธอถึงกับหน้าซีดเผือดพร้อมกับหัวใจที่แทบจะหยุดเต้นด้วยความตกใจสุดขีด

เธอดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนของเขาอย่างทำอะไรไม่ถูกมือไม้ที่เย็นเฉียบอยู่แล้วกลับยิ่งเย็นมากกว่าเดิมแถมมันยังสั่นเทาจนเธอต้องรีบวางแก้วไวน์ลงที่เดิมแล้วนำมือทั้งสองข้างตัวเองมาบีบกระชับเอาไว้แน่นเพื่อข่มความกลัว

“ไง…เจอกันอีกแล้วนะคุณมิจฉาชีพ นี่คิดจะวางยาฉันอีกแล้วงั้นเหรอ” เครย์ตันทักทายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีเทามัดเชือกหลวมๆ อย่างหมิ่นเหม่ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายออกมาอย่างคนรู้ทันความคิดเธอ

“คะ คุณ” น้ำฝนเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้นจริงๆ เพราะตอนนี้เธอกลัวคนตรงหน้าเอามากๆ ลำคอแห้งผากจนมันตีบตันพูดไม่ออก

“หึ ดีใจไหมที่เจอฉันอีก” เครย์ตันก้าวเท้าเดินเข้าไปหาคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มร้ายกาจจนน้ำฝนรู้สึกขนลุกด้วยความกลัว

ดีใจกับผีน่ะสิ เธอกลัวฉี่จะราดอยู่แล้วเขาก็ถามออกมาได้นะ เธอหันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำตัวยังไงและไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้ายังไงด้วยมันเกินกว่าที่เธอจะควบคุมเอาไว้ได้

เธอเจอเขาเมื่อสองเดือนก่อนที่ฮ่องกงในงานแต่งเพื่อนสนิทเธอ ไม่คิดว่าผ่านมานานแล้วเธอจะมาเจอเขาในสภาพแบบนี้อีก ใบหน้าหล่อเหลาที่มีแววตาคมกริบพร้อมล่าเหยื่อของเขาทำเอาเธอรู้สึกกลัวมากกว่าตอนที่เจอกันในงานแต่งซะอีก

อย่าบอกนะว่าทั้งหมดเป็นแผนของเขาที่จะจัดการเอาคืนเธอ เธอคิดว่าเขาจะปล่อยเธอไปแล้วซะอีก แล้วตอนนี้เธอควรทำไงดีถ้าร้องไห้ออกไปแล้วเขาเห็นใจ เธอก็พร้อมจะร้องมันออกมาตอนนี้เลย ฮืออ…แต่สิ่งที่เธอคิดมันไม่น่ามีประโยชน์อะไรเธอควรรีบออกไปจากห้องนี้จะดีกว่า

“ฉะ…ฉันคิดว่าฉันน่าจะมาผิดห้องค่ะ ขอตัวนะคะ” น้ำฝนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักถึงแม้จะดูเป็นคำพูดที่ดูสิ้นคิดแต่ทำไงได้เธอคิดอะไรไม่ออกแล้วรู้แค่ว่าต้องรีบพาตัวเองออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด

“หึ ก็เอาสิ ถ้ากล้าก้าวขาออกจากห้องนี้ไป เธอถูกจับแน่” เครย์ตันพูดออกมาเสียงเรียบอย่างใจเย็นก่อนจะเดินไปเทไวน์ใส่แก้วใบใหม่และยกขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ใส่ใจคนที่กำลังมีท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนหนูติดกับดัก

กึก! น้ำฝนที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องนี้ถึงกับต้องหยุดชะงักไปเมื่อได้ยินคำขู่จากเขา

“คะ…คุณหมายความว่าไงคะ” ถึงแม้จะรู้สึกกลัวคนตรงหน้ามากแค่ไหนแต่น้ำฝนก็ต้องถามออกไปด้วยความอยากรู้เพราะเธอรู้สึกว่าคำพูดของเขามันดูจริงจังจนใจเธอกระตุกวูบด้วยความกลัวกับอะไรบางอย่าง

“นี่ลืมเรื่องที่ตัวเองทำกับฉันไว้งั้นเหรอ งั้นฉันจะทบทวนให้เธอฟังเอาไหม” เครย์ตันยังคงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบโดยที่ไม่หันหน้าไปมองคนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูห้องนอนด้วยซ้ำ ถ้าเธอลืมจริงๆ งั้นเขาจะช่วยทบทวนให้…

“เธอวางยาฉัน ขโมยเงินในกระเป๋าและยังกล้าขโมยนาฬิกาของฉันไปด้วย เรื่องแค่นี้ฉันก็สามารถแจ้งจับเธอได้แล้วนี่ยังไม่รวมที่เธอวางยาฉันและฉันดันแพ้ยานอนหลับของเธอจนเกือบตาย เธอคิดว่าตัวเองควรชดใช้ยังไงดี สาวน้อย” เครย์ตันหันหน้ากลับมามองคนที่ยืนเม้มปากอยู่ด้วยแววตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความจริงจังดุดันและน่ากลัว

ตอนนี้เธออึ้งและหูดับไปแล้วจริงๆ นี่เธอก่อเรื่องขนาดนี่เลยเหรอ ถ้าเขาแจ้งจับเธอจริงๆ ชีวิตเธอจบเห่แน่ น้ำฝนเอ้ยอะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้วะเนี่ยคงต้องไปวัดพรมน้ำมนต์แล้วล่ะ

“ฉะ...ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณอย่าแจ้งจับฉันเลยนะคะ ฉันยินดีชดใช้ให้คุณทุกอย่าง”

สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คงต้องขอโทษเขาก่อน เธอเองก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เธอทำลงไปเกือบทำให้เขาเสียชีวิตและถ้าเธอถูกจับส่งตำรวจขึ้นมาแล้วแม่เธอจะอยู่ยังไง ฟังจากคำพูดของเขาแล้ว เธอรู้ว่าเขาทำจริงอย่างที่พูดแน่

“อืม เงินในกระเป๋าที่เธอขโมยไปสามหมื่นฉันยกให้ก็ได้แต่นาฬิกาเรือนล่ะสี่ล้านของฉันคงยกให้ไม่ได้นะ อ่อ และก็มีค่ารักษาพยาบาลที่ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกล้านนึง รวมทั้งหมดห้าล้านคิดว่าชดใช้ไหวไหม” เครย์ตันแจกแจงให้อีกคนฟังนิ่งๆ ว่าชีวิตของเขามันมีค่ามากแค่ไหนมันมากกว่าทรัพย์สินที่เธอขโมยไปด้วยซ้ำ

“หะ…ห้าล้าน!”

คราวนี้น้ำฝนถึงกับเบิกตากว้างกับจำนวนเงินที่หลุดออกมาจากปากของเขา เงินจำนวนเยอะขนาดนั้นเธอจะไปหามาจากไหนลำพังสี่แสนค่าผ่าตัดแม่เธอยังหาไม่ได้เลยและนี่ยังมาเป็นหนี้อีกตั้งห้าล้าน ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้วะเนี่ย เธอได้แต่ถกเถียงตัวเองอยู่ในใจพร้อมกับลอบมองใบหน้านิ่งเรียบของเขาด้วยความคิดไม่ตก ถ้าเธอวิ่งหนีออกไปตอนนี้มันคงไม่จบง่ายๆ แน่

“ใช่ ห้าล้าน จ่ายฉันมาทุกอย่างก็จะจบ ที่พูดมาทั้งหมดฉันมีหลักฐานถ้าคิดจะหนีอีกก็เตรียมตัวรับผลจากการกระทำตัวเองได้เลย” ที่จริงเงินจำนวนแค่นั้นมันเล็กน้อยมากสำหรับเขาแต่คนที่กล้าทำกับเขาแบบนี้ก็ต้องได้รับบทเรียนกับการกระทำของตัวเองด้วยจะมาลอยนวลไปง่ายๆ ไม่ได้หรอกนะ

“แต่ฉันขายนาฬิกาคุณไปในราคาแค่ห้าแสนเองนะคะ” น้ำฝนอ้อมแอ้มบอกออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเพราะคนที่รับซื้อบอกกับเธอว่าให้ราคาเธอได้มากสุดแค่ห้าแสนซึ่งเธอคิดว่ามันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากๆแล้วในตอนนั้น

“ว่าไงนะ!”

คราวนี้เครย์ตันถึงกับขมวดคิ้วถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน นี่เธอกล้าขายนาฬิกาเขาในราคาแค่ห้าแสนอย่างงั้นเหรอ เครย์ตันขบกรามเอาไว้แน่นอย่างข่มอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้

“คุณมีทางเลือกให้ฉันไหมคะ คือเงินเยอะขนาดนั้นฉันหามาคืนครั้งเดียวไม่ได้หรอกค่ะ” น้ำฝนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เงินมากมายขนาดนั้นขายบ้านทั้งหลังของเธอยังไม่พอเลย

“เดินมาหาฉันสิ” เครย์ตันเอ่ยบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำให้คนที่ยืนอยู่ด้วยความกลัวยอมเดินกลับมานั่งลงโซฟาอีกตัวไม่ไกลจากเขานัก

เครย์ตันมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่เขายอมรับว่าเธอถูกใจเขาไม่น้อยตั้งแต่เจอกันครั้งก่อนแล้ว ในตอนนั้นที่เขาเลือกเธอก็เพราะดวงตากลมโตที่ดูมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดเขาให้หันไปมองและรูปร่างที่ดูเย้ายวนน่าสัมผัสโดยที่เธอไม่ได้แต่งตัวโป๊มากมาย

“ทำหน้าที่ของเธอสิ” เครย์ตันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้งก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยท่าทีเย็นชา

“คะ?” น้ำฝนเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขากำลังจะสื่อ เขาจะให้เธอทำงานอะไรในเมื่องานที่เธอตั้งใจมาทำดันถูกเขาจับได้แล้วหนิ

“มาทำงานไม่ใช่เหรอ รับงานมาแล้วก็ทำหน้าที่ซะสิ” ทำไมเธอต้องให้เขามานั่งอธิบายอะไรเพิ่มเติมด้วย

น้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิดของเขาทำเอาเธอแทบนั่งไม่ติดเพราะเริ่มเข้าใจกับงานที่เขาบอกออกมา

“แต่ฉันไม่ได้มาทำเรื่องแบบนั้นนะคะ” น้ำฝนรีบบอกด้วยความร้อนรนพร้อมกับน้ำเสียงที่ดูแข็งขึ้นเล็กน้อยเพราะเธอไม่ได้มารับงานแบบนั้นจริงๆ

“อ่อ มาเพื่อเป็นหัวขโมยสินะ งั้นโทรแจ้งจับเธอเลยดีไหม” เครย์ตันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความดุดัน

“อย่านะคะ! ฉัน…” น้ำฝนอึกอักออกมาด้วยความสับสนและพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่เขาพูดมามันเป็นความจริงและถ้าหากเธอถูกจับขึ้นมาจริงๆ แม่เธอต้องอาการทรุดแน่

“ไม่ทำก็กลับไปและหาเงินมาคืนฉัน” เครย์ตันเอ่ยปากไล่ด้วยความหงุดหงิดก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นมากระดกดื่มต่อจนหมดแก้ว

น้ำฝนนิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิดว่าถ้าเธอยอมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่างเขาจะยอมยกหนี้ให้เธอหมดหรือเปล่า

“ถ้าฉันยอมทำตามที่คุณต้องการ คุณจะยกหนี้ทั้งหมดให้ฉันใช่ไหมคะ” น้ำฝนถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ อย่างต้องการต่อรองแม้ว่าความหวังจะริบหรี่ก็ตามเถอะ

“เป็นแค่ลูกหนี้มีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง” เครย์ตันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มดุ

“ละ...แล้วคุณจะเอายังไง”

“ถอดเสื้อผ้าออกสิ แล้วฉันจะบอกเธอว่าฉันจะเอายังไง”

อึก! น้ำฝนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทำไมคนตรงหน้าเธอถึงไม่ได้ดูอบอุ่นใจดีเหมือนที่แสดงออกกับอันนาเพื่อนของเธอกันนะ นี่เธอไม่สามารถต่อรองอะไรกับเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป