บทที่ 2 ก็หนู ทำไม่เป็น
ตอนที่ 2 ก็หนู ทำไม่เป็น
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะภารัญ” แฟนสาวหันมาคาดคั้น
“ผมไม่คิดที่จะแต่งงานกับเด็กนั่น ผมถึงไม่ได้บอกคุณ”
“ไม่แต่ง แล้วคุณแม่ละคะ คุณจะทำยังไงกับท่าน”
“ยังพอมีเวลาอยู่ ผมจะพยายามคุยกับคุณแม่อีกที เรื่องงานแต่งงานมันไม่ได้สำคัญเลย คุณแม่จัดงานเล็ก ๆ เท่านั้น คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก บางทีผมคิดว่านี่อาจเป็นแผนที่คุณแม่อยากให้เราสองคนเลิกกันก็ได้” ภารัญมองตามเข้าไปภายในบ้าน เขารู้จักนิสัยแม่ตัวเอง และรู้ว่าคุณหญิงเพียงเพ็ญไม่ปลื้มลิตาเท่าไหร่นัก อาจเพราะลิตาเติบโตมาในต่างประเทศทำให้คำพูดคำจากิริยาท่าทางเอียงไปข้างฝรั่ง จึงดูกระด้างและมั่นใจในตัวเอง
“แล้วคืนนี้ละคะ งานวันเกิดของลิตา” มือสอดลงไปคล้องแขนคนรัก หน้าเง้าหงิกงอไม่พอใจ
“คุณแม่กำลังโกรธ ถ้ายิ่งไปขวางจะไม่เป็นผลดี คุณเอารถผมไป แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยขับมาหาผมที่บริษัท”
“แต่ถ้าคุณไม่ไป เพื่อน ๆ จะไม่นินทาลิตาหรือคะ”
“เอาอย่างนี้สิ ช่วงที่คุณเป่าเค้ก วิดีโอคอลมาหาผมก็ได้ ผมจะอวยพรคุณต่อหน้าทุกคน แล้วเดี๋ยวผมจะพาคุณไปดินเนอร์เป็นการชดเชย ที่วันนี้ละเลยไม่ได้งานวันเกิด”
“ก็ได้ค่ะ คุณสัญญากับลิตาแล้วนะคะ” แขนเรียวคล้องต้นคอแฟนหนุ่มจากนั้นเขย่งปลายเท้าจูบเบา ๆ ลงไปบนกลีบปากนุ่มนวล
เมื่อเห็นว่าลูกชายเพียงคนเดียว เดินตามเข้ามาภายในบ้าน คนเป็นแม่จึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยภารัญยังคงหลงเหลือความเคารพยำเกรงให้กับแม่ ไม่ได้หลงใหลแฟนสาวหน้าสวยจอมร้ายกาจคนนั้น
“การที่ผมยอมคุณแม่ ไม่ได้แปลว่าผมจะแต่งงานกับเด็กคนนี้นะครับ” ตาคมสะบัดมองไปยังเด็กสาวบ้านนอกที่ยังนั่งกอดเอวแม่ของเขาอยู่
“แกจะดื้อรั้นดึงดันกับแม่เรื่องอื่นนั้นแม่ไม่เคยห้าม ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ปล่อยให้แกมีอิสระในการตัดสินใจทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้แม่ยอมไม่ได้ ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหนูกานต์”
“แล้วลิตาล่ะครับ คุณแม่ก็ทราบว่าผมกับลิตาเราคบกันมาตั้งแต่ตอนผมเรียนอยู่เมืองนอก ครอบครัวของลิตาเขาก็รับรู้มาตลอด เพื่อน ๆ ของเรา คนในสังคมทุกคนรับรู้มาตลอดว่าลิตาคือคนรักของผม”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพอแต่งงาน ทุกคนก็จะรู้เองโดยปริยายว่าหนูกานต์คือเมียแก ขอแค่อย่างเดียว อย่าได้มีข่าวว่าแกแอบไปคบชู้ เป็นคนรักเก่าก็แล้วกัน”
“คุณแม่!”
“เอาละ พอแล้ววันนี้แม่กำลังมีความสุข ดีใจที่หนูกานต์มาหา แกพาน้องขึ้นไปเก็บของ แล้วก็แนะนำบ้านเราให้น้องรูด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน เดี๋ยวแม่จะเข้าไปในครัว ไปดูแลให้เขาเตรียมมื้อเย็นให้หนูกานต์สักหน่อย”
“คุณป้าให้หนูเข้าไปช่วยไหมคะ หนูตำน้ำพริกเก่งนะ” มนตกานต์เอียงหน้าส่งยิ้มหวานอย่างเด็กซื่อ
“ไม่ต้องหรอกลูก หนูเพิ่งมาถึงให้พี่เขาพาขึ้นห้องไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว แล้วให้พี่เขาพาไปเดินเล่นในสวนรอถึงเวลามื้อค่ำค่อยมากินข้าวกับป้านะ” เพียงเพ็ญยื่นมือขึ้นมาดึงแก้มป่องของลูกสาวเพื่อนสนิทด้วยความรักใคร่เอ็นดู
“นี่ห้องเธอ” ภารัญเดินนำทางคู่หมั้นฟ้าแลบมาหยุดอยู่หน้าประตูห้อง ปากบุ้ยชี้ใบ้อย่างไม่เต็มใจ
มนตกานต์ยืนอ้าปากค้างตาเหลือก มองความเวอร์วังอลังการของห้องนอนใหญ่ ก่อนจะเดินไปสำรวจสิ่งนั้นสิ่งนี้ด้วยความสนใจ โดยมีสายตาแห่งความอึดอัดเบื่อหน่ายของภารัญมองตามอย่างเลื่อนลอย เพราะใจในคอยพะวงนึกห่วงไปถึงความรู้สึกของคนรัก
“เดี๋ยวค่ะ คุณภารัญ” มือบางไร้ความอ่อนนุ่ม คว้าแขนว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตไว้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินหนีออกไปจากห้อง
“อะไรของเธอ”
“ไอ้อันนี้มันใช้ยังไงคะ หนูทำไม่เป็น” หน้าก้มลงไปเอียงคอมองก๊อกน้ำหน้าตาประหลาด
“เฮ้อออออ อันนี้น้ำอุ่น อันนี้น้ำธรรมดา ส่วนอันนี้เป็นสตรีมสำหรับตีฟอง ส่วนในนั้นห้องอาบน้ำ นี่ประตูทะลุไปห้องแต่งตัว พวกของใช้พวกแชมพู ครีมอาบน้ำจะเก็บอยู่ในนี้ แม่บ้านจะเอามาเติมให้” ลูกชายเจ้าของบ้านเดินหน้าหงิก หน้างอ ไปสาธยายอธิบายทุกอย่างให้ฟัง
“คุณคงอยากไปงานแฮปปี้เบิร์ดเดย์แฟนคุณใช่ไหมคะ” มนตกานต์กอดอกจ้องหน้าคนที่ตั้งแต่เดินมาด้วยกัน ถอนหายใจดัง ๆ อย่างนี้มาสิบกว่ารอบแล้ว
