บทที่ 5 ล้มงานแต่ง

ตอนที่ 5 ล้มงานแต่ง

ปัง ปัง ปัง เสียงเคาะประตูดังราวกับด้านนอกนั้นมีไฟกำลังลุกลามไล่มาไหม้ห้องของเธอ มนตกานต์ดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงนอน เปิดประตูมาดูให้รู้แน่ว่าใครกันที่มารบกวนเวลาดูซีรีส์เรื่องโปรด

“คุณภารัญ”

“เธอไปพูดอะไรกับแม่ฉัน”

“พูด...พูดอะไรคะ”

“มนตกานต์ ไม่ว่ายังไง ฉันก็แต่งงานกับเธอไม่ได้ ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว” หน้าเข้มแสดงออกชัดเจนถึงอารมณ์กรุ่นโกรธ ตาถลน เส้นเลือดโปนปูดจนขึ้นขมับ

“นี่คุณโกรธหนูเหรอ คุณจะมาโกรธหนูได้ยังไงคะ คุณก็รู้นี่ว่า หนูก็ไม่อยากแต่งงานกับคุณเหมือนกัน” ปากบางเบะคว่ำแสดงอาการชัดเจนไม่ต่างกัน

“ในเมื่อไม่อยากแต่ง อย่างนั้นอย่าตามใจคุณแม่สิ ปฏิเสธทำทุกอย่างเพื่อล้มงานแต่งงานของเรา”

“คุณจะมาบังคับหนูได้ยังไง แล้วทีคุณล่ะเป็นลูกแท้ ๆ ยังไม่กล้าปฏิเสธทำร้ายจิตใจท่านเลย คุณจะมาให้หนูทำตัวเป็นคนทรพี ต่อผู้มีพระคุณได้ยังไงคะ”

“นี่เธอด่าฉันว่าลูกทรพี อีกแล้วหรือ”

“หนูไม่ได้ด่า หนูถามเฉย ๆ ว่าทำไมคุณไม่ทำ”

“ฉันมีคนรักอยู่แล้ว ลิตาเป็นผู้หญิงที่ฉันรัก เพียงคนเดียวเท่านั้น”

“แปลกจังเลยนะคะ คุณป้าดูเป็นคนฉลาดมาก อีกทั้งมีเมตตา ในเมื่อคุณมีคนรักอยู่แล้ว ทำไมยังมาบังคับให้แต่งกับหนูอีก หรือว่าแฟนของคุณเป็นคนไม่ดีคะ”

“หยุดพูดเลยนะ ลิตาเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นฉันจะรักเขาหรือ”

“เอ้า คุณไม่เคยได้ยินหรือคะ ความรักทำให้คนตาบอด”

“นี่!!”

“หนูไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว หนูมาที่นี่ ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณป้ากับแม่ที่มีต่อหนู ส่วนคุณในฐานะลูก ก็ควรจะตอบแทนบุญคุณท่านสักนิดหนึ่ง ก็ยังดี”

“แต่ฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอ”

“โอ๊ยยยย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูก็ไม่อยากแต่งกับคุณเหมือนกัน ผู้ชายดี ๆ กว่าคน มีตั้งเยอะตั้งแยะ”

“เธอว่ายังไงนะ มีคนที่ดีกว่าฉัน เยอะแยะอย่างนั้นหรือ”

“ค่ะ ทำไมคะ คุณคิดว่าคุณ ดีกว่าคนอื่นมากนักหรือ”

“ฉันคือนายภารัญ อัครเดชเดชา คนที่ผู้หญิงครึ่งค่อนประเทศ อยากได้เป็นสามี”

“เชอะ สงสัยหนูจะไม่ได้อยู่ครึ่งนั้นหรอกค่ะ เพราะสำหรับหนู คุณก็แค่ผู้ชายห่วย ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นเลย อย่างมากก็แค่เกิดมารวยกับหน้าตาดีนิดหน่อย แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อคุณเป็นได้แค่ผู้ชายเฮงซวย ลูกทรพี ที่คิดอกตัญญู เห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่ที่คลอดตัวเองออกมาแท้ ๆ รู้ว่าแม่ป่วยนอนอยู่ในโรงพยาบาลคุณยังไม่มีแก่ใจมาดูแล ห่วงแต่ผู้หญิง ผู้ชายแบบนี้หนูไม่เอามาทำพันธุ์หรอกค่ะ มีผัวอย่างคุณ สู้หนูเก็บจิ๋มไว้นั่งฉี่ดีกว่า”

“นี่เธอ!!!”

“เอาละค่ะ หนูไม่เถียงกับคุณแล้ว เพราะเถียงไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น หนูไม่สามารถปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ได้ คุณเองก็เห็นแล้วเพราะตัวคุณก็กำลังเจอปัญหาเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณจะมาโกรธหนู ดุหนู แบบนี้มันไม่ยุติธรรม”

“ฉันไม่อยากให้เธอมาเสียเวลากับฉัน การแต่งงาน มันเป็นเรื่องใหญ่ เธอเป็นผู้หญิง ถ้าอนาคตเกิดเราสองคนต้องหย่าขาดกันขึ้นมา มันไม่เป็นผลดีกับเธอเลย”

“คุณไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกค่ะ หนูมาที่นี่เหตุผลเดียวที่หนูมา เพราะเป็นห่วงสุขภาพของคุณป้าเท่านั้น ครั้งล่าสุดตอนคุณป้าเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการของคุณป้าไม่ดีเลย คุณหมอกำชับไม่อยากให้คุณป้าต้องเครียดหนัก เพราะสุขภาพของคุณป้าไม่ค่อยแข็งแรง อายุของท่านก็มากขึ้นทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองสารพัด” มนตกานต์ถอนหายใจออกมาแรง ๆ สะบัดหน้ามองค้อนลูกชายเพียงคนเดียวของคุณหญิงเพียงเพ็ญด้วยความไม่พอใจนัก

“แต่ตอนที่ฉันโทรถาม คุณแม่บอกว่า ท่านไม่เป็นอะไรมาก”

“คุณนี่เป็นลูกที่ไม่เอาไหนจริง ๆ”

“นี่เธอด่าฉันอีกแล้วนะ”

“ก็มันน่าด่าไหมละคะ คุณป้าเข้าโรงพยาบาลทั้งหมดหกครั้ง แต่ทุกครั้งคุณมัวแต่ไปอยู่กับคุณลิตาอะไรนั่น แสดงความรัก ความห่วงใยแม่ด้วยการโทรศัพท์มาถาม แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณป้าอาการจริง ๆ เป็นยังไง หนูขอถามคุณกลับได้หรือเปล่าคะว่า ถ้าแฟนของคุณเข้าโรงพยาบาล คุณจะแค่โทรไปถามอาการ หรือว่าคุณจะไปหาเธอ...” ประตูห้องนอนถูกดีดกลับมาปิดสนิทลงอย่างเดิม

“............” ริมฝีปากหยักขยับสั่น หมดหนทางตอบประโยคแดกดันจากเด็กสาว

คุณหญิงเพียงเพ็ญเดินออกมาจากห้อง เพราะได้ยินเสียงคนทั้งสองทะเลาะกัน ในใจนึกห่วงกังวลถึงมนตกานต์สาวน้อยที่ถูกเธอดึงให้เข้ามาอยู่บนกระดานการเอาชนะคะคานระหว่างเธอและลูกชาย

“ทำไมคุณแม่ไม่เคยบอกผมล่ะครับ เรื่องที่คุณแม่ป่วย”

“แกเคยสนใจคำพูดแม่ด้วยหรือ ทุกครั้งเวลาที่แม่โทรไป มักจะตรงกับวันครบรอบอะไรของแกกับแม่ลิตานั้นเสมอ สำหรับแกแม่แก่ ๆ คนนี้ คงไม่มีความหมาย ไม่มีความสำคัญเท่ากับคนรักสินะ”

“คุณแม่ ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะครับ ผมขอโทษ ที่ผมละเลยคุณแม่ ต่อไปนี้ถ้าคุณแม่จะไปหาหมอ หรือมีธุระผมจะพยายามเคลียร์งานแล้วไปด้วย แต่คุณแม่ต้องสัญญานะว่าจะไม่โกหก ไม่ปิดบังผมอีก ผมเป็นห่วงคุณแม่นะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป