บทที่ 8 เจ็บติ๋ม
ตอนที่ 8 เจ็บติ๋ม
ภายในแผนกฉุกเฉินภารัญถูกทั้งหมอและพยาบาล ปฐมพยาบาลเจือจางฤทธิ์ของยาอุบาทว์ ด้านหน้านั้นมีนายตำรวจสองนายซึ่งคุณหญิงเพียงเพ็ญให้คนขับรถไปแจ้งความ กำลังนั่งสอบปากคำว่าที่ลูกสะใภ้ว่าก่อนหน้านี้ภายในห้องคาราโอเกะนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“คืนนี้ป้าฝากให้หนูกานต์ดูแลพี่เขาด้วยนะลูก” สัมผัสอ่อนโยนของคนเป็นแม่ลูบลงไปบนเรือนผมสีดำขลับของลูกชายเพียงคนเดียว
“ค่ะ”
ภาพมนตกานต์ นั่งสัปหงกจนหัวโขกหลังมือของเขาทำให้ภารัญนึกโมโหตัวเองไม่น้อย ภาพเหตุการณ์ก่อนสติสัมปชัญญะของเขาจะหลุดลอยไปคือแก้วเหล้าที่ลิตาส่งให้ กับท่าทีคะยั้นคะยอขอให้เขาไปส่งนั้นทำให้ภารัญเริ่มสับสนถึงตัวตนของลิตา
“นี่...นี่เธอ” หลังมือมีสายน้ำเกลือเจาะเกะกะเกลี่ยลงไปบนแก้มใสจนเห็นเลือดฝาดเพราะมันปราศจากรองพื้นหรือแป้งพัพฟ์แต่งแต้มระบายสี
“หา นี่คุณตื่นแล้วหรือคะ เป็นยังไงบ้างยัง..เอ่อ ยังเจ็บอะไรตรงไหนอีกหรือเปล่า” ปากบางเม้มกัดเมื่อไม่อาจสลัดภาพท่อนกระบองยักษ์ลำใหญ่เมื่อคืนออกไปจากหัวได้สักที
“หิวน้ำ ขอน้ำให้ฉันหน่อยได้ไหม”
“อือ” มือยกขึ้นมาขยี้ตาสองสามทีแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเทจากขวดใส่แก้ว แล้วเดินนำกลับมาให้
“เมื่อคืน ขอบใจนะ”
“ค่ะ” เจ้าของแก้มแดงก้มหน้างุด ๆ มุดลงไปพยายามซ่อนความเขินอายไม่ให้อีกฝ่ายเห็น มนตกานต์ละอยากเอามือทุบสมองตัวเองเหลือเกิน เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถสลัดภาพเป้ากางเกงของภารัญออกไปได้เสียที
“ทำไม เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ” มืออุ่นแตะทาบลงไปบนหน้าผากแดง
“เปล่าค่ะ หนูไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
โครม !
“โอ๊ยยยยยย”
“กานต์ เธอเป็นอะไร”
“โอ๊ยยยยย ซี้ดดดด โอ๊ยยยยย”
เสียงโครมดังลั่น กับเสียงร้องโอดโอยมาจากในห้องน้ำ ภารัญกระชากสายน้ำเกลือบนหลังมือทิ้งก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในห้องน้ำแคบ นั้นเห็นมนตกานต์นั่งตัวงออยู่บนพื้นห้องน้ำ
“เธอเป็นอะไร”
“เจ็บจิ๋ม”
“ฮะ!”
“จิ๋ม ชนขอบอันนั้น....”
“เอ่อ..”
คราวนี้หน้าแดงขึ้นสีทั้งแก้มของภารัญและมนตกานต์สายตาประหม่ามองต่ำลงไปยังมือบางที่วางทาบกดลงไปยังตรงกลางระหว่างง่ามขาสองข้าง ใบหน้ากลม ยับยู่ยี่ วางซบแก้มก้อนลงมาบนหัวไหล่จนภารัญทำอะไรไม่ถูก
“เอ่อ คือ...แล้ว เอ่อ...ฉัน...ฉันจะช่วยเธอยังไง”
"หนูเจ็บ..คุณภารัญเจ็บจิ๋ม"
“รัญ ตารัญลูก หนูกานต์”
“หา...คุณแม่”
ภายในห้องพักผู้ป่วยเวลานี้มีทั้งคุณหญิงเพียงเพ็ญที่ตั้งใจมาเยี่ยมลูกชาย คุณหมอประจำไข้ที่เข้ามาตรวจอาการตามเวลา รวมถึงพยาบาลสาวอีกสองคน และที่เดินตามเข้ามาด้านหลังนั่นคือนายตำรวจสองคนที่ตั้งใจจะมาสอบปากคำภารัญเพิ่มเติม
“หนูกานต์ ทำไมเดินอย่างนั้นละลูก หรือว่า....”
สายตาหกคู่มองดูท่าเดินอันแปลกประหลาดของมนตกานต์ซึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมภารัญ ในสภาพขาสองข้างหนีบชิดติดเข้าหากัน มือบางกดบีบลงไปยังเบื้องต่ำอันเป็นอวัยวะสำคัญของผู้หญิง หลังมือขาวมีรอยเทปกาวซึ่งเคยยึดสายน้ำเกลือมีเลือดไหลออกมา แล้วบนกระโปรงสั้นของว่าที่ลูกสะใภ้นั้นยังเปรอะเต็มไปด้วยคราบเลือด
“โอยยยย ซี้ดดด เจ็บจิ๋มค่ะ”
“ตารัญ หนูกานต์”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่นะครับคุณแม่”
กว่าภารัญจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนเข้าใจได้ หน้าเขาร้อนจนเหมือนมีไฟมาเผา ส่วนมนตกานต์ถูกพาไปยังแผนกสูตินรีเวชเพื่อตรวจดูว่าไอ้ที่เดินเอาของสงวนไปชนขอบโต๊ะนั้นบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน
“เป็นยังไงบ้างลูก” คุณหญิงเพียงเพ็ญเดินเข้ามาประคองกอดเอวเด็กสาว
“แหะ ๆ ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“เธอนี่มันจริง ๆ เลย”
“ภารัญ” ลิตาเดินมาหยุดยืนมองคนทั้งสองด้วยความสงสัย ป้ายประจำแผนกสูตินรีเวชด้านบนทำให้เธอร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“รัญ เข็นรถพาน้องกลับไปนอนพักที่ห้องก่อนเถอะ น้องยัง...เจ็บอยู่ เดี๋ยวจะกระเทือน”
“คุณแม่ครับ”
ภารัญหันไปทางแฟนสาว แล้วหวนนึกถึงคำบอกเล่าของนายตำรวจเมื่อเช้าที่บอกกับเขาว่าคนที่วางยาเขานั้นคือลิตา อีกทั้งคำบอกเล่าเรื่องราวพร้อมหลักฐานการล่อหลอก ลวงให้มนตกานต์ไปหาเขาในโรงแรมม่านรูดนั้นอีก
“พาน้องไปพักก่อนเถอะ เมื่อคืนหนูกานต์เขาอยู่ดูแลลูกทั้งคืนแล้ว คงจะทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย เดี๋ยวหนูลิตาแม่คุยเอง” คุณหญิงเพียงเพ็ญเน้นคำว่า ‘ดูแลทั้งคืน’ หันไปยิ้มเยือกเย็นให้กับแฟนลูกชาย แอบหวังผลจากการสื่อความหมายอันกำกวมนั้น
“แต่ว่า...” ภารัญก้มลงมองปากยู่ของคนที่นั่งตัวงออยู่บนรถเข็นแล้วจึงยอมเข็นรถนั่ง เดินห่างไปตามทางเดิน
“ภารัญคะ”
“หยุดก่อนจ่ะลิตา เธอกับฉัน เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก”
“เด็กนั่น....เป็นอะไรคะ” ตาขวางมองระแวงไปยังป้ายหน้าห้องสำหรับ ‘ตรวจภายใน’ หากแต่ความคิดอกุศลเพราะเธอเองก็หวังผลจากการวางยาปลุกเซ็กส์เมื่อคืน ทำให้ลิตายิ่งรู้สึกหงุดหงิดโกรธเคือง ขุ่นแค้นคนที่ทำให้แผนการของเธอล้มไม่เป็นท่า
“เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่จริง ถ้าภารัญมีสติครบถ้วน เขาไม่มีวันตาต่ำหลงไปเอาเด็กนั่นแน่ เขาก็ไม่มีวันนอกใจลิตา”
“เธอคิดว่าภารัญขาดสติอย่างนั้นหรือ”
“แน่นอน ภารัญเขารักลิตาคนเดียว เมื่อคืนนี้ถ้าเด็กนั่นไม่พาเขากลับไปก่อน บางที....”
“บางทีเมื่อคืนนี้ อาจเป็นเธอสินะที่ได้นอนกับลูกชายฉัน น่าเสียดายที่แผนของเธอไม่เป็นไปตามคาด”
“คุณแม่!!!”
“พ่อ แม่ของเธอจะทำหน้ายังไงนะ ถ้ามีหมายเรียกส่งไปถึงบ้าน”
“คุณแม่หมายความว่ายังไงคะ” แววตาประหม่ามองด้วยความหวาดระแวง กระทั่งด้านหลังนั้นมีนายตำรวจสองคนเดินเข้ามาสมทบ
“ขอเชิญคุณลิตา ไปให้ปากคำกับทางตำรวจเกี่ยวกับคดีการมอมยาคุณภารัญเมื่อคืนนี้ด้วยนะครับ”
“มอมยา คุณแม่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ”
“เมื่อคืนนี้กล้องวงจรปิดภายในร้านเหล้าแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอหยอดอะไรบางอย่างลงไปในแก้วเหล้าลูกชายฉัน แถมยังข้อความหลอกให้มนตกานต์ไปโรงแรมม่านรูด อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอนะลิตา”
“นี่....”
“ฉันมีใบรับรองทางการแพทย์ ถึงอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ จนเกือบกลายเป็นภาวะช็อก หัวใจวายเฉียบพลันผลของภารัญ ซึ่งมีผมข้างเคียงมาจากยานรกนั้น ฉันสามารถแจ้งความข้อหาพยายามฆ่ากับเธอได้ เรื่องนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าฟีดสื่อออนไลน์ทุกแขนง พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง รวมถึงเพื่อน ๆ ของเธอทุกคน จะรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ”
“ไม่...”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเดินหน้า เธอก็แค่ถอยหลังไป เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
