บทที่ 9 คืนเข้าหอ

ตอนที่ 9 คืนเข้าหอ

งานแต่งของลูกชายคนเดียวของคุณหญิงเพียงเพ็ญ เป็นที่จับตามองของสื่อสังคมทุกสำนัก  ส่วนหนึ่งนั้นเพราะทุกคนล้วนต่างเพ่ง ต่างลุ้นอยากเห็นหน้าสะใภ้หมื่นล้าน และงานแต่งครั้งนี้ยิ่งกลายเป็นข่าวซุบซิบนินทาในวงกว้าง เมื่อรู้ว่าเจ้าสาวนั้นไม่ใช่ลิตา แฟนสาวที่ภารัญเคยควงแขนกันออกงานก่อนหน้านั้น

“ลิตา” เจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาวมองดูอดีตคนรักเก่าด้วยความอึดอัด

นับตั้งแต่เกิดเรื่องถูกมอมยาคราวก่อน ภารัญมีโอกาสรับโทรศัพท์จากลิตาเพียงสองครั้ง  ครั้งแรกนั้นเธอโทรมาขอร้องให้เขาถอนแจ้งความ โดยอธิบายว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด หากแต่หลักฐานทุกอย่างที่คุณหญิงเพียงเพ็ญนำมาให้เขาดูนั้น มันยากเกินกว่าจะเชื่อใจกันอีก ลำพังเพียงเขาถูกยาปลุกเซ็กส์จนเกือบหัวใจวายตาย ภารัญยังพอให้อภัยได้ หากแต่มนตกานต์ที่เกือบถูกหลอกไปให้คนเลวย่ำยี เรื่องนี้ภารัญรับไม่ได้จริง ๆ

ครั้งที่สองลิตาต้องการขอโอกาสในการกลับมาคบหา หากแต่ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขาเคยมีต่อเธอ เหมือนมันมีร่องรอยแตกร้าว เชื่อมไม่สนิท เขาจึงไม่ได้ตอบตกลง แต่ยังคงสถานะเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“ภารัญ” ร่างบางโผเข้ามาสวมกอดเขาแน่น สองแขนกอดรัดจนภารัญไม่อาจขยับ

“ลิตาปล่อยเถอะ ใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

“ไม่ดีอย่างนั้นหรือคะ ทำไมละคะภารัญ เราสองคนเป็นคนรักกัน เมื่อก่อนเรากอดจูบกันต่อหน้าคนอื่นออกบ่อย คุณไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจลิตาเลยนะคะ”

“แต่ตอนนี้ผมแต่งงานแล้ว”

“คุณเคยบอกว่า คุณไม่ได้รักยัยเด็กบ้านนอกนั่น เราหนีไปด้วยกันนะคะภารัญ”

“หนีหรือ”

“ลิตารู้นะคะว่าคุณยังรักลิตาอยู่ เรื่องครั้งก่อนที่ลิตาทำไปเพราะลิตาไม่อยากเสียคุณไป ลิตารักคุณ เรารักกันมาตั้งห้าปี ลิตาฝันมาตลอดว่าเราจะได้แต่งงานสร้างครอบครัว มีลูกด้วยกัน ลิตาผิดหรือคะ”

“คุณรักผม เรารักกัน แต่คุณก็ไม่ควรทำอย่างนั้น มนตกานต์เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“แต่มันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ มันไม่ได้ไปที่นั่นด้วยซ้ำ แม่คุณอาจจะวางแผนใส่ร้ายลิตาก็ได้”

“ลิตา...”

แววตาแห่งความผิดหวังในตัวของอดีตคนรัก ทำให้ภารัญหวนนึกไปถึงคำเตือนสติของแม่บังเกิดเกล้า นิ้วมือค่อย ๆ แกะเอาท่อนแขนนั้นออกไปจากตัวอย่างนุ่มนวล เขาเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นดังความหวังของแม่ หากคืนนั้นเขาออกจากร้านเหล้าช้ากว่านี้ หรือมนตกานต์กับแม่ไม่ได้ตามไป บางทีงานมงคลสมรสในคืนนี้อาจกลายเป็นงานศพ และรอยยิ้มของแม่อาจเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้

“นะคะภารัญ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ ลิตาสัญญาว่าต่อไปนี้ลิตาจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว”

“ผมแต่งงาน จดทะเบียนสมรส กับมนตกานต์เรียบร้อยแล้ว ผมขอโทษด้วยที่คงไม่อาจให้ได้ตามที่คุณขอ”

“คุณจะทิ้งลิตาไปอย่างนี้หรือคะ”

“ผม...”

“ทิ้งจ่ะ อย่างน้อยตอนนี้ ภารัญต้องไปเข้าหอกับหนูกานต์แล้ว” คุณหญิงเพียงเพ็ญเดินออกมาจากมุมหนึ่ง ยืนกั้นกลางระหว่างลูกชายและอดีตคนรัก

“คุณแม่”

“ภารัญ เดี๋ยวจะเลยฤกษ์ ไปได้แล้วลูก”

“คุณป้าคะ!” เสียงแหลมตวาดดังตาขวางมองไล่หลังเจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาวที่กำลังเดินจากไป

“ถ้าเธอยังไม่หยุด ฉันจะขุดวีรกรรมความเลวของเธอ ออกมาแฉให้หมด”

คู่บ่าวสาวนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นห้องหอ อันปูลาดเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงกำมะหยี่ บนเตียงใหญ่มีรูปหัวใจคู่ทำจากดอกไม้กลิ่นหอม เพื่อนสนิทสองคนนั่งอมยิ้มมองลูกตัวเองอย่างยินดี

“แม่อวยพรให้ลูกทั้งสองคนมีความสุขมาก ๆ นะลูก กานต์ต่อไปหนูแต่งงานเป็นเมียพี่เขาแล้ว อย่าทำอะไรให้พี่เขาต้องหนักอก หนักใจนะลูก” กชกรประคองฝ่ามือลงไปแนบแก้มป่องของลูกสาวคนเดียว

“ค่ะแม่”

“ภารัญ ป้าฝากดูแลน้องด้วยนะลูก หนูกานต์อาจจะดื้อรั้นไปบ้าง หนักนิดเบาหน่อย หากอภัยได้ภารัญอภัยให้น้องนะลูก วันหน้าถ้าน้องทำผิดหนักหนาจนเกินอภัย หรือวันใดที่ภารัญไม่ต้องการลูกป้าแล้ว ป้าขอร้อง อย่าตบ อย่าตี ทำร้ายให้หนูกานต์ต้องเสียใจ แค่ส่งเขาคืนกลับมาให้ป้า”

“ผมจะดูแลหนูกานต์ให้ดีที่สุดครับ”

“ภารัญ วันนี้แม่ดีใจและมีความสุขที่สุดเลยลูก” คุณหญิงเพียงเพ็ญอ้าแขนดึงลูกชายไปสวมกอดด้วยน้ำตาคลอ

“แม่ขอให้ลูกสองคนมีความสุขมาก ๆ แล้วรีบมีหลานให้แม่เร็ว ๆ นะ”

คล้อยหลังแม่ทั้งสองคนเดินออกจากห้องหอไปแล้ว ภารัญหันไปมองเจ้าสาวหน้าเด็กที่ร้องครางโอดโอย ขณะค่อย ๆ เหยียดขาออกมาจากท่าพับเพียบ

“โอยยยย เหน็บกินขา”

“เธอนี่ ไปอาบน้ำ อาบท่าไป” ภารัญลุกขึ้นขยับคลายหูกระต่ายและปลดกระดุมเสื้อเพื่อคลายความอึดอัด

ภรรยาว่านอนสอนไม่เถียง ลุกขึ้นเดินโขยกเขยกเพราะเหน็บกินขาถือผ้าเช็ดตัวหายเข้าไปในห้องนานหลายนาที กว่าจะโผล่หน้าออกมากวักมือเรียกเขา

“คุณภารัญ”

“อะไร”

“ช่วยหนูหน่อยค่ะ”

“ทำไม มีอะไร นี่อย่าบอกนะว่าเดินชนขอบโต๊ะ ขอบเตียง ขอบอะไรเข้าให้อีก”

“เปล่าชนค่ะ แต่ว่าไอ้นี่มันแกะยังไงคะ”

เจ้าสาวในชุดสวยยกมือขึ้นไปคลำบนหัวตัวเอง ซึ่งด้านบนมีดอกไม้ อะไรต่อมิอะไรเสียบประดับเอาไว้มากมาย ภารัญจำใจเดินเข้ายืนช่วยแกะเครื่องประดับทั้งหลายออกให้ยังใช้เวลาหลายนาที

“คุณภารัญคะ เราจะทำยังไงกันดี” สาวน้อยยืนกอดอกมองเตียงใหญ่ด้วยท่าทางครุ่นคิด

“ถ้าเธอไม่สบายใจ ฉันจะไปนอนห้องอื่นก็ได้”

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณไปนอนห้องอื่นความก็แตกสิคะ”

ก่อนหน้านั้นเพื่อความสบายใจของทั้งสองคน ภารัญและมนตกานต์ตกลงกันว่า จะใช้ชีวิตคู่แบบสามีภรรยาในแบบตัวเอง การแต่งงานนี้เกิดขึ้นเพราะคนทั้งคู่ถูกบังคับ หาใช่เกิดจากความสมัครใจ แต่ทั้งสองยินดีที่จะซื่อสัตย์และให้เกียรติกันซึ่งกันและกัน หากแต่ขอเว้นช่องว่าง สร้างระยะห่างเพื่อให้ให้ต่างฝ่ายต่างอึดอัด

“อย่างนั้น...ฉันนอนพื้น”

“หื้อ ไม่ยุติธรรมเลย”

“ไม่ยุติธรรมยังไง”

“คุณเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของห้อง เป็นเจ้าบ่าว เป็นช้างเท้าหน้า คุณจะมานอนกลิ้งขลุก ๆ บนพื้นห้องได้ยังไงคะ” มนตกานต์ทำมือหมุนเป็นวงไปด้วย

“หรือเธอจะนอนพื้น”

“ไม่เอา หนูว่าเราสองคนน่าจะนอนร่วมเตียงกันได้”

“หือ เธอไม่กลัวเหรอ”

“ไม่ค่ะ หนูรู้ว่าคุณไม่พิศวาสหนูหรอก ขอแค่อย่างเดียว” นิ้วชี้ชูขึ้นมาตรงหน้าเหมือนต้องการขอคำมั่นสัญญา

“อะไร”

“ถ้าหนูนอนดิ้น คุณอย่าถีบหนูตกเตียงนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป