บทที่ 2 ใต้ร่มเงาเรือนบัวแก้ว

"นิดจะตั้งใจค่ะ นิดจะช่วยคุณอาทำอาหารทุกวันเลย จริงๆ นิดก็พอจะทำอาหารเป็นนะคะ คุณยายเคยสอนค่ะ" เด็กน้อยพูดอย่างกระตือรือร้น ทำให้อัครินทร์ต้องวางมือบนศีรษะและโยกไปมาด้วยความเอ็นดู ในความน่ารักและความช่างเรียนรู้ก็เด็กน้อย

"อืม... จำคำพูดตัวเองไว้ก็แล้วกัน"

เด็กหญิงพยักหน้าหนักแน่น

อัครินทร์มองเด็กตัวเล็กตรงหน้าอย่างเงียบงัน

บางที... การมีเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต อาจไม่ได้เป็นภาระอย่างที่เขาคิด

แต่เรื่องแต่งงานคลุมถุงชน...

เขายังคงยืนยันคำเดิม

ไม่มีวัน

รุ่งเช้า...

นาฬิกาบอกเวลาตีห้า

อัครินทร์เข้าครัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เตรียมปิ่นโตอาหารสำหรับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยตัวเอง ก่อนจะขึ้นมายืนอยู่หน้ากระจกในห้องโถง

ปาณิศาในชุดนักเรียนประถมยืนยิ้มหวานอยู่ตรงหน้า

"คุณอาคะ ถักเปียให้นิดหน่อยค่ะ"

เด็กหญิงยื่นยางรัดผมสีชมพูให้

อัครินทร์รับมาอย่างช้า ๆ

"อาไม่เคยถัก" เขามองยางสีชมพูด้วยความรู้สึกเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด

"ลองดูก็ได้ค่ะ"

ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ เหมือนกำลังตั้งสติ ในเมื่อรับปากคุณย่าไปแล้วว่าจะดูแลปาณิศา เขาก็ต้องทำให้ดีที่สุด

"งั้น อยู่นิ่ง ๆ" มือใหญ่ค่อย ๆ แบ่งปอยผมเป็นสามส่วน ก่อนพยายามไขว้ไปมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

"โอ๊ย..." ปาณิศาร้องเบา ๆ

"เจ็บค่ะคุณอาใหญ่"

"อาไม่ได้ดึงแรง"

"แรงค่ะ"

"อาใช้แรงเท่าตอนนวดแป้งเอง"

"หัวนิดไม่ใช่แป้งนะคะ"

อัครินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง

"อ้อ..."

เด็กหญิงหลุดหัวเราะคิก

ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็ผูกยางรัดผมเสร็จ ก่อนถอยออกมามองผลงานของตัวเอง

เปียสองข้างเบี้ยวจนน่าสงสาร

ข้างหนึ่งสูง อีกข้างต่ำ แถมยังมีปอยผมชี้ฟูออกมาหลายเส้น พอดีกับที่ย่าบัวเดินลงมาจากเรือน

"โอ๊ยตาย พ่อเชฟระดับประเทศ ถักเปียได้เหมือนรังนกเลยจริง ๆ"

หญิงชราหัวเราะเสียงดัง นิดยกมือจับเปียตัวเอง ก่อนหัวเราะตาม

อัครินทร์ไอเบา ๆ แก้เก้อ

"ผมทำครัว ไม่ได้ทำร้านเสริมสวยครับคุณย่า"

"เอ้า... มานี่ ย่าทำให้เอง"

ย่าบัวจัดการถักเปียอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่นาทีก็เรียบร้อยสวยงาม

"แบบนี้สิ ถึงจะน่ารัก"

ปาณิศายิ้มกว้าง

"ขอบคุณค่ะคุณย่า"

อัครินทร์เดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนใบโตมาถือไว้ ก่อนยื่นมือไปหาปาณิศา

"ไป"

เด็กหญิงยื่นมือเล็ก ๆ ไปวางบนฝ่ามือใหญ่ทันที

"ไปโรงเรียนกับอานะ"

"ค่ะคุณอา"

ฝ่ามือใหญ่กอบกุมมือเล็กไว้อย่างมั่นคง

ปาณิศาเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เดินเคียงข้าง ความอบอุ่นจากมือคู่นั้นค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ

แม้วันนี้คุณยายจะไม่อยู่แล้ว แต่เด็กหญิงก็รู้ว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอไม่ได้เหลือตัวคนเดียวอีกต่อไป เพราะอ้อมกอดของคุณอา ได้กลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของเธอแล้ว

กลิ่นหอมของแป้งร่ำและน้ำอบไทยโบราณอบอวลอยู่บนเรือนบัวแก้ว ทำให้บรรยากาศยามเช้าดูสงบและอบอุ่นกว่าหลายวันที่ผ่านมา

ปาณิศานั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวเดิม ดวงตากลมโตมองสมุดบันทึกเล่มหนาของคุณยายแก้วที่เธอหอบติดตัวมาจากบ้าน มือเล็ก ๆ ลูบหน้าปกหนังสีน้ำตาลอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากเผลอจับแรงไป ความทรงจำสุดท้ายของคุณยายจะเลือนหายไปด้วย

อัครินทร์เดินถือแก้วนมอุ่นเข้ามาในห้องโถงกลาง เขาหยุดมองเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนิ่งสนิทไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่เขาเองก็เพิ่งตระหนัก

เด็กคนนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขาเลย

"หนูนิด ดื่มนมอุ่น ๆ หน่อยสิ" ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ แล้ววางแก้วนมลงบนโต๊ะไม้

ปาณิศาเงยหน้าขึ้น ก่อนยิ้มบาง ๆ ให้เขา

"ขอบคุณค่ะคุณอา" เธอรับแก้วนมไปถือด้วยสองมือ แล้วค่อย ๆ จิบอย่างว่าง่าย

อัครินทร์มองแก้มป่อง ๆ ที่ขยับตามจังหวะการกลืนโดยไม่รู้ตัว ความเงียบของเขาไม่ได้เกิดจากความอึดอัด หากแต่เกิดจากความทรงจำเก่า ๆ ที่ค่อย ๆ ไหลกลับมา

เขาจำได้...

วันที่ปาณิศาลืมตาดูโลกเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนนั้นเขาอายุสิบห้า เพิ่งสูญเสียพ่อกับแม่จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปได้ไม่นาน ชีวิตของเขาเหลือเพียงย่าบัวเป็นที่พึ่งเดียว

วันนั้น ย่าบัวหิ้วกระเช้าและลากเขาในชุดนักเรียนมัธยมปลายไปเยี่ยมเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกที่โรงพยาบาล

ภาพทารกตัวจิ๋วในผ้าอ้อมสีชมพูอ่อนยังติดอยู่ในความทรงจำ เด็กน้อยนอนหลับตาพริ้ม ตัวเล็กนุ่มนิ่มราวกับปุยฝ้าย ย่าบัวกับยายแก้วหัวเราะชอบใจ ก่อนส่งทารกน้อยมาให้เขาอุ้ม

อัครินทร์ในวัยสิบห้าทำตัวไม่ถูก มือไม้เกร็งไปหมด

'ตาใหญ่ ดูยายหนูนิดสิลูก ยายแก้วกับย่าตกลงกันแล้วนะ ว่าจะจองหนูนิดไว้เป็นว่าที่ศรีภรรยาของเราในอนาคต'

คำพูดของย่าบัวทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดงวาบไปถึงใบหู เขาก้มมองทารกในอ้อมแขน ก่อนรีบท้วงเสียงหลง

'คุณย่าครับ! ตัวแดงเถือกขนาดนี้ แถมยังตัวเล็กกะเปี๊ยกเดียว ไม่เอาหรอกครับ!'

ย่าบัวกับยายแก้วหัวเราะลั่นห้องพักผู้ป่วย ขบขันในท่าทางของเด็กหนุ่ม ส่วนบิดาและมารดาแท้ๆ ของปาณิศาก็ได้แต่อมยิ้ม

แต่หลังจากนั้นเพียงปีเศษ ชีวิตของปาณิศาก็พลิกผัน บิดามารดาของเธอประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตทั้งคู่ เด็กหญิงจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า และเติบโตมากับยายแก้วเพียงลำพัง

ทุกครั้งที่ย่าบัวไปเยี่ยมเพื่อนรักที่บ้านสวน ก็มักลากอัครินทร์ไปด้วยเสมอ

จากเด็กหนุ่มที่เคยพูดว่าไม่เอา กลับเป็นคนช่วยจับขวดนม ช่วยชงนม คอยป้อนนม และไกวเปลกล่อมยายตัวน้อยนอนจนหลับปุ๋ยอยู่บ่อยครั้ง แถมตัวเองก็ยังนอนกกเจ้าตัวเล็กนอนหลับไปด้วยกัน

เขาเคยอุ้มเธอ เคยกล่อมเธอ เคยเช็ดน้ำลายให้เธอด้วยซ้ำ เขาเลี้ยงเด็กคนนี้มากับมือ ตั้งแต่เธอยังไม่รู้ความ

"คุณอาคะ..."

เสียงเล็ก ๆ ดึงอัครินทร์กลับมาจากภวังค์

ปาณิศายื่นแก้วนมที่หมดเกลี้ยงคืนให้เขา

"นิดดื่มหมดแล้วค่ะ"

"ดีมาก" อัครินทร์รับแก้วมาวาง ก่อนวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วโยกเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

"หิวนมบ่อยแบบนี้ ถึงได้แก้มป่องเป็นซาลาเปา"

ปาณิศารีบยกมือจับแก้มตัวเอง

"นิดไม่ได้อ้วนนะคะ คุณยายบอกว่านิดแค่สมบูรณ์"

"อาไม่ได้บอกว่าอ้วน"

"แต่คุณอาบอกว่าแก้มนิดเหมือนซาลาเปา"

"ซาลาเปาก็น่ารักดี"

เด็กหญิงชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนแก้มจะขึ้นสีจาง ๆ

"คุณอาชมเหรอคะ" เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา

อัครินทร์กระแอมเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป