บทที่ 12 ยินดีถูกปลดภรรยา
หลี่เสี่ยวหรูเอ่ยไม่ดังไม่เบาทุกถ้อยคำล้วนหนักแน่นไม่ตีไข่ใส่สีแต่เป็นคำพูดของคนที่รู้สึกผิดจริง หวงจื่อหานกำมือแน่น หนังสือหย่าก็กล้าเขียน แช่งเขาให้ตายก็ทำมาแล้ว วันนี้ยังกล้าขอให้ท่านย่าของเขาลงโทษนางโดยการให้เขาปลดนางอีกหรือ ผู้หญิงน่าตายคนนี้อยากไปจากข้าหรือ อย่าฝันเลย
ประตูเรือนเปิดออกมา หญิงชราอายุหกสิบผมขาวทั้งศีรษะแต่ว่าใบหน้ายังคงงดงาม ท่วงท่าที่ก้าวเดินสง่ายิ่งนัก นางคือไท่ฮูหยินท่านย่าของหวงจื่อหาน
หญิงชรามองร่างบางที่นั่งคุกเข่าอยู่ก่อนจะมองหน้าหลานชาย เลยไปยังอ้ายเซียงเซียงที่ยืนอยู่ มือเกาะชายเสื้อหลานชายนาง หวงจื่อหานปัดมืออ้ายเซียงเซียงออกมาประคองท่านย่าของเขาทันที จากนั้นไท่ฮูหยินก็เอ่ยวาจา
"หวงหมัวมัว พยุงฮูหยินน้อยลุกขึ้นมาเถอะเจ้าไม่มีความผิดอันใด ข้าไม่อยู่เสียหลายเดือนจวนหวงกลายเป็นจวนอ๋องไปแล้วหรือ"
"ไท่ฮูหยินมิใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ คือว่าข้า...."
อ้ายเซียงเซียงไม่กล้ากล่าวต่อ แม้บิดาเป็นอ๋องแต่ฮ่องเต้เองยังไว้หน้าไท่ฮูหยิน นางเป็นฮูหยินเก้ามิ่งเชียวนะ หลี่เสี่ยวหรูถูกหวงหมัวมัวพยุงขึ้นมา ขาเป็นเหน็บจึงลุกไม่ไหว เกาะแขนหญิงชราเซเล็กน้อย
"ขอบคุณหวงหมัวมัว ทำให้ท่านลำบากแล้วขออภัยด้วย"
"ฮูหยินน้อยอย่าได้เกรงใจ เป็นเพราะท่านคุกเข่านานเกินไป เหตุใดใบหน้าท่านบวมแดงเช่นนี้กันเจ้าคะ"
"ข้า ข้าแค่เดินไม่ระวังถูกกิ้งไม้ดีดเอานะ ขอบคุณไท่ฮูหยินที่เมตตาหลานสะใภ้ไร้ความสามารถคนนี้เจ้าค่ะ"
"หลานสะใภ้ของข้า หึ ดีจริงๆในจวนนี้มีคนกล้าลงมือกับฮูหยินน้อยด้วยหรือเป็นใครกัน ไหนเมื่อกี้เจ้าบอกว่าจวนหวงกำลังลำบากหรือ"
"เอ่อ เจ้าค่ะโจวหมัวมัวบอกว่ามิอาจจ่ายเงินเดือนหลานสะใภ้ได้ เพราะมีหลายปากท้องต้องเลี้ยวดู ขอให้หลานสะใภ้เห็นใจบ่าวไพร่ อาหารก็ต้องประหยัดแต่ว่านี่เป็นน้ำใจจากหลาน ไท่ฮูหยินกำลังจะกลับมา ท่านพี่จึงยอมเจียดเงินให้มาสองตำลึงเพื่อทำอาหารดีๆให้ท่านสักมื้อเจ้าค่ะ เสี่ยวหง"
เมื่อเจ้านายเรียกเสี่ยวหงส่งตะกร้าให้สาวใช้คนสนิท เมื่อเปิดดูก็พบเป็ดย่างแร่เป็นชิ้นสวยงามน่ากิน มีไก่ตุ๋นน้ำแดงส่งกลิ่นหอม โจ๊กที่เคี่ยวจนเนื้อเนียนละเอียด ขนมสีสันน่ากิน ไท่ฮูหยินจึงเอ่ยถาม
"ขนมนี่เจ้าทำเองหรือ"
"เจ้าค่ะ แต่วัตถุดิบจำกัด ครั้งหน้าหลานสะใภ้จะทำให้ดีกว่านี้ถ้ายังมีโอกาสเจ้าค่ะ
"ยังมีโอกาสอันใด เจ้าแต่งเข้ามาก็คือคนสกุลหวง อีกอย่าที่เจ้ากล่าวมาถ้าเช่นนั้นแปลว่าเจ้าไม่ได้รับเงินตำลึงเลยตั้งแต่แต่งเข้ามาหรือ"
"เรียนไท่ฮูหยิน คนอื่นยังอดมื้ออิ่มมื้อ หลานจะเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้เช่นนั้นได้เช่นไรเจ้าคะ"
"อืม ดูจากเสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่ข้าเชื่อแล้ว หานเอ๋อร์เจ้าดูแลเมียได้บกพร่องนัก อีกครึ่งเดือนย่าจะตามเสด็จไทเฮาไปไหว้พระ ถ้าเจ้าดูแลนางไม่ได้ก็ให้ไปกับย่าเถอะ ส่วนท่านหญิงเรื่องของจวนหวงมิจำเป็นให้เจ้าสอดมือคนของข้ามีมากพอ พ่อบ้านไปตรวจสอบว่าเงินเดือนฮูหยินน้อยได้เบิกหรือไม่ แล้วใครรับเงินก้อนนั้นแทนนาง"
ทันทีที่ประมุขใหญ่ของบ้านเอ่ยออกมาทุกคนก็ไปทำตามทันที โจวหมัวมัวที่ตอนนี้ตัวสั่น มองหน้าอ้ายเซียงเซียงไหนว่านางเป็นคนโง่ไง หากตรวจสอบแล้วพบเจอจะทำเช่นไร อ้ายเซียงเซียงเห็นท่าไม่ดีจะขอตัวกลับพ่อบ้านก็มาพร้อมสมุดบัญชี
"เรียนไท่ฮูหยิน โจวหมัวมัวรับเงินทุกเดือน บอกว่าฮูหยินน้อยให้มารับแทน เพราะใต้เท้าสั่งห้ามนางออกจากเรือนข้างขอรับ นี่คือสมุดบัญชีของจวน"
โจวหมัวมัวคุกเข่าทันที มือเหี่ยวย่นเกาะแขนอ้ายเซียงเซียงแน่นเอ่ยพร้อมน้ำตา
"ท่านหญิงช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ ไหนท่านว่าทำเช่นนี้ไม่เป็นไรไงเจ้าคะ"
"เจ้าพูดอะไรโจวหมัวมัว ข้าไม่เคยสั่งให้เจ้าทำเรื่องไร้ศิลธรรมไร้ยางอายเช่นนี้ เจ้าเป็นบ่าวแต่กลับยักยอกนาย ยังมาสาดน้ำโคลนใส่ข้าอีก ไท่ฮูหยิน พี่จื่อหานข้าไม่ทราบเรื่องอันใดด้วยเลยนะเจ้าคะ"
อ้ายเซียงเซียงเอ่ยร้อนรน ยายแก่นี่จะกลับมาทำไมนะ อยู่ที่วัดถือศิลกินเจไปสิ อ้ายเซียงเซียงนึกอย่างขัดใจ เสียงของไท่ฮูหยินดังกังวาน
"ไปตรวจสอบบัญชีทั้งหมดของจวน ใครทำผิดเอามารวมที่ลานด้านหน้า โจวหมัวมัวโบยยี่สิบไม้ขับออกจากจวน ส่วนคนอื่นๆที่กระด้างกระเดื่องขายทิ้งไปซะ หานเอ๋อร์เจ้าละเลยจริงๆปล่อยให้คนนอกกับบ่าวคนหนึ่งมายักยอกเงินทองในจวนได้อย่างไร อีกทั้งใครลงมือกับฮูหยินน้อยลากตัวมันออกมา"
"เรียนไท่ฮูหยินอย่าโมโหเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่งานมากนักป้าฝางอยู่ๆก็ป่วยหนักเรื่องต่างๆจึงไม่อาจจัดการได้ ต้องโทษหลานสะใภ้ผู้นี้ที่ไร้ความสามารถเจ้าค่ะ"
