บทที่ 1 บทที่ 1

ไพ่ใบสุดท้ายถูกพลิกหงายลงบนโต๊ะบุนสักหลาดสีเขียวเข้ม

ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมห้องวีไอพีของคลับ The Abyss อย่างรวดเร็ว แสงไฟนีออนสีแดงสลัวที่สาดส่องลงมาจากเพดานสะท้อนกับชิปพลาสติกมูลค่ามหาศาลที่กองรวมกันอยู่ตรงกลางโต๊ะ

ธีรดานั่งหลังตรง แผ่นหลังของเธอไม่สัมผัสกับพนักพิงเก้าอี้หนังเลยแม้แต่น้อย ชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดขับเน้นผิวขาวจัดและสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคนทั้งห้องไม่ใช่รูปลักษณ์ แต่เป็นความเยือกเย็นบนใบหน้าสวยคมที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ

เธอเพิ่งชนะน็อกเจ้าถิ่นในถิ่นของเขาเอง

ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ คณุตม์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เสื้อเชิ้ตสีดำของเขาถูกปลดกระดุมบนออกถึงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักรูปทรงเรขาคณิตที่โผล่พ้นสาบเสื้อตรงท่อนแขนซ้าย

ดวงตาสีเข้มดุดันของเขามองไพ่บนโต๊ะ ก่อนจะตวัดขึ้นมามองหน้าผู้ชนะ

คณุตม์ดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้ม

มันเป็นปฏิกิริยาเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง ความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากผู้ชายตรงหน้าจนลูกน้องสองสามคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังโต๊ะต่างลอบกลืนน้ำลาย

“โกงนี่หว่า”

เสียงสบถดังขึ้นทำลายความเงียบ เคน ชายหนุ่มหน้าตากวนประสาทซึ่งเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของคณุตม์ก้าวพรวดเข้ามาใกล้โต๊ะ ดวงตาของเคนจ้องมองธีรดาอย่างเอาเรื่อง “ผู้หญิงตัวแค่นี้จะมาอ่านไพ่ไอ้ครูซออกได้ยังไง ตรวจตัวเธอเดี๋ยวนี้เล็ก!”

ลูกน้องที่ชื่อเล็กขยับตัวตามคำสั่ง เตรียมจะเดินอ้อมโต๊ะมาหาธีรดา

“หยุด”

คำสั่งสั้นๆ ดังหลุดออกมาจากริมฝีปากของคณุตม์ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนเล็กหยุดชะงักฝีเท้าแทบจะในทันที เคนหันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิด

“มึงจะยอมให้ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาลูบคมถึงในห้องวีไอพีของคลับมึงเนี่ยนะครูซ!” เคนโวยวาย

“กูบอกให้หยุด” คณุตม์ย้ำประโยคเดิม สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของธีรดาไม่กะพริบ “แพ้ก็คือแพ้”

ธีรดาลอบระบายลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาอย่างเชื่องช้า ภายในใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสามชั่วโมงของการนั่งร่วมโต๊ะกับกลุ่มคนที่มีอิทธิพลมืด แต่ภายนอกเธอยังคงสวมหน้ากากรองประธานกรรมการบริหารแห่ง T-Entertainment เอาไว้อย่างแนบเนียน

นี่คือเหตุผลที่เธอเลือกผู้ชายคนนี้

คณุตม์คือหมาป่าจ่าฝูง เขาเด็ดขาด ควบคุมคนได้ และที่สำคัญที่สุด... เขาอยู่นอกเหนือเขตอำนาจของทศพล พ่อแท้ๆ ของเธอ

ทศพลกำลังบีบให้เธอแต่งงานกับชวิน ลูกชายนกต่อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ชวินเป็นผู้ชายหน้าไหว้หลังหลอกที่เธอขยะแขยง หากเธอไม่มี 'ข้ออ้าง' ที่มีน้ำหนักพอไปตอกหน้าพ่อในที่ประชุมบอร์ดบริหารวันพรุ่งนี้ เธอจะต้องสูญเสียสิทธิ์ในการคุมโปรเจกต์ Mega Club และถูกลดทอนอำนาจลงจนกลายเป็นแค่หุ่นเชิด

เธอต้องการไม้กันหมา และไม้กันหมาตัวนี้ต้องดุร้ายพอที่จะทำให้ชวินและพ่อของเธอไม่กล้าเข้ามาก้าวก่าย

“สรุปว่าฉันชนะ” ธีรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความตึงเครียดระหว่างเพื่อนสนิททั้งสองคน

“ตามนั้น” คณุตม์ยอมรับหน้าตาย เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ “อยากได้เช็ค หรือจะให้โอนเข้าบัญชีบริษัทเธอเลยล่ะ คุณหนู”

คำว่า 'คุณหนู' ถูกลากเสียงยาวอย่างจงใจประชดประชัน

ธีรดาไม่สะทกสะท้าน เธอยื่นมือไปหยิบกระเป๋าหนังแบรนด์เนมที่วางอยู่ข้างตัว ก่อนจะดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแทนที่จะหยิบหมายเลขบัญชี

ซองกระดาษถูกเลื่อนไปตามพื้นโต๊ะสักหลาด หยุดลงตรงหน้าคณุตม์พอดิบพอดี

“ฉันไม่ต้องการเงิน” ธีรดาประกาศความจำนง

คณุตม์ลดแก้ววิสกี้ลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขามองซองเอกสารสลับกับใบหน้าของเธอ “แล้วเธอต้องการอะไร”

“เปิดดูสิ”

คณุตม์วางแก้วลงบนโต๊ะ เขาหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิด ปลายนิ้วเรียวยาวดึงกระดาษเอกสารสองสามแผ่นออกมา กวาดสายตาอ่านข้อความบนหัวกระดาษเพียงปราดเดียว รอยยิ้มหยันก็ปรากฏขึ้นบนมุมปาก

“สัญญาจ้าง... สามีจำแลง?” คณุตม์อ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอราวกับกำลังมองเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในชีวิต “เธอเล่นตลกอะไร ธีรดา”

“นี่ไม่ใช่เรื่องตลก” ธีรดาสวนกลับทันที น้ำเสียงของเธอเด็ดขาด “นายแพ้พนันฉัน มูลค่าชิปบนโต๊ะนั่นมากพอที่จะทำให้นายเสียสภาพคล่องไปหลายเดือน แต่ฉันเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่านั้น แค่เซ็นสัญญาฉบับนั้นซะ แล้วหนี้ทั้งหมดบนโต๊ะนี้ถือเป็นอันยุติ”

เคนชะโงกหน้าไปดูเอกสารในมือคณุตม์ ก่อนจะเบิกตากว้าง “เฮ้ย! หกเดือน? ให้ไอ้ครูซไปเป็นผัวปลอมๆ ของเธอหกเดือนเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!”

“ข้อเสนอนี้มันแฟร์ที่สุดแล้ว” ธีรดายกขาขึ้นไขว่ห้าง วางมือประสานกันบนหน้าตัก “งานง่ายๆ นายแค่ต้องทำตามกฎสามข้อในนั้น”

คณุตม์ไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของเคน เขาก้มลงอ่านรายละเอียดในกระดาษต่อ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความยียวน

“ข้อหนึ่ง... ย้ายเข้ามาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของฉันตลอดระยะเวลาสัญญา” คณุตม์เลิกคิ้ว “เริ่มงานปุ๊บก็ชวนผู้ชายเข้าบ้านปั๊บ ใจร้อนจังนะคุณหนู”

“อ่านให้จบ” ธีรดาสั่งเสียงแข็ง พยายามเมินเฉยต่อสายตาโลมเลียที่แฝงมากับคำพูดนั้น

“ข้อสอง... ไปปรากฏตัวในงานสังคมในฐานะสามี เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม” เขาหัวเราะในลำคอ “พูดง่ายๆ คือเอาฉันไปเป็นไม้กันหมาสินะ”

“นายเข้าใจถูกแล้ว”

บทถัดไป