บทที่ 2 บทที่ 2
“นายเข้าใจถูกแล้ว”
“และข้อสาม... ห้ามสร้างข่าวฉาว หรือนำชื่อเสียงของบริษัท T-Entertainment ไปพัวพันกับธุรกิจสีเทาของนายเด็ดขาด หากฝ่าฝืน สัญญาถือเป็นโมฆะและนายต้องจ่ายค่าปรับสิบเท่าของมูลค่าหนี้พนันคืนนี้” คณุตม์โยนกระดาษลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี “กติกาเยอะจังวะ ฉันเริ่มรู้สึกว่าหาเงินสดมาจ่ายเธอมันง่ายกว่าการต้องไปนั่งปั้นหน้ายิ้มในงานสังคมงี่เง่าพวกนั้นแล้วสิ”
“นายไม่มีเงินสดมากพอหรอก คณุตม์” ธีรดาจี้จุดอ่อน เธอเช็กงบดุลลับๆ ของ The Abyss มาแล้ว คลับนี้กำลังขยายสาขาและเงินสดส่วนใหญ่ถูกหมุนเวียนไปกับการกว้านซื้อที่ดิน
“อย่าประเมินฉันต่ำไป” คณุตม์เอนตัวไปข้างหน้า วางศอกลงบนโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนธีรดาได้กลิ่นวิสกี้ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูก “ถ้าฉันบอกว่าไม่เซ็นล่ะ”
ธีรดารู้อยู่แล้วว่าผู้ชายอย่างเขาไม่ยอมก้มหัวให้ใครแน่ เธอเตรียมแผนสำรองมาพร้อมเสมอ
มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอและเลื่อนรูปภาพสองสามรูป ก่อนจะหันหน้าจอไปทางเขา
“ถ้านายไม่เซ็น รูปพวกนี้คงถูกส่งไปที่กรมการปกครองและกองปราบภายในสิบนาที”
คณุตม์ปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์
มันเป็นภาพถ่ายการลักลอบขนส่งสินค้ายกลังทางประตูด้านหลังของคลับ รวมถึงบัญชีส่วยรายเดือนที่ The Abyss จ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อปิดตาเรื่องบ่อนพนันวีไอพีบนชั้นสามที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ตอนนี้
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที เคนสบถคำหยาบคายออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าปืนที่เหน็บอยู่ตรงเอวด้านหลัง เล็กเองก็ขยับตัวเข้าหาธีรดาด้วยท่าทีคุกคาม
“มึงถอยไป” คณุตม์สั่งลูกน้องอีกครั้ง เสียงของเขาคราวนี้เย็นเยียบและอันตรายกว่าเดิม เขายกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้ใครขยับตัว
“เธอไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน” คณุตม์ถาม ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง
“ฉันมีวิธีของฉัน” ธีรดาตอบเรียบๆ แม้ฝ่ามือที่วางอยู่บนตักจะเริ่มชื้นเหงื่อ “บริษัทฉันทำธุรกิจบันเทิง นายคิดว่าฉันไม่มีคอนเนกชันกับพวกปาปารัสซี่หรือนักสืบเอกชนเลยหรือไง คณุตม์... ฉันไม่ได้เดินเข้ามาในถิ่นของนายด้วยมือเปล่าแน่”
ความจริงคือเธอจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อข้อมูลเหล่านี้มาจากอดีตพนักงานของเขา มันเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่เธอเตรียมมาเพื่อบีบเขาโดยเฉพาะ
คณุตม์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เมื่อเขายืนค้ำโต๊ะแบบนี้ มันสร้างแรงกดดันมหาศาล ธีรดาต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อสบตาเขา เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแสดงความหวาดกลัวออกมาเด็ดขาด
คณุตม์เดินอ้อมโต๊ะสักหลาดเข้ามาหาเธอ ก้าวเดินของเขาเชื่องช้าและมั่นคงเหมือนสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อ เคนและลูกน้องคนอื่นยอมถอยทางให้เจ้านายโดยอัตโนมัติ
ธีรดาลุกขึ้นยืนบ้าง รองเท้าส้นสูงสีดำขนาดสี่นิ้วช่วยเสริมความสูงให้เธอไม่ดูเสียเปรียบจนเกินไปนักเมื่อเผชิญหน้ากับเขา
คณุตม์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว
“เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ” เขาเตือน เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ในความเงียบ “การดึงฉันเข้าไปอยู่ในบ้านเธอ มันอาจจะอันตรายกว่าการแต่งงานกับไอ้ชวินลูกรักของพ่อเธอซะอีก”
“ฉันควบคุมไฟได้ดีกว่าควบคุมปลิงอย่างชวินก็แล้วกัน” ธีรดาตอบกลับอย่างไม่ลดละ “เซ็นสัญญาซะ แล้วข้อมูลพวกนี้จะถูกทำลายทิ้งทันที ถือซะว่าเราต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ฉันได้คนมาบังหน้า นายได้คลับของนายปลอดภัย”
คณุตม์ก้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเธอ “มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าฉันจะยอมเป็นเชลยให้เธอจูงจมูกเล่นง่ายๆ”
“นายไม่มีทางเลือก”
ธีรดาก้าวเดินเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อแสดงความเด็ดขาด ปลายรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดของเธอเหยียบลงบนรองเท้าหนังราคาแพงของเขาอย่างจงใจ แรงกดทับนั้นไม่ได้มากพอให้บาดเจ็บ แต่เป็นการเหยียบย่ำเพื่อประกาศจุดยืนว่าในเกมนี้ เธอคือผู้กุมอำนาจ
คณุตม์ก้มมองปลายรองเท้าสีดำที่เหยียบอยู่บนเท้าของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง
ความโกรธที่ควรจะมีกลับเลือนหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูลึกลับและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้ถอยเท้าหนี ปล่อยให้เธอเหยียบเอาไว้อย่างนั้น
เขาดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้มอีกครั้ง แต่คราวนี้แววตาของเขาไม่ได้มีความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เลย มันกลับมีประกายความพึงพอใจบางอย่างที่ธีรดาอ่านไม่ออกซ่อนอยู่ลึกๆ
คณุตม์หันไปคว้าปากกาสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาจรดปลายปากกาลงบนช่องลายเซ็นท้ายหน้ากระดาษสัญญา ขีดเขียนลายมือชื่อของตัวเองลงไปอย่างรวดเร็วและหนักแน่นโดยไม่เสียเวลาอ่านรายละเอียดที่เหลือ
วินาทีที่ปลายปากกาตวัดเส้นสุดท้าย ธีรดารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แผนการขั้นแรกของเธอสำเร็จแล้ว พรุ่งนี้เธอจะมีข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบไปจัดการกับบอร์ดบริหาร
คณุตม์โยนปากกาทิ้งลงบนโต๊ะ มันกลิ้งไปชนกับกองชิปพลาสติกจนเกิดเสียงดังคลิก
เขาหันกลับมามองผู้หญิงที่เพิ่งสถาปนาตัวเองเป็นเจ้านายของเขา หมาป่าจ่าฝูงไม่ได้มีท่าทีสลดกับการต้องตกเป็นเชลยเลยแม้แต่น้อย เขากลับขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าทุ้มที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
“เตรียมเตียงกว้างๆ ไว้แล้วกันเทียร์ ฉันนอนดิ้น... เผื่อเธอจะไม่รู้”
