บทที่ 3 บทที่ 3

เสียงปลดล็อกรหัสดิจิทัลหน้าประตูดังขึ้น สัญญาณเตือนสั้นๆ ทำลายความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสี่สิบแปด

ธีรดาละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกระจกตัวกลางห้องนั่งเล่น เธออยู่ในชุดสูทเบลเซอร์สีเทาเข้ารูปที่ยังไม่ได้ถอดออกแม้จะกลับถึงห้องพักแล้ว แผ่นหลังตั้งตรงขณะปรายตามองไปยังโถงทางเดิน

คณุตม์ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ

ผู้ชายที่เพิ่งถูกสถาปนาให้เป็น ‘สามีจำแลง’ สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังสีดำที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน มือขวาของเขาลากกระเป๋าเดินทางสีเข้มใบเดียวเข้ามาบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ไม่มีข้าวของพะรุงพะรัง ไม่มีท่าทีเกรงใจ เขากวาดสายตามองความกว้างขวางของพื้นที่ซึ่งถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำสไตล์โมเดิร์น

มันว่างเปล่า ปราศจากรูปถ่ายครอบครัว ปราศจากของประดับกระจุกกระจิก มีเพียงเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงที่ถูกจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ อย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ

คณุตม์หยุดยืนกลางห้องนั่งเล่น เขาโยนแจ็กเก็ตหนังในมือลงบนโซฟาผ้าบุสีครีมตัวโปรดของธีรดาอย่างลวกๆ

“เอาของสกปรกของนายออกไปจากโซฟาฉันเดี๋ยวนี้”

ธีรดาออกคำสั่งทันที น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบและเด็ดขาด เธอเกลียดการรุกล้ำ เกลียดความไร้ระเบียบ และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดที่ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง

คณุตม์ปรายตามองแจ็กเก็ตของตัวเอง สลับกับใบหน้าตึงเครียดของเจ้าของบ้าน เขาไม่ได้หยิบมันขึ้นมา ซ้ำยังล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ด้วยท่าทียียวน

“แค่เสื้อตัวเดียวคุณหนู มันไม่ได้ทำให้โซฟาราคาเหยียบแสนของเธอพังหรอก”

“ฉันไม่ได้จ้างนายมาเถียง” ธีรดาลุกขึ้นยืน ส้นรองเท้าคัตชูสีดำกระทบพื้นเสียงดังฟังชัดขณะเธอก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเขาในระยะที่ห่างกันสองเมตร “ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป นายต้องทำตามกฎของฉัน”

“เริ่มงานวันแรกก็มีปฐมนิเทศเลยเหรอ” คณุตม์เลิกคิ้ว “ว่ามาสิ”

“ข้อแรก พื้นที่ส่วนตัวของฉันคือห้องนอนฝั่งขวา ห้ามนายเฉียดเข้าไปใกล้เกินระยะสามเมตร ข้อสอง ห้องนอนแขกฝั่งซ้ายคือที่ของนาย รักษาความสะอาดด้วย เพราะแม่บ้านฉันจะเข้ามาทำความสะอาดสัปดาห์ละสองวันเท่านั้น ข้อสาม ห้ามนำคนนอกเข้ามา ห้ามปาร์ตี้ ห้ามสูบบุหรี่ในห้อง และข้อสี่...”

“เพนต์เฮาส์ราคาเกือบร้อยล้าน แต่บรรยากาศเหมือนห้องดับจิต”

คณุตม์พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ เขาไม่ได้สนใจกฎข้อที่สี่ของเธอเลยแม้แต่น้อย สองขายาวก้าวผ่านหน้าธีรดาไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้กลางห้อง แล้วเดินตรงดิ่งไปยังโซนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนที่บิลต์อินไว้มุมหนึ่งของพื้นที่รับแขก

ธีรดาขยับกราม รั้งความหงุดหงิดที่แล่นพล่านขึ้นมาในอก

คณุตม์กวาดสายตามองขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงที่เรียงรายอยู่บนชั้นกระจกด้านหลังบาร์ เขาผิวปากเบาๆ เมื่อเห็นขวดวิสกี้ Single Malt รุ่นลิมิเต็ดที่รินไปแล้วเกือบครึ่งขวด ซึ่งเป็นขวดโปรดที่ธีรดามักจะใช้จิบเวลาเครียดจัดเรื่องงาน

มือหนาเอื้อมไปคว้าขวดนั้นลงมา หยิบแก้วคริสตัลทรงเตี้ยจากชั้นวาง และจัดการรินของเหลวสีอำพันลงไปโดยไม่ขออนุญาต

เสียงน้ำแข็งหลอดกระทบแก้วคริสตัลดังกังวาน

นั่นคือการข้ามเส้นที่ธีรดายอมรับไม่ได้

“หยุดการกระทำป่าเถื่อนของนายเดี๋ยวนี้ คณุตม์”

เธอสืบเท้าเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวที่ถือแก้วน้ำเปล่าทรงสูงติดมาด้วยจากโต๊ะทำงานบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระบายโทสะ “นั่นมันของส่วนตัวของฉัน”

“สัญญาจ้างบอกว่าฉันต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่” คณุตม์ยกแก้ววิสกี้ขึ้นแกว่งเบาๆ “แต่ไม่ได้มีข้อไหนระบุว่าฉันดื่มเหล้าของเธอไม่ได้”

“นายไม่มีสิทธิ์แตะต้องของของฉัน”

ธีรดาเดินอ้อมเคาน์เตอร์บาร์เข้าไปประชิด เธอเอื้อมมือซ้ายหมายจะกระชากแก้ววิสกี้ออกจากมือเขา

แต่เธอประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของหมาป่าจ่าฝูงต่ำเกินไป

คณุตม์ไม่ได้เบี่ยงแก้วหลบ ทว่าเขากลับใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่คว้าข้อมือของเธอไว้ ออกแรงดึงเพียงกระตุกเดียว ร่างของธีรดาก็ถลำไปข้างหน้า ก่อนที่เขาจะพลิกตัวสลับตำแหน่ง ก้าวต้อนเธอจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อนด้านหลัง

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที

ธีรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่งเมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชายตัวโต

คณุตม์ยืนซ้อนอยู่ด้านหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบ แขนแกร่งข้างหนึ่งของเขายกขึ้นท้าวกับขอบเคาน์เตอร์ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นโคโลญจน์ผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านออกมาระดับเดียวกับปลายจมูกของเธอ

มันเป็นกลิ่นของอันตราย

“นายกำลังทำบ้าอะไร” ธีรดากดเสียงต่ำ พยายามรักษาระดับสายตาให้แข็งกร้าวไม่ยอมแพ้

“เตือนสติเธอไง คุณหนู” คณุตม์ก้มหน้าลงมาใกล้ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่เป็นมิตร “เงินของเธอซื้ออิสรภาพของฉันได้ชั่วคราว ซื้อให้ฉันไปยืนปั้นหน้าโง่ๆ ในงานสังคมได้ แต่เงินของเธอ... สั่งให้ฉันเป็นหมาเชื่องๆ ในบ้านหลังนี้ไม่ได้”

“ถอยออกไป”

“เธอเป็นคนเดินเข้ามาหาฉันเองนะ เทียร์” เขาจงใจเรียกชื่อเล่นของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าทุ้ม “เธอคิดว่าการร่ายกฎยาวเป็นหางว่าว แล้วทำตัววางอำนาจกดหัวคนอื่น มันจะใช้กับฉันได้ผลเหรอ”

ธีรดารู้สึกถึงความเย็นเฉียบของหินอ่อนที่แนบชิดแผ่นหลัง เธอกำลังเสียเปรียบทางกายภาพอย่างชัดเจน ผู้ชายตรงหน้ามีพละกำลังมากกว่าเธอหลายเท่า แค่เขาออกแรงบีบข้อมือ เธอก็สู้ไม่ได้แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป