บทที่ 8 บทที่ 8
รถตู้แล่นผ่านแสงไฟสว่างไสวของถนนยามค่ำคืน ความมืดมิดภายนอกตัดกับความสว่างภายในห้องโดยสาร
ธีรดาละสายตาจากเขา หันไปมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง พยายามปรับจังหวะการหายใจให้กลับมาเป็นปกติ เธอต้องรักษาระยะห่าง ต้องเตือนตัวเองว่านี่คือธุรกิจ ผู้ชายคนนี้คือเชลยที่เธอจ่ายเงินซื้อมาเพื่อใช้งาน
“หันหน้ามานี่หน่อย”
เสียงทุ้มของคณุตม์ดังขึ้นทำลายความเงียบ
ธีรดาหันกลับไปมองเขาด้วยความแปลกใจ
คณุตม์ขยับตัวโน้มเข้ามาหา ลำตัวของเขายื่นข้ามช่องว่างระหว่างเบาะจนระยะห่างลดลง นิ้วชี้เรียวยาวของเขายกขึ้นแตะลงบนปลายคางของตัวเองเบาๆ รอยยิ้มยียวนปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“เช็ดปากซะเทียร์ ลิปสติกเธอมันเลอะคางฉันหมดแล้ว”
บานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนที่ดังสะท้อนในความเงียบ
ธีรดายืนพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตู ปล่อยให้ความมืดมิดภายในห้องโอบล้อมร่างกายที่กำลังสั่นสะท้าน เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว สัมผัสร้อนผ่าวจากจูบที่หน้ากล้องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ราวกับถูกตีตรา มันไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความหวั่นไหวที่อันตราย
อันตรายต่อกำแพงที่เธอสร้างมาทั้งชีวิต
หญิงสาวสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ใบหน้ากวนประสาทของผู้ชายคนนั้นออกไปจากสมอง เธอเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟ แสงสว่างสีขาวสาดส่องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ชุดราตรีสีดำที่เคยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอถูกถอดออก กองทิ้งไว้บนเก้าอี้มุมห้องอย่างไม่ไยดี ธีรดาเปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีเทาหม่น มัดปมเชือกที่เอวแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เธอไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องจูบหลอกเด็กนั่น ปัญหาของจริงกำลังรออยู่ตรงหน้า
นิ้วเรียวสวยแตะลงบนแท็บเล็ตเพื่อเปิดหน้าจอ อีเมลฉบับล่าสุดที่ถูกส่งมาจากเลขาเมย์ถูกเปิดค้างไว้ หัวข้ออีเมลคือสิ่งที่ทำให้เธอต้องรีบกลับเข้าห้องทำงานทันทีที่ก้าวเท้าเข้าเพนต์เฮาส์
‘คุณธามสั่งระงับการอนุมัติงบประมาณส่วนกลางสำหรับโปรเจกต์ Mega Club ค่ะ’
ธีรดาขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปถึงขมับ ธามเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่เธอคิด พี่ชายต่างแม่ของเธอคงโกรธจัดที่ถูกคณุตม์ฉีกหน้ากลางงานกาล่าเมื่อหัวค่ำ หมอนั่นจึงใช้สิทธิ์ในฐานะกรรมการบริหารสั่งอายัดเส้นทางการเงินของโปรเจกต์ที่เธอเป็นคนคุมทั้งหมด โดยอ้างเหตุผลเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใสของสปอนเซอร์อย่างชวิน
มันคือข้ออ้างสกปรกที่ธามใช้เล่นงานเธอมาตลอด
มือที่สั่นน้อยๆ ของธีรดาเลื่อนหน้าจอเพื่อดูไฟล์แนบ มันคือตัวเลขหนี้สินก้อนโตที่ทศพล—พ่อแท้ๆ ของเธอ—แอบนำไปลงทุนผิดพลาดในบริษัทลูก แล้วโยนภาระตัวเลขสีแดงนั้นมาบรรจุไว้ในบัญชีฝ่ายที่ธีรดารับผิดชอบ พ่อตั้งใจสร้างเงื่อนไขที่ไม่มีวันทำได้ เพื่อบีบให้เธอต้องยอมรับเงินทุนจากชวิน และจบลงด้วยการแต่งงานควบรวมกิจการ
ทุกคนในตระกูลมองเธอเป็นแค่เครื่องมือหาเงินและตัวหมากบนกระดานอำนาจ ไม่มีใครเคยมองเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเลยแม้แต่คนเดียว
ธีรดากระชากกระดาษพิมพ์รายงานงบประมาณที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาขยำจนยับยู่ยี่ เธอออกแรงปามันออกไปทางหน้าประตูห้องด้วยความเจ็บใจ ก้อนกระดาษนั้นกระดอนชนขอบถังขยะและร่วงตกลงบนพื้นพรมสีเทา
เธอยกมือขึ้นนวดคลึงขมับทั้งสองข้าง ความปวดหนึบเต้นตุบๆ อยู่เบื้องหลังกระบอกตา อาการแฮงก์จากการดื่มแชมเปญผสมกับความเครียดสะสมทำให้ร่างกายของเธอประท้วงอย่างหนัก ท้องของเธอบิดเกร็ง และลำคอก็แห้งผากจนกลืนน้ำลายแทบไม่ลง
หญิงสาวเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงเพื่อหนีจากตัวเลขบนหน้าจอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กำลังแตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ เธอต้องหาทางดึงงบประมาณส่วนอื่นมาโปะรอยรั่วนี้ให้ได้ก่อนการประชุมบอร์ดบริหารในเช้าวันจันทร์
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ธีรดาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อความกระหายน้ำเอาชนะความเหนื่อยล้า เธอตัดสินใจลุกจากโต๊ะทำงาน เดินลากเท้าตรงไปยังประตูเพื่อออกไปหาน้ำดื่มที่ห้องครัว
ทันทีที่มือแตะลูกบิดประตูและดึงมันเปิดออก ธีรดาก็ต้องชะงักฝีเท้า
ไฟในห้องนั่งเล่นถูกปิดมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโซนเคาน์เตอร์ครัวที่ถูกเปิดทิ้งไว้
คณุตม์ยืนอยู่ตรงนั้น
เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวสีเข้ม ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยสักที่ไหล่ซ้าย แผ่นหลังกว้างของเขากำลังหันหน้าเข้าหาเคาน์เตอร์หินอ่อน มือหนากำลังคนของเหลวบางอย่างในแก้วมัคสีดำด้วยช้อนคันเล็ก เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดังเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ธีรดากำลังจะก้าวเดินผ่านไปโดยไม่ทักทาย เธอไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงกับเขากลางดึก
แต่สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อนใกล้กับมือของเขา
มันคือก้อนกระดาษยับยู่ยี่ที่เธอเพิ่งขยำทิ้งไปเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้มันถูกคลี่ออกและรีดให้เรียบด้วยฝ่ามือของใครบางคน ตัวเลขหนี้สินและบันทึกข้อความที่เธอเขียนระบายความอัดอั้นไว้ตรงขอบกระดาษปรากฏชัดเจนอยู่บนนั้น
ธีรดาเบิกตากว้าง ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
“นายเข้ามาในห้องทำงานฉันงั้นเหรอ”
น้ำเสียงของเธอตวัดขึ้นสูงทันที ความโกรธที่เกิดจากการถูกล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวทำให้เธอสาวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
คณุตม์หยุดมือที่กำลังคนแก้ว เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจที่ถูกจับได้ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แผ่นหลังพิงเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ ท่าทางของเขาสบายๆ ขัดกับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธออย่างสิ้นเชิง
“
ประตูห้องเธอไม่ได้ล็อก”
