บทที่ 1 ผู้ชายคนนั้น
ตอนที่ 1 ผู้ชายคนนั้น
ภายในห้องที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทอดตัวลงบนพื้นไม้
สองร่างเปลือยชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงนอน
“อื้อ...”
ใบหม่อนหญิงสาวเจ้าของร่างระหงครางประท้วงในลำคอ ยามริมฝีปากหนาหยักบดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนลิ้นเล็กของเธอให้ตอบรับอย่างตะกละตะกลาม
ในขณะที่มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกแกร่งออกตามสัญชาตญาณ แต่สิ่งที่ฝ่ามือสัมผัสกลับไม่ใช่เนื้อผ้า หากเป็นเรือนกายกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม แน่นตึงและร้อนผ่าวราวกับไฟ
และตรงกลางแผงอกนั้นเอง... ฝ่ามือของเธอสัมผัสได้ถึงรอยนูนบางอย่าง
ท่ามกลางความมืดสลัวเลือนราง ใบหม่อนปรือตาขึ้นมอง แม้ภาพเบื้องหน้าจะพร่ามัว แต่สิ่งที่เด่นชัดดั่งไฟลุกโชนคือรอยสักรูปหัวหมาป่าขนาดใหญ่แผ่ขยายเต็มอกแกร่ง ดวงตาแดงเพลิงของมันดูดุร้าย... ราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
ส่วนใบหน้าของชายหนุ่มกลับถูกเงามืดซ่อนเร้นไว้ เห็นเพียงโครงหน้าคมคาย คางเรียวได้รูปมีตอหนวดบางๆ สะกิดผิวแก้มเธอจนรู้สึกคันยิบ และดวงตาคู่คมกริบที่เปล่งประกายลึกล้ำดุจสัตว์ป่าไล่ล่าเหยื่อ
“คุณเป็นใคร”
“ผมเป็นของคุณ”สิ้นคำกล่าวนั้น ความแข็งแรงของเขาก็ถูกแทรกเข้ามากลางกายเธอ “อื้อ”
แม้ใบหม่อนจะพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ฟังคำสั่ง มันกลับยินยอมเป็นของเขาอย่างง่ายดาย
ร่างระหงเปลือยเปล่าขยับขึ้นลงเป็นจังหวะตามแรงขยับสะโพกของคนด้านบน ท่อนแข็งแรงของเขาขยับเข้าออกกึ่งกลางกายเธออย่างบ้าคลั่งจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง
“อา...ซี๊ดดด”
เสียงครางกระเส่าของเขา แผงอกแข็งแรงที่ปรากฎรอยสักรูปหมาป่า ทำเธอหลอมละลายไปหมด
เธอไม่ได้อยากยอมเขา แต่ราวกับมีมนต์สะกดบางอย่างที่ทำให้ร่างกายทรยศอ่อนไหวไปตามแรงปรารถนา
“คนดี...ทำไมรัดแน่นขนาดนี้ ซี๊ด…อา”คนตัวโตกระซิบข้างใบหูเธอ ในขณะที่ขยับหมุนควงสะโพกก่อนจะบดตอกอัดกระแทกเธอ ราวกับต้องการตอกตรึงเธอลงไปให้จมลงไปในเตียงเสียให้ได้
“อย่า....” แม้ใบหม่อนจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ร่างกายของเธอกลับแอ่นอกรับสัมผัสนั้นอย่างน่าไม่อาย ยอดดอกบัวคู่สวยที่ชูชันของเธอถูกริมฝีปากร้อนครอบครองครั้งแล้วครั้งเล่า สองก้อนอวบของเธอถูกสองมือหนาของเขานวดเคล้นคลึงอย่างเอาแต่ใจ การขยับโยกอันหยาบโลนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
“คนดี…ขออีกที”
“ไม่เอาแล้ว”เธอตอบเสียงสั่น
แต่คนหน้าด้านยังคงขอ “ได้โปรดเถอะคนดี ให้ผมเอาคุณอีกที”
“ไม่เอาแล้ว!”
เฮือก!
ใบหม่อนนักศึกษาบริหารปีสาม ผุดลุกขึ้นบนเตียงนอนภายในคอนโดของตน หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก ปลายนิ้วสั่น ลมหายใจยังไม่กลับมาเป็นจังหวะ ความรู้สึกจากความฝันเมื่อครู่ยังหลงเหลืออยู่ราวกับเกิดขึ้นจริง
เธอกวาดสายตามองไปรอบด้าน ก่อนสำรวจร่างกาย เสื้อผ้าอยู่ครบ ไม่มีผู้ชายตัวโตปริศนาคนนั้น
ที่แท้ก็ฝัน ทำไมเธอถึงได้ฝันลามกกับผู้ชายมีรอยสักบนหน้าอกอีกแล้ว... เธอจำได้ดี รอยสักหมาป่า ดวงตาของหมาป่าในรอยสักดูดุดัน ผู้ชายคนนั้นคือใคร เธอมองใบหน้าของเขาไม่เคยชัดเลย
ช่วงนี้เธอดูหนังผีบ่อยเกินไปหรือเปล่า...หรือเพราะคิดมาก แต่...ว่ากันว่าถ้าฝันถึงใครซ้ำ ๆ คนคนนั้นอาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็ได้ คงไม่ใช่ผีหรอกนะ...
เมื่อคิดดังนั้น หญิงสาวก็ขนลุกซู่ขึ้นมา....เธอฝันถึงผู้ชายปริศนาคนนั้นมาหลายครั้ง และทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาก็อดรู้สึกผิดต่อไนท์ไม่ได้ เพราะผู้ชายในฝันไม่ใช่แฟนของเธอ
ฝันอะไรก็ไม่ฝัน ดันฝันว่าได้ร่วมรักกับผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนตัวเองอย่างบ้าระห่ำ
ใบหม่อนยกมือกุมหน้าผาก ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ถ้าเป็นผีจริงก็อย่ามายุ่งกับคนมีแฟนสิ มันผิดศีลธรรมนะ"
เธอยกมือขึ้นพนม พลางหลับตาปี๋
"เจ้าประคูณ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย เดี๋ยวจะทำบุญไปให้นะ"
พูดจบก็รีบหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดหวั่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เธอจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก ก่อนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น
ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
ภายในห้องเรียนก่อนเริ่มคาบเช้า นักศึกษาหลายคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างนั่งทบทวนบทเรียน บ้างกำลังแต่งหน้าเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตามปกติ
ไมน่านั่งไขว่ห้างอยู่ข้างใบหม่อน มือหนึ่งถือกระจกพก อีกมือค่อย ๆ ปัดมาสคาร่าลงบนขนตาอย่างตั้งอกตั้งใจ พลางเหลือบตามองเพื่อนสนิทที่วันนี้ดูเหม่อลอยผิดปกติ
“แกหมกมุ่นเรื่องพวกนั้นหรือเปล่าวะ ใบ”
ใบหม่อนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบโบกมือปฏิเสธ สีหน้าพยายามทำเป็นปกติ
“หมกมุ่นอะไรกัน ฉันน่ะสงบสุด ๆ”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ภาพชายปริศนาที่มีรอยสักหมาป่าบนหน้าอกกลับแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง จนเธอเผลอเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่รู้ตัว
ไมน่าหยุดปัดขนตา พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนลดกระจกลงเล็กน้อย
“หรือว่า...จะเป็นดวงวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร?”
คำพูดนั้นทำให้ใบหม่อนเบิกตากว้าง รีบหันมองเพื่อนทันที
“ฉันก็คิดอย่างนั้น”
เธอพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเห็นด้วย สีหน้าจริงจังเสียจนไมน่าพลอยเชื่อตามไปด้วย
ไมน่าลูบแขนตัวเองเบา ๆ ราวกับรู้สึกขนลุก ก่อนลดเสียงลงอย่างลึกลับ“เมื่อคืนยังเป็นวันโกนด้วยนะ”
เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาใบหม่อนกลืนน้ำลายอึก“ไม่แน่นะ บางทีอาจเป็นดวงวิญญาณจริง ๆ แล้วเขาอาจกำลังต้องการส่วนบุญ ถึงได้มาแบบไม่มีหน้าไง”
ใบหม่อนยิ่งฟังก็ยิ่งขนลุก เธอรีบกอดอกตัวเอง พลางหันมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าจะมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง
ไมน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อน ก่อนรีบพูดต่อ“แต่ก็อย่าเพิ่งหลอนเกินไปนะ...หรือว่าเขาจะเป็นเนื้อคู่แก ไนท์แฟนแกมีรอยสักหมาป่าปะ”
เธอเลิกคิ้วถามอย่างมีความหวัง
“เคยถามแล้วไนท์บอกว่าไม่มี”ใบหม่อนส่ายหน้าทันที
ไมน่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาวแล้วสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง“ถ้าอย่างนั้นก็คิดได้อย่างเดียว...ดวงวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร”เธอลูบแขนตัวเองอีกครั้ง
“พูดแล้วขนลุก มาแบบไม่มีหน้า...แม่งน่ากลัวว่ะ”
“ฉันก็ว่างั้น”ใบหม่อนพยักหน้ารัว ๆ จนผมลอนแกว่งไปมา ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนต่างคนต่างรู้สึกขนลุกไปตาม ๆ กัน
เมื่อถึงคาบบ่าย ทั้งคู่ไม่มีเรียนต่อ ใบหม่อนจึงหันไปจับแขนเพื่อนเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไปทำบุญกันเถอะ”ไมน่าพยักหน้ารับทันทีโดยไม่คิดนาน ไม่นานนัก สองสาวก็พากันเรียกแท็กซี่จากหน้ามหาวิทยาลัย มุ่งหน้าไปยังวัดใกล้ ๆ
