บทที่ 7 เกือบไปแล้ว

ตอนที่ 7 เกือบไปแล้ว

หลายวันต่อมา...

เพราะเมื่อคืนใบหม่อนนั่งทำงานพิเศษจนดึก มันเป็นงานที่เธอรับแปลเอกสารต่าง ๆไว้ และมีลูกค้าเร่งงานเข้ามาพอดี จึงทำให้หญิงสาวแทบไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มาหลายวันแล้ว

อันที่จริงแม้ครอบครัวของเธอจะมีฐานะค่อนข้างดี ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแม้แต่น้อย แต่ใบหม่อนก็ยังชอบหางานแปลเอกสารมาทำอยู่บ่อยครั้ง เธอไม่ได้รับงานเพราะต้องการเงินเป็นหลัก เพียงแต่อยากหาประสบการณ์ และถือเป็นการฝึกฝนภาษาไปในตัว เธอเรียนบริหารการตลาดก็จริงแต่เธอก็ชอบภาษาอังกฤษด้วย และแม้ทุกวันนี้จะมีเอไอเข้ามาช่วยในการแปลภาษา แต่ก็ยังต้องเกลาสำนวนอยู่ดี คนบางกลุ่มจึงเลือกจ้างเธอต่อ

แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้เธอจะประเมินกำลังของตัวเองสูงเกินไปหน่อยถึงได้รับงานไม่ดูกำลังตัวเอง

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากหาวเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ ดวงตากลมโตที่ปกติสดใสกลับดูปรือและมีรอยคล้ำจาง ๆ อยู่ใต้ตา ใบหน้าขาวนวลดูซีดเซียวกว่าทุกวันจนแม้แต่เพื่อนในห้องยังเอ่ยทัก แต่เธอก็เพียงหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วตอบว่าไม่เป็นอะไร

วันนี้ไมน่าหยุดเรียนเพราะมีธุระกับครอบครัว ใบหม่อนจึงไม่ได้เดินเอ้อระเหยหรือแวะร้านขนมเหมือนอย่างเคย หลังเลิกเรียนเธอเก็บหนังสือใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง

ในศีรษะของเธอมีเพียงความคิดเดียว

กลับถึงคอนโดเมื่อไร เธอจะอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที ต่อให้มีลูกค้าทักมาเร่งงานอีก เธอก็จะปิดเสียงโทรศัพท์และแกล้งทำเป็นไม่เห็นสักคืน

ใบหม่อนไม่คิดจะขับรถส่วนตัว แม้มารดาของเธอจะเคยเสนอว่าจะซื้อรถคันเล็ก ๆ ให้ใช้สักคัน แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธทันทีอย่างไม่เสียดาย

ในความคิดของเธอ คอนโดอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก เพียงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วนั่งไม่กี่สถานีก็ถึง หากต้องขับรถเองก็ต้องเสียเวลาหาที่จอด ทั้งยังต้องทนอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยรถติดอีกต่างหาก

เธอจึงเลือกใช้รถไฟฟ้ามาตลอด แม้บางครั้งจะต้องเดินไกลสักหน่อยก็ตาม

ใบหม่อนเดินไปตามทางเท้าหน้ามหาวิทยาลัยด้วยฝีเท้าที่ช้ากว่าปกติ มือข้างหนึ่งจับสายกระเป๋าสะพายไว้หลวม ๆ ส่วนอีกข้างยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ อากาศในช่วงเย็นค่อนข้างร้อนอบอ้าว แสงแดดที่ยังไม่ลับขอบฟ้าทำให้เธอรู้สึกมึนศีรษะมากกว่าเดิม

หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ เมื่อภาพเบื้องหน้าคล้ายจะพร่าเลือน เธอหยุดยืนอยู่ตรงขอบทางชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกและพยายามตั้งสติ

“ไม่น่ารับงานซ้อนกันเลย…”

ใบหม่อนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินต่อโดยไม่ทันสังเกตว่าร่างกายของตนเริ่มโอนเอนไปเล็กน้อย

ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

ปี๊น!

เสียงแตรที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้ง เธอหันไปมองตามเสียงอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตากลับเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามา เพราะเธอเผลอก้าวล้ำออกไปบนถนนโดยไม่รู้ตัว

สมองของใบหม่อนขาวโพลน ร่างทั้งร่างแข็งค้างจนไม่สามารถขยับหลบได้ทัน

หวืด!

ก่อนที่รถคันนั้นจะเฉี่ยวตัวเธอไปเพียงเสี้ยววินาที ลำแขนแกร่งของใครบางคนก็ตวัดรอบเอวเธออย่างรวดเร็ว หมับ!

ร่างระหงถูกดึงให้ถอยกลับเข้ามาชิดกับแผงอกกว้าง

ของใครบางคน

รถจักรยานยนต์แล่นผ่านหน้าไปพร้อมกับเสียงสบถของคนขับ ใบหม่อนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจ ร่างของเธอยังคงอยู่ในอ้อมแขนของคนที่ช่วยเอาไว้แน่น

กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคยลอยเข้ามาแตะปลายจมูก

ใบหม่อนเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะพบใบหน้าหล่อเหลาของบอสอยู่ใกล้จนมองเห็นความกังวลในดวงตาคมชัดเจน

คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น สีหน้าที่มักมีรอยยิ้มกวน ๆ กลับเคร่งเครียดอย่างที่เธอไม่ค่อยได้เห็น มือข้างหนึ่งยังคงจับต้นแขนเธอเอาไว้ราวกับกลัวว่าหญิงสาวจะทรุดลงไปอีก

“บอส…มาได้ไง”

ใบหม่อนพึมพำเสียงเบา น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนแรงเธอกะพริบตาช้า ๆ อยู่หลายครั้ง รู้สึกว่าศีรษะยังคงหมุนเล็กน้อย

เธอคงนอนน้อยติดต่อกันหลายวันเกินไปจริง ๆ ถึงได้เป็นหนักขนาดนี้

บอสมองสำรวจใบหน้าของเธอตั้งแต่หน้าผากลงมาถึงริมฝีปาก ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นแตะต้นแขนเธอเบา ๆ สีหน้าเขาไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย

“เดินยังไงของเธอ เกือบโดนชนแล้วรู้ไหม”

น้ำเสียงของเขาเข้มกว่าปกติเล็กน้อย แต่แทนที่ใบหม่อนจะรู้สึกหงุดหงิด เธอกลับสัมผัสได้ว่าภายใต้คำตำหนินั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก พลางก้มหน้าลงเล็กน้อยราวกับเด็กที่เพิ่งทำผิด

“เรามึนนิดหน่อย”

บอสขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขายกมือแตะหลังมือของเธอ ก่อนจะเอียงหน้ามองอย่างพิจารณา

“หน้าดูซีดมากเลยนะ”

ใบหม่อนพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มที่ปรากฏกลับดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวขึ้นรถไฟฟ้ากลับไปนอนก็ดีขึ้นเอง”

“สภาพนี้จะให้ไปเบียดคนบนรถไฟฟ้าเนี่ยนะ”

เขาถามเสียงเรียบ ดวงตาคมกวาดมองหญิงสาวที่ยืนเซเล็กน้อย แล้วถอนหายใจออกมาราวกับไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

“ให้เราไปส่งเถอะ”

หากเป็นวันอื่น ใบหม่อนคงรีบปฏิเสธแล้วเถียงกับเขาสักสองสามประโยค แต่วันนี้เธอกลับไม่มีแรงแม้แต่จะยืนให้มั่นคง หญิงสาวจึงพยักหน้าอย่างว่าง่ายจนบอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

“ว่าง่ายผิดปกตินะ”

“ถ้ายังแซว เราจะเปลี่ยนใจแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป