บทที่ 9 มาง้อ
ตอนที่ 9 มาง้อ
ใบหม่อนก้าวออกจากอาคารเรียนด้วยท่าทีอ่อนล้า หลังเรียนคาบบ่ายติดต่อกันหลายชั่วโมง เธอโบกมือลาไมน่าที่เดินแยกไปอีกทาง ก่อนสะพายกระเป๋าผ้าไว้บนบ่าแล้วมุ่งหน้าไปยังประตูรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนทุกวัน
แต่ทันทีที่เธอเดินใกล้ถึงประตูรั้ว ร่างสูงคุ้นตาที่พิงเสาอยู่ก็ทำให้ฝีเท้าของเธอชะงักลงโดยอัตโนมัติ
ไนท์...ชายหนุ่มยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับตั้งใจดักเธอโดยเฉพาะ
เมื่อเห็นใบหม่อน เขารีบยืดตัวตรง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังค่อย ๆ ผุดขึ้นมา
“ใบ...พี่มาง้อ”
วันนี้ไนท์สวมเสื้อช็อปสีแดง เขาไม่ได้ใส่เสื้อยืดด้านในดังเช่นทุกครั้ง และยังปลดกระดุมลงหลายเม็ดคล้ายจงใจ เผยให้เห็นรอยสักหมาป่าครึ่งหัวตรงหน้าอกที่โผล่พ้นขอบเสื้อออกมา
ใบหม่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมทอดมองรอยสักนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่มีรอยสักนี่ตั้งแต่เมื่อไร”
ไนท์ยิ้มกว้างขึ้น สีหน้าดูมีความหวังทันทีที่เห็นเธอสนใจ
“พี่เพิ่งไปสักมา...เพื่อใบเลยนะ”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว
ใบหม่อนยืนนิ่ง ปล่อยให้สายตาพิจารณาใบหน้าคมเข้มของเขา ระยะห่างเพียงสองเมตรกลับให้ความรู้สึกไกลเหลือเกิน
ครั้งหนึ่ง...เธอเคยถามเขาเรื่องรอยสักหมาป่า เคยเฝ้าคาดหวังว่าผู้ชายในความฝันที่ปรากฏในฝันซ้ำ ๆ จะเป็นไนท์
ตอนนั้นแค่คิดว่าเขาอาจมีรอยสัก เธอก็ยังแอบตื่นเต้น
แต่วันนี้...เมื่อรอยสักนั้นปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอจริง ๆ หัวใจกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกหวั่นไหวอะไรเลย
ใบหม่อนยอมรับกับตัวเองว่าเธอเป็นคนฝังใจ ภาพวันที่เธอเปิดประตูห้องคอนโดแล้วเห็นไนท์กำลังร่วมรักกับผู้หญิงอีกคน ยังคงติดตาอย่างแจ่มชัด
ความทรงจำเพียงฉากเดียว...กลับลบเลือนความรู้สึกดี ๆ ตลอดสี่เดือนและก่อนหน้านั้นจนหมด
ต่อให้วันนี้ไนท์จะเป็นผู้ชายในฝันจริง ๆเธอก็ไม่คิดย้อนกลับไปแล้ว
แต่ดูเหมือนไนท์จะเข้าใจผิด เขาคิดว่าเธอหลงใหลเพียงรูปลักษณ์ภายนอก คิดว่ารอยสักหมาป่าจะทำให้เธอใจอ่อนหรือไง
ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาคาดหวัง ราวกับกำลังรอฟังคำชม
ใบหม่อนถอนหายใจเบา ๆ มุมปากยกยิ้มเพียงนิด
“รอยสักก็ดูเท่ดีนะ...เอาไว้หว่านเสน่ห์ใส่สาวอื่นเถอะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าไนท์ค่อย ๆ แข็งค้าง ดวงตาไหววูบด้วยความผิดหวัง เขาเม้มริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจลึกคล้ายพยายามข่มอารมณ์“ใบ...พี่นอกใจใบแค่ครั้งเดียว ให้อภัยไม่ได้เลยเหรอ”
น้ำเสียงของเขาหนักขึ้น ความอดทนเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ใบหม่อนนิ่งเงียบ เธอทอดสายตามองผู้ชายตรงหน้าอย่างเรียบเฉย ก่อนหลุบตาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังทบทวนคำตอบในใจ
ความจริง...ต่อให้วันนี้ไม่มีบอสเข้ามาในชีวิต เธอก็ไม่คิดกลับไปหาไนท์ เพราะความไว้ใจที่แตกสลายแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่จะซ่อมได้ด้วยคำว่าขอโทษ อีกอย่างเธอไม่คิดว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ
หญิงสาวสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น ในเมื่อไนท์ไม่ยอมเลิกรา...เธอก็คงต้องใช้ไม้ตาย
“เผื่อพี่จะยังไม่รู้...ฉันคบกับบอสแล้ว”คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้ไนท์เบิกตากว้าง
“บอสเหรอ? ไอ้ผู้ชายเถื่อนคนนั้นอะนะ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างแรง
“ใช่”ใบหม่อนตอบเพียงคำเดียว พลางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย สีหน้านิ่งสนิท ไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย
ไนท์หัวเราะหยันออกมา“ผู้ชายคนนั้นมีอะไรดีกว่าพี่ มันเจ้าชู้จะตาย แถมอยู่ในแก๊งหมาบ้า มีเรื่องชกต่อยทุกวัน ไม่รู้มันแอ้มผู้หญิงมากี่คนแล้ว”
เขาส่ายหน้าแรง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับพยายามลดคุณค่าของอีกฝ่ายเพื่อให้ตัวเองดูดีกว่า
ใบหม่อนค่อย ๆ ยกแขนขึ้นกอดอก สีหน้าสงบนิ่งจนแทบอ่านไม่ออก แต่แววตากลับเย็นเฉียบ
“ฉันจะคบใคร...มันเรื่องของฉัน อีกอย่าง ฉันแนะนำให้พี่เลิกวุ่นวายกับฉันเถอะ”สายตาที่เธอมองเขาไร้ทั้งความโกรธและความรักว่างเปล่าเสียจนไนท์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ
ใบหม่อนเริ่มคิดว่าคงต้องทำให้เขากลัวจริง ๆถึงแม้ตอนนี้เธอกับบอสจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการ
แต่ในเมื่อเขากำลังจีบเธออยู่...ขอยืมชื่อเสียงอันตรายของเขามาใช้สักครั้งก็แล้วกัน หญิงสาวแสร้งเหลือบมองซ้ายขวา สีหน้าดูหวาดระแวงขึ้นเล็กน้อย ก่อนลดเสียงลงเหมือนกำลังเตือนด้วยความหวังดี
“อย่างที่พี่รู้...บอสเขาเก่งเรื่องหาเรื่องชกต่อย”เธอเว้นจังหวะ พลางเม้มริมฝีปากคล้ายลังเล“ถ้าพี่ยังมาวุ่นวายกับฉันแบบนี้ บอสหึงขึ้นมา แล้วพาเพื่อนไปรุมพี่...จะเจ็บตัวเอานะ”เธอหันมองด้านหลังตัวเองอีกครั้ง ก่อนทำเหมือนกังวลจริง ๆ
“อีกอย่าง บอสขี้หึงมาก ขนาดเพิ่งคบกัน เขายังชอบมาหาฉันอยู่เรื่อย ๆ”เธอแสร้งกลืนน้ำลายเบา ๆ“นี่ก็ไม่รู้ว่าอยู่แถวนี้หรือเปล่า...”
ไนท์หัวเราะออกมาเสียงหยัน“ฮึ...คิดว่าพี่จะเชื่อเหรอใบ”
เขาส่ายหน้าช้า ๆ มุมปากยกยิ้มอย่างคนจับโกหกได้“ใบไม่มีทางคบกับคนแบบมันหรอก”เขาชี้นิ้วมาทางเธอ“พี่รู้ว่าใบแค่อ้างมันให้พี่กลัว แต่ขอโทษที...พี่ไม่โง่”เขาหัวเราะในลำคอ
ใบหม่อนเม้มริมฝีปากแน่น ในใจแอบสบถเบา ๆ
ให้ตายสิ...วันนี้บอสดันหยุดเรียนเพราะไปช่วยงานที่บ้านเสียด้วย
ถ้าเขาอยู่มหาวิทยาลัยตอนนี้ เธอคงควงแขนโชว์ให้ไนท์เลิกหวังไปแล้ว หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนหมุนตัวอย่างไม่อยากเสียเวลา
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่ ไม่เสียเวลาคุยแล้ว”เธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว
หมับ!
แรงกระชากที่ข้อมือทำให้ร่างบางเซถอยกลับ นิ้วมือของไนท์กำข้อมือเธอแน่นจนรู้สึกเจ็บ ใบหม่อน เบิกตากว้าง สีหน้าตกใจ ก่อนขมวดคิ้วทันที “ปล่อยนะเว้ย!”
เธอพยายามสะบัดมือเต็มแรง ไหล่เกร็ง ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาฉายทั้งความโมโหและรังเกียจ
แต่ไนท์กลับยิ่งกำแน่นกว่าเดิม กรามของเขาขบเข้าหากัน สีหน้าดื้อดึง ราวกับไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินจากไปอีกครั้ง
หัวใจของใบหม่อนเริ่มเต้นแรง ความหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมา เธอสูดหายใจถี่ พยายามดึงข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่แรงของผู้ชายกลับมากเกินกว่าจะสู้ได้
ทันใดนั้น...เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังแทรกขึ้นอย่างเฉียบขาด
“ปล่อยใบหม่อนนะเว้ย!”
