บทที่ 6คำพูดของคุณไม่มีคำไหนจริงสักคำ
แต่พอเดินออกไปได้ไม่ทันไร ก็เกิดอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง เธอรู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้ทันที
อาการนี้เกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินที่เธอกินไปโดยไม่ดื่มน้ำตามเข้าไป เธอรีบร้อนอยากจะหาน้ำสักแก้ว เพื่อดื่มกลืนเม็ดยาลงไป
แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีคนยื่นขวดน้ำมาให้ตรงหน้าของเธอ
คิมเบอร์ลี่เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าคือพิมพ์พรรณแม่ของเธอเอง พิมพ์พรรณจ้องเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ “ลูกนี่ชอบทำอะไรเกินตัวจริง ๆ ยาทุกชนิดควรกินพร้อมกับน้ำ ห้ามกลืนไปทั้งอย่างนั้นเด็ดขาด! บอกแม่มาสิลูก แม่จะได้ช่วยหาทางออกให้?”
“งั้นช่วยไม่ต้องพูดอะไรเลยดีกว่าค่ะ”
คิมเบอร์ลี่เปิดขวดน้ำแร่แล้วดื่มไปครึ่งขวด ความรู้สึกคลื่นไส้ถึงได้บรรเทาลงไปบ้าง
พิมพ์พรรณพูดอย่างขมขื่นว่า “แม่ใช้ความพยายามไปตั้งมากมาย อ้อนวอนคุณอัทธ์ให้พาลูกเข้ามาอยู่ในตระกูลกุลจันทร์ ที่แม่ทำไปทั้งหมด ก็เพื่อให้ลูกได้อาศัยบารมีของตระกูลกุลจันทร์ มีที่อยู่ดี ๆ สักหลังไม่ใช่เหรอ?”
ตอนนี้พอเป็นแบบนี้แล้ว คุณชายบ้านรวยคนไหนจะมาสนใจลูกที่ไม่ได้บริสุทธิ์แล้วล่ะ?
เธอเริ่มจะหมดความอดทน “แม่คะ ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยพึ่งพาแต่ผู้ชายเหมือนแม่อีกแล้ว พรุ่งนี้เช้าหนูจะออกจากตระกูลกุลจันทร์ ถ้าแม่คิดถึงหนู เราค่อยมาเจอกันข้างนอกนะคะ”
“ลูก!”
พิมพ์พรรณไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคิมเบอร์ลี่จะมีท่าทีเช่นนี้ เธอรู้สึกเจ็บใจที่ลูกไม่เป็นไปตามที่หวัง “ถ้าลูกออกจากตระกูลกุลจันทร์ไป ใครจะรู้จักลูก?”
“แล้วถ้าหนูอยู่ในตระกูลกุลจันทร์ หนูเป็นใครล่ะคะ? เป็นแค่ส่วนเกินที่คุณหญิงของตระกูลกุลจันทร์พาเข้ามา หรือเป็นผู้หญิงไร้ยางอายที่วางแผนปีนขึ้นเตียงคุณอาของตัวเอง?”
คิมเบอร์ลี่หัวเราะเยาะหยัน
ตระกูลกุลจันทร์ไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ ยังสู้สุนัขตัวใหญ่สีดำที่คุณปู่เลี้ยงไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ส่วนข้างนอกน่ะเหรอ?
ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ มีใครบ้างที่ไม่ด่าว่าเธอเป็นตัวถ่วง เป็นลูกเมียน้อยที่เกิดมาจากแม่ที่เป็นชู้?
ในเมื่อได้โอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง คำด่าทอพวกนี้เธอไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ภายใต้สายตาดูถูกดูแคลนของคนอื่นอีกต่อไป เธอจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และต้องใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิมด้วย!
พิมพ์พรรณถูกตอกกลับจนพูดไม่ออก
คิมเบอร์ลี่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ และหันหลังกลับเข้าห้องไป
พิมพ์พรรณรู้สึกจนปัญญา
ขณะที่เธอกำลังจะเดินตามเข้าไป มือหนึ่งก็เอื้อมมาคว้ารั้งเธอไว้ พิมพ์พรรณหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นอัทธ์สามีของเธอเอง อัทธ์ส่ายหน้าให้เธอเป็นสัญญาณ “ปล่อยให้แกใจเย็นลงหน่อย ให้เวลาแกจัดการกับอารมณ์ตัวเองก่อน”
“คุณอัทธ์คะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...” พิมพ์พรรณโผเข้ากอดอัทธ์
อัทธ์ตบไหล่เธอเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้มันจบไปแล้วไม่ใช่เหรอ? รอให้อารมณ์ของคิมดีขึ้นก่อน เดี๋ยวผมจะแนะนำคู่ให้เธอสักสองสามคน”
“ในสังคมสมัยนี้ เรื่องที่คุณเป็นห่วงมันไม่มีอยู่จริงหรอกน่า”
ไม่ไกลจากด้านหลังของพวกเขานัก คือเร็กซ์
เมื่อเร็กซ์ได้ยินเช่นแบบนั้น สีหน้าของเร็กซ์ก็หม่นลง ดวงตาสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและก้าวร้าวอย่ามาก
เช้าตรู่ของอีกวัน คิมเบอร์ลี่ก็เก็บข้าวของและออกจากตระกูลกุลจันทร์
เรือนเก่าของตระกูลกุลจันทร์ตั้งอยู่บนดอยช้างในกรุงเทพมหานคร
ที่นี่เป็นเขตที่พักส่วนบุคคล รถจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน
เธอเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันหนึ่งคัน รถกำลังรอเธออยู่ที่ตีนเขา
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะลงจากเขา รถมายบัคสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดตรงหน้าเธอ
ป้ายทะเบียนที่ลงท้ายด้วยเลข กท 7307...
นี่คือรถของเร็กซ์
คิมเบอร์ลี่ไม่ได้ใส่ใจ ลากกระเป๋าเดินทางแล้วเดินต่อไป
แต่แล้วก็มีเสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง “คุณคิมครับ คุณเร็กซ์เรียกให้คุณขึ้นรถครับ”
คิมเบอร์ลี่ไม่ได้พูดอะไร ในหัวของเธอปรากฏภาพของเร็กซ์ที่นั่งอยู่เบาะหลัง ริมฝีปากบางเม้มแน่น ร่างกายทั้งร่างราวกับถูกห่อหุ้มไปด้วยรังสีอำมหิต
เร็กซ์ไม่ชอบให้ใครขัดใจเขา
แต่นี่ไม่ใช่ชาติที่แล้ว
เธอไม่ใช่คิมเบอร์ลี่คนที่จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจเขาอีกต่อไปแล้ว!
“ยาคุมหนูก็กินแล้ว ท่าทีหนูก็แสดงออกแล้ว คุณอาเร็กซ์ ต้องให้หนูตายก่อนใช่ไหมคะ ถึงจะพอใจ?”
คิมเบอร์ลี่หันไปจ้องมองรถมายบัคสีดำคันนี้
“คุณคิมครับ การที่คุณพูดกับคุณเร็กซ์แบบนี้ การกระทำแบบนี้เหมือนจะไม่ให้เกียรติคุณเร็กซ์ ทั้งที่เขาปฏิบัติต่อคุณอย่างดี ถ้าคุณยังดึงดันที่จะไม่ขึ้นรถ...”
โฮปผู้ช่วยของเขาไม่ได้พูดจนจบประโยค แต่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับไว้
แต่รอยยิ้มที่ยิ้มแต่หน้าแต่ตาไม่ยิ้มแบบนี้ทำให้คิมเบอร์ลี่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
วิธีการของเร็กซ์ เธอเคยได้เห็นมากับตาแล้ว
ในฐานะผู้ช่วยมือทองข้างกายเขา ไม่ต้องพูดถึงวิธีการของโฮปเลย
เธอไม่อยากถูกเร็กซ์จัดการตั้งแต่เริ่มเกม เธอยอมอ่อนข้อในที่สุด กระเป๋าเดินทางของเธอถูกโฮปโยนเข้าไปเก็บไว้ในกระโปรงหลังรถ เธอเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง
เร็กซ์นั่งอยู่บนเบาะหลัง เขาอยู่ในชุดสูทสีดำ ร่างทั้งร่างพิงพนักเก้าอี้ ขาไขว่กัน ใบหน้าที่เคร่งขรึมนั้น ทำให้ทั้งตัวเขาดูราวกับเป็นราชาผู้หยิ่งผยองและมองทุกสิ่งอย่างเหยียดหยัน
ดวงตาสีนิลของเร็กซ์มองมา “แต่เช้าตรู่แบบนี้ เธอกำลังกุเรื่องอะไรขึ้นมา?”
น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนทำให้คนฟังหนาวสะท้าน
คิมเบอร์ลี่เม้มริมฝีปาก แล้วพูดช้า ๆ “ถ้าคุณอาเร็กซ์ไม่ได้หมายความอย่างที่หนูคิด แล้วคุณอาเร็กซ์หมายความว่ายังไงคะ?”
เธอแอบจิกฝ่ามือตัวเองเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเร็กซ์
สีหน้าของเร็กซ์เย็นชาและเคร่งขรึม ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดทื่อ ๆ
อาเร็กซ์เป็นคนที่อันตราย เย็นชา และไร้ความปรานี
อาเร็กซ์ยังไม่ทันได้พูดอะไร โทรศัพท์มือถือของคิมเบอร์ลี่ก็ดังขึ้น
เป็นสายจากอัทธ์
เมื่อนึกถึงว่าแม่ของเธอยังต้องพึ่งพาอัทธ์เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลกุลจันทร์ เธอก็ยังคงรับสายนั้นอยู่
“ลุงอัทธ์คะ”
เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยของอาเร็กซ์ที่อยู่ข้าง ๆ
“คิม เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ จะไปไหนทำไมไม่บอกแม่สักคำ รู้ไหมว่าแม่เขาเป็นห่วงแค่ไหน?”
เสียงร้องไห้ของแม่ดังออกมาจากโทรศัพท์ “คิม อย่าทำแบบนี้เลยลูก ลูกจะไปไหน?”
“หนูจะไปหางานทำค่ะ ที่มีที่พักกับอาหารให้”
สรุปคือ ตราบใดที่ไม่ขี้เกียจ ก็ไม่อดตาย
ถ้ำเสือทะเลมังกรอย่างตระกูลกุลจันทร์ เธอไม่อยากอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว
“เธอออกไปเองจะไปหางานอะไรได้? เธอ...” พิมพ์พรรณเปลี่ยนน้ำเสียงทันที “ก็ได้ งั้นเธออกไปอยู่ข้างนอกสักสองสามวันก็ดีเหมือนกัน ถึงตอนนั้นพอกลับมา ลุงของเธอจะจัดหาคู่ครองดี ๆ ให้ กลับมาเจอกับอีกฝ่ายดู ผู้หญิงยังไงก็ต้องแต่งงาน แต่งกับคนที่รู้จักหัวนอนปลายเท้า ย่อมดีกว่าคนที่เธอหาเองแล้วต้องมาลำบาก”
คำสั่งสอนเหล่านี้ คิมเบอร์ลี่ไม่อยากฟังเลยสักนิด “รถที่เรียกมาถึงแล้วค่ะ หนูขอตัวไปขึ้นรถก่อนนะคะ”
มุมปากของเร็กซ์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “เรียกรถผ่านแอป?”
“คิมเบอร์ลี่ เรื่องโกหกของเธอนี่มันพูดออกมาได้ง่าย ๆ เลยนะ ดูท่าว่าคำพูดของเธอ คงไม่มีประโยคไหนเป็นความจริงเลยสินะ”
เธอพูดไปหลายอย่าง ตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าได้เกิดใหม่ ก็พยายามแก้ต่างให้ตัวเองตลอดเวลา คิดจะสร้างระยะห่างระหว่างเธอกับอาเร็กซ์
ก่อนที่จะเกิดใหม่ เธอก็เคยพูดจาโง่ ๆ ว่าชอบเร็กซ์เหมือนกัน
เพราะเร็กซ์เคยปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพเจ้าในตอนที่เธอตกอับที่สุดและถูกรังแก ตั้งแต่นั้นมา เธอก็จดจำใบหน้าและแววตาของเขาไว้ เก็บเขาไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ
เพียงแต่ความเย็นชาของเขาในชาติที่แล้ว รวมถึงการตายอย่างน่าสลดของลูกสาว ทำให้บางสิ่งบางอย่างต้องถูกลบล้างไป
ถึงแม้จะกลัวเขา
คิมเบอร์ลี่กำฝ่ามือแน่นแล้วพูดเสียงเบา “คุณเร็กซ์คะ ท่านสูงส่งขนาดนั้นจะมาใส่ใจคำพูดของหนูทำไมกันคะ อีกอย่าง ยาคุมหนูก็กินต่อหน้าท่านไปแล้ว”
เธอนั่งอยู่ข้าง ๆ ยืดตัวเชิด
เร็กซ์ขมวดคิ้ว “คุณเร็กซ์?”
ในชั่วพริบตา คิมเบอร์ลี่ก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ไร้ที่สิ้นสุดเข้าห่อหุ้มตัวเธอ ราวกับว่าเธอถูกโยนเข้าไปในห้องใต้ดินน้ำแข็งหมื่นปี
