บทที่ 9 ตอนที่ 9 บิกินี่ของญาณิน
ตอนที่ 9 บิกินี่ของญาณิน
วันนี้ฐากูรรับหน้าที่ขับรถเอง โดยมีภรรยานั่งขนาบข้าง และลูกสาวอยู่คอนโซลหลังรถ ซึ่งหลับตลอดเส้นทาง
การเดินทางจากบ้านมาทะเลกินเวลาสี่ชั่วโมงเต็ม โชคดีที่ออกเดินทางแต่เช้ามืดเลยมาถึงจุดหมายในช่วงสาย แสงแดดที่ส่องลงมาไม่แรงนัก จึงแวะหาของกินและของใช้ที่ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ซึ่งมีไว้รองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
เช็กอินเวลาเที่ยงตรง พนักงานเดินนำไปทางรีสอร์ทที่มีความเป็นส่วนตัว บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา เพราะมีสระว่ายน้ำส่วนตัว อีกทั้งเดินอีกไม่กี่ก้าวก็เป็นหาดส่วนตัว มีเพียงผู้เช่ารีสอร์ทเท่านั้นที่จะเข้ามายังบริเวณนี้ได้
“มาเที่ยวก็ไม่ดูลูก เอาเวลามานั่งกดโทรศัพท์ ทำอะไรนักหนา แอบคุยกับชู้หรือไง” ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทางด้านหลัง สายตาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือขาว ก็เห็นว่าญาณินคุยกับติณณภพอีกแล้ว
ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรกันนักหนา พักนี้ถึงได้คุยกันทั้งวัน คุยกันมากกว่าคนเป็นสามีแบบเขาเสียอีก
“แค่ให้พี่ติณเขาช่วยหางานให้น่ะ ต้องให้บอกกี่ครั้งว่าณินกับพี่ติณไม่ได้เป็นอะไรกัน” หากให้ญาณินพูดตามตรงก็ต้องบอกว่ายังทำใจไม่ได้ เรื่องที่ต้องอดเล่นเปียโนไปตลอดชีวิต ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ แต่มันก็ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าการที่ได้เห็นลูกสาวอยู่รอดปลอดภัย
เรื่องอื่นเขาทำใจได้อยู่แล้ว
“เงินที่ฉันให้ไปมันไม่พอใช้หรือไง ถึงต้องเที่ยวไปหางานอื่นทำ” ฐากูรอดกระแนะกระแหนภรรยาแสนชังไม่ได้ เพราะเงินที่ให้ภรรยาในแต่ละเดือนไม่น้อยเลย
ญาณินกำลังเรียกร้องความสนใจจากเขาชัด ๆ ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ผล แต่ทำไมถึงยังอยากทำ
“ก็คุณฐาบอกเองนี่ครับ ว่าณินอยู่ไปวัน ๆ เทียบคุณโรสสุดที่รักของคุณไม่ได้สักนิด ณินก็เลยอยากทำตัวให้มีประโยชน์บ้าง ดีกว่าวิ่งตามผัวไปวัน ๆ”
ที่สามีพูดจาแดกดันมาแต่ละคำ เขายังจำได้ดีไม่มีทางลืม
หากเป็นเมื่อก่อนคงได้เดินเข้าไปหาเรื่องโรสเพื่อระบายอารมณ์ที่ทำให้เขาถูกฐากูรด่าไปแล้ว ทว่าตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว
หากยัยโรสดีขนาดนั้น เขาก็จะยอมเปิดทางให้ฐากูรได้รักชอบกับคนที่อยู่ในใจ ก็เหมาะสมกันดีเหมือนผีเน่ากับโลงผุ
ฐากูรหลงรักโรสจนหน้ามืดตามัว เห็นดำเป็นขาวก็ตามใจ ตัวเขาขอแค่ลูกสาวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ส่วนแม่ผัวที่เขารักเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ญาณินก็จะทำอย่างที่รับปากเอาไว้ เขาจะทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ผิดหวังกับการกระทำของตัวเองในวันข้างหน้าเฉกเช่นที่ผ่านมา
“เธอกำลังประชดฉันอยู่นะณิน เลิกทำตัวเหมือนเด็กสักที”
“ณินไม่ได้ประชด”
“ก็ที่ทำอยู่เขาเรียกว่าประชด คนอย่างเธอเรียนจบสาขาดนตรี แล้วจะไปทำอย่างอื่นได้เหรอ คิดว่าเขาจะรับเข้าทำงานหรือไง”
“คุณฐากำลังดูถูกณินอยู่นะครับ” ร่างเล็กพูดเสียงแข็งพอ ๆ กับดวงตา สองเท้าสืบเข้ามาใกล้ร่างสูงใหญ่มากขึ้น ดูเหมือนฐากูรจะรู้สึกตัวว่าตนพลั้งปากพูดแรง ๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้อยากจะสื่อออกไปแบบนั้น
ความจริงฐากูรแค่ต้องการจะบอกว่าสาขาที่ญาณินเรียนมานั้นหางานยาก จากที่เห็นว่าเมื่อก่อนตั้งใจจะเปิดโรงเรียนสอน ทว่ามาประสบอุบัติเหตุจนมือไม่สามารถเล่นเปียโนและเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้อีกเสียก่อน
“ฉัน... เอ่อ คือ...” คำขอโทษมันพูดยากจนคนที่ยังมีทิฐิในใจกลืนลงท้องไป “แล้วที่พูดไม่จริงหรือไง มาเที่ยวแทนที่จะเอาเวลาไปดูลูก แต่มาคุยอะไรที่มันไร้สาระ”
ญาณินผ่อนลมหายใจ พยายามอย่างมากที่จะไม่สติหลุดเหมือนที่ผ่านมา เพราะผลลัพธ์ก็มีให้เห็นอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ปรับอารมณ์ให้ใจเย็นลง “คุณก็เอาแต่ว่าคนอื่น ทีโทรศัพท์ของคุณล่ะครับ สายเรียกเข้าดังถี่จนสายเกือบไหม้ ตอบสุดที่รักของคุณฐาไปหรือยังล่ะครับว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน ถ้ายัยโรสไม่ได้เห็นหน้าคุณเดี๋ยวใจจะขาดตายเอาหรอก อีกอย่างนะครับ ลูกหลับยังไม่ตื่น คุณไม่ได้แหกตาดูหรือไง คุณจะให้ณินไปปลุกเหรอ ประสาทขึ้นทุกวันรู้ตัวหรือเปล่า” พ่นเสียงแข็งออกไปเป็นชุด จนชายวัยสามสิบฟังแทบไม่ทัน
“เธอแอบเช็กมือถือของฉันอีกแล้วใช่ไหม ถึงได้รู้ว่าโรสทักมา”
คนเป็นภรรยาหัวเราะเยาะในลำคอคล้ายระอา “แหม... ดังถี่ขนาดนี้มันขึ้นแจ้งเตือน ตาก็เผลอไปอ่านพอดี ยัยโรสอะไรนั่นรายงานทุกความเคลื่นไหว กินข้าวก็ส่งรูปมา ขับรถก็ทักมาบอก ถามจริง ตอนอึได้ถ่ายรูปให้ดูด้วยปะ คิก คิก”
“ตลกมากหรือไง” คนเป็นสามีเริ่มมีอารมณ์กรุ่นโกรธ
“มาก... แต่คุณไม่ต้องห่วงนะครับ ต่อไปนี้เชิญพวกคุณจีบกันได้ตามสบายเลย ณินจะไม่ไปเป็นก้างขวางคออีกแล้ว พร้อมวันไหนก็แค่บอก ยกลูกสาวให้ณิน แล้วณินจะไปจากชีวิตคุณทันที” เขาพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังรอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้ เขายังยืนยันหนักแน่นว่าพร้อมหย่า แต่ต้องได้ลูกไปอยู่ด้วย
ฐากูรได้ยินแบบนั้นในใจก็รู้สึกแปลก ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน
“ฝันกลางวันอยู่หรือไง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้”
“งั้นก็เสียใจด้วย ที่คุณยังคบกับแม่โรสคนดีนั่นแบบเปิดเผยไม่ได้ ยังไงก็ดูแลคนของคุณด้วยก็แล้วกัน อย่ากินกันมั่วประเจิดประเจ้อให้มันมากนัก เพราะถ้ามีคนรู้ว่าคุณกับมันแอบกินกัน ไม่ใช่ณินหรอกนะที่จะอกแตกตาย แต่เป็นคุณแม่ของคุณต่างหาก ที่จะหัวใจวายตาย”
เขาตวัดตาแข็งใส่สามี ก่อนเดินกลับเข้ามาหาลูกอย่างไม่สนใจไยดีคนเป็นสามีอีก
กะจะมาเที่ยวให้สบายใจเสียหน่อย กลับต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับสามีเฮงซวยแบบนี้อีก เบื่อจริง ๆ
เขากลับมาภายในรีสอร์ท ห้องนอนที่ข้าวหอมนอนอยู่ หยิบผ้าออกจากกระเป๋าเพื่อแขวนเข้าตู้ไม่ให้ยับ ทำอย่างเบามือด้วยเกรงว่าลูกสาวจะตื่น ส่วนเสื้อผ้าของฐากูรเขาไม่คิดจะแตะ มีมือมีเท้าก็ทำเองแล้วกัน กระทั่งเรียบร้อยก็เป็นเวลาบ่าย ๆ ลูกสาวก็ตื่นขึ้นมาพอดี
“คุณแม่ขา หนูอยากเล่นน้ำทะเลจังเลย” การเดินทางหลายกิโลทำให้เด็กหญิงเพลีย จึงเผลอหลับยาวไปหน่อย
“รอให้แดดอ่อนลงกว่านี้อีกหน่อยไหมครับ แดดมันแรงเดี๋ยวผิวจะเสียเอานะ”
“แต่หนูอยากเล่นตอนนี้เลยนี่คะ” ตอบเสียงเบาพร้อมทำสีหน้าผิดหวัง จนญาณินเองอดสงสารลูกสาวไม่ได้
ปกติญาณินมักจะดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็นพิเศษ แดดแรงขนาดนี้เขาไม่มีทางเดินออกไปรับลมให้ผิวกร้านคล้ำเป็นอันขาด
ทว่าในเวลานี้ญาณินกลับจูงมือลูกสาวเดินออกจากตัวรีสอร์ท เห็นฐากูรกำลังยืนคุยโทรศัพท์กับใครสักคน แต่พอได้ยินสามีเอ่ยชื่อคู่สนทนาก็ทำเอาเขากลอกตาขึ้นบน
คิดถึงกันขนาดนี้ กลับไปหามันเลยก็ได้ ทิ้งเขากับลูกเอาไว้สองคนยังรู้สึกสนุกกว่าอีก
“แค่นี้ก่อนนะโรส เอาไว้เดี๋ยวผมโทรกลับ” ฐากูรเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนหันมาทางญาณินที่กำลังจูงมือลูกเดินผ่านหน้าไป แต่แล้วทั้งสองก็ต้องชะงัก เมื่อคนเป็นหัวหน้าครอบครัวเอ่ยขึ้น
“จะไปไหน”
“มาทะเล ณินคงไม่ได้ออกไปขายก๋วยเตี๋ยวหรอกมั้งครับ” ตอบด้วยท่าทางยียวน เรียกเสียงหัวเราะให้คนเป็นลูกได้อย่างดี
“ใส่ชุดอะไรของเธอ เข้าไปเปลี่ยนซะ” พูดออกไปแบบนั้น ทว่าสายตาคู่คมก็จ้องผิวกายของภรรยาตาเป็นมัน
ชุดที่ญาณินใส่ตอนนี้เป็นบิกินี่ทูพีซ ด้านบนเป็นเสื้อสายเดี่ยวตัวสั้นปิดเนินอกแบนเรียบ ส่วนด้านล่างเป็นกางเกงสีครีม มีผ้าสั้นบาง ๆ สีเดียวกันพันรอบเอวอีกที พอปิดไม่ให้เห็นส่วนน่าอายมากนัก ตามสไตล์คนชอบแต่งตัว
“ชุดของณินมันทำไมเหรอครับ” ถามออกไปตามความเป็นจริง ก็ไม่เห็นมันจะมีส่วนไหนที่ขาดเลย
“โป๊ขนาดนี้ เธอไม่คิดว่าฉันจะอายคนอื่นหรือไง” เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะโมโหทำไมขนาดนี้
“คุณแม่ใส่แล้วออกจะสวยนะคะคุณพ่อ ไม่เห็นจะโป๊เลย คนอื่นเขาก็ใส่กัน” เด็กหญิงพูดไปตามที่เห็น แม้ที่นี่จะเป็นหาดส่วนตัว แต่ก็ยังมีลูกค้าท่านอื่นที่เข้ามาพักเดินไปเดินมาในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย
“มาทะเลนะครับคุณฐา ไม่ได้วิปัสสนาที่วัด จะได้นุ่งขาวห่มขาวใส่มิดยันคอ ถ้าเป็นแบบนั้นณินพาคุณกับลูกไปบวชไม่ดีกว่าเหรอ” ร่างระหงในชุดบิกินี่เซ็กซี่เถียงฉอด ๆ อย่างไม่ยอม ชุดนี้เขาใส่ตอนมาเที่ยวทะเลกับอีกฝ่ายครั้งก่อน ก็ไม่เห็นสามีจะออกอาการถึงขนาดนี้ แล้ววันนี้เป็นบ้าอะไร ผีเข้าหรือไง “แต่ถ้าอายมาก ก็ไม่ต้องมาเดินใกล้ ๆ นะครับ ณินจะไปเล่นน้ำกับลูกตรงนู้น คุณก็เดินไปคุยโทรศัพท์อยู่คนเดียวก็แล้วกัน” หมายถึงคุยกับยัยโรส
“แดดแรงขนาดนี้ เดี๋ยวลูกก็ตากแดดไม่สบายหรอก” ฐากูรยังต่อปากต่อคำไม่จบ ก่อนยื่นใบหน้าไปพูดเสียงเบาคล้ายกระซิบข้างหูร่างขาว พอให้ได้ยินกันแค่สองคน “ไม่ว่าเธอจะใส่ไปอ่อยผู้ชายคนอื่นให้ฉันหึง หรือจะใส่มาอ่อยฉัน มันไม่ได้ผลหรอกนะ ญาณิน!”
ใบหน้าสวยที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มพอน่ารักแสยะยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงเบากลับ แล้วเดินจูงมือลูกสาวจากไป
“ก็ไม่ได้ใส่ให้คุณมองสักหน่อย ณินใส่มาถ่ายรูปลงโซเชียลต่างหาก”
สองแม่ลูกเดินออกไปไม่นาน ฐากูรกำลังนั่งหงุดหงิดอยู่บนโซฟา เขาไม่มีทางหลงกลมารยาร้อยเล่มเกวียนของญาณินหรอก
ต่อให้แก้ผ้าในที่แจ้งก็ไม่มีวันดึงดูดความสนใจให้เขาตามไปหึงหวงได้เป็นอันขาด
ในขณะที่เขากำลังจะล้มตัวนอนเพื่อพักผ่อน การขับรถอันแสนยาวนานทำให้เหนื่อยล้า ดวงตาที่กำลังจะปิดลงกลับต้องเปิดขึ้นเพราะเสียงแจ้งเตือนดัง ปลายนิ้วโป้งกดเข้าไปดูพร้อมกับใจที่เต้นรัว
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภรรยาของเขาในชุดบิกินี่ที่ไม่มีผ้าบาง ๆ ปกปิดด้านล่าง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีผู้ชายมาคอมเมนต์ชมว่าน่ารักกันเป็นขบวน
แต่เอ๊ะ! ถ้าดูดี ๆ ผู้ชายที่ยืนหันหลังในภาพเหมือนติณณภพเอามาก ๆ
นัดเจอกันอย่างนั้นเหรอ?
ยิ่งเห็นก็ยิ่งโมโห ร่างกำยำรีบลุกพรวดขึ้นจากเตียงเดินจ้ำอ้าวออกจากรีสอร์ท จนลืมไปว่าตัวเองทั้งเหนื่อยทั้งเพลียและง่วงแค่ไหน
