บทที่ 5 ฉางอัน 5
“เจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่” ผู้เป็นสามีเห็นฮูหยินของตนแสดงกิริยาแปลกประหลาดก็อดถามออกไปไม่ได้ทั้งที่ในใจกำลังตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ฉางเจี้ยนหลี่ยกมือออก มองฮูหยินด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักและความสงสัย มือของเขาเอื้อมไปสัมผัสท้องแบนราบของฮูหยิน อย่างทนุถนอมอีกครั้ง ลูบไล้แผ่วเบาบนท้องของนางอย่างระมัดระวัง
“พวกเราไม่ใช่กำลังพูดถึงเรื่องผู้สืบทอดตระกูลอยู่หรือเจ้าคะ”
ฉางเจี้ยนหลี่ที่พอจะเดาตำตอบได้กลืนน้ำลายลงคอ ไม่อาจระงับอาการตื่นเต้นดีใจ
“เจ้าตั้งครรภ์จริง ๆ เช่นนั้นหรือ ตั้งแต่เมื่อใด” มือหนาลูบไล้บนหน้าท้องที่ยังแบนราบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี ไม่เหลือคราบบิดาที่นั่งกลัดกลุ้มเมื่อสักครู่นี้เลย
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านหมอเฉิงกงตรวจและยืนยันด้วยตนเองแล้ว ไม่ผิดแน่” ว่านฮูหยินฉีกยิ้มทั้งปากทั้งตาเมื่อเห็นอาการของผู้เป็นสามี นางคิดไว้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้จะทำให้นางสมความปรารถนา ตำแหน่งฮูหยินที่นางนั่งอยู่จะมั่นคงขึ้นเพราะการมีอยู่ของเด็กในท้อง
ฉางเจี้ยนหลี่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี เขารอมานานมากเหลือเกินสำหรับเด็กคนนี้หลังจากที่ให้กำเนิดลูกสาวคนที่สอง ว่านฮูหยินก็ไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์อีกเลย จนตอนนี้อายุเขาร่วงเลยมาจะสี่สิบปี ความหวังน้อยลงทุกที เมื่อได้ยินว่ากำลังจะมีลูกเขาถึงได้ดีใจเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความรักและความผูกพันระหว่างสามีภรรยา
ว่านฮูหยินยังพูดเสริมเข้าไปอีกประโยคว่า “ท่านหมอเฉิงยังบอกว่าจากชีพจรคาดว่าท้องนี้จะเป็นเด็กผู้ชายไม่ผิดแน่”
“ดี ดียิ่งนัก ถ้าเป็นอย่างนี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่องใดอีกแล้ว ฮ่าๆ” ฉางเจี้ยนหลี่หัวเราะเสียงดัง ในที่สุดเขาปลดเปลื้องเรื่องทุกข์ใจได้สักที
“อย่างนั้นเรื่องของฉางอันก็เอาตามที่ฮูหยินว่ามาเถอะ รบกวนเจ้าช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย หาครอบครัวที่ดีให้เขาแต่งออกไป” ชีวิตที่เหลือจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้ว นี่เป็นประโยคที่ฉางเจี้ยนหลี่ไม่ได้เอ่ยออกไป สำหรับบุตรชายที่คอยแต่สร้างปัญหา เขาย่อมไม่ตามไปรับผิดชอบชีวิตที่เหลือของอีกฝ่าย
“ท่านพี่โปรดวางใจ อันเอ๋อร์เองก็เป็นบุตรของข้าคนหนึ่ง ถึงแม้ข้าจะไม่ได้เป็นคนคลอดเขาออกมา แต่ก็รักและห่วงใยประหนึ่งลูกแท้ ๆ ในอุทรของข้า ข้าต้องหาครอบครัวที่ดี เหมาะสมและรับประกันชีวิตที่เหลือในอนาคตของเขาได้อย่างแน่นอน” ฉางเจี้ยนหลี่นั่งฟังอย่างตั้งใจพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ แสดงถึงความเห็นด้วย ตอนนี้สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่า ว่านฮูหยินจะพูดสิ่งใดก็ฟังรื่นหูไปหมด
“ขอบใจเจ้ามาก เจ้าดีต่อเขาขนาดนี้ไม่รู้ทำไมถึงยังมีอคติ ไม่ยอมรับเจ้า เฮ้อ! เจ้ารับผิดชอบเรื่องนี้เสร็จแล้วก็พักผ่อนบำรุงครรภ์เถอะ เรื่องอื่นก็ให้พ่อบ้านจัดการแทน” เขาตบลงเบาหลังมือภรรยา คนงามเบา ๆ แทบจะประคองอีกฝ่ายเอาไว้บนฝ่ามือ
หากไม่ติดว่าต้องจัดการเรื่องของบุตรชายเจ้าปัญหา เขาก็คงให้นางพักอยู่แต่ในเรือน นั่งเย็บปักถักร้อยตามแต่ที่นางชื่นชอบ ไม่ต้องทำการใดทั้งสิ้น สายลมพัดเข้ามาทำให้ผ้าม่านปลิวไสวเบา ๆ เกิดเป็นภาพงดงามจับตา ทั้งสองนั่งคุยกันเรื่องอนาคตและสิ่งที่พวกเขาจะทำร่วมกันเมื่อสมาชิกใหม่ของครอบครัวถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้
วันต่อมาในยามบ่ายท้องฟ้าสดใส อากาศอบอุ่นกำลังดี ฉางเจี้ยนหลี่ตื่นเต้นและดีใจจนยากจะระงับ เมื่อได้ทราบข่าวที่รอคอยมานาน ฮูหยินของเขากำลังตั้งครรภ์และจะได้ลูกชายสมความปรารถนา ชายวัยกลางคนไม่สามารถระงับความรู้สึกตั้งตาคอยที่ปะทุขึ้นในใจ จึงรีบเรียกรถม้าไปหาผู้อาวุโสตระกูลเพื่อขอคำชี้แนะและการสนับสนุน
ในห้องโถงใหญ่ของบ้านผู้อาวุโสตระกูลฉาง
ผู้อาวุโสฉาง...ฉางเซิ่ง เป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถือ ท่านกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สลักลายอย่างประณีต ฉางเจี้ยนหลี่เดินเข้ามาด้วยความมุ่งมั่น หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ก้มศีรษะคำนับผู้อาวุโสซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของเขาและเริ่มพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “ท่านอา หลานเพิ่งได้รับข่าวดีจากฮูหยินเมื่อวาน เวลานี้นางกำลังจะมีบุตรชายให้ข้า ขอท่านโปรดพิจารณาแต่งตั้งเขาเป็นผู้นำตระกูลในอนาคตด้วย”
ผู้อาวุโสฉางฟังคำพูดของฉางเจี้ยนหลี่ด้วยความเงียบสงบ ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาแสดงออกถึงการพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ย้อนนึกถึงนิสัยโดยรวมของหลานชายคนโต หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ให้เป็นไปตามนั้น หากบุตรชายคนนี้ของเจ้าเกิดมาเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ข้ายินดีสนับสนุนเขาในฐานะผู้นำตระกูล”
คำตอบนี้ทำให้ฉางเจี้ยนหลี่รู้สึกโล่งใจและมีความสุขยิ่งขึ้น เขารู้ว่าท่านลุงจะให้การสนับสนุนและโน้มน้าวผู้อาวุโสคนอื่นในตระกูลอย่างเต็มที่หากลูกของเขาเป็นคนมีความสามารถ และมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการสืบทอดอำนาจผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป
จวนตระกูลฉาง ตั้งแต่เจ้านายระดับบนจนถึงบ่าวรับใช้ระดับล่างต่างตื่นเต้นและดีใจเมื่อได้รับการแจ้งข่าวว่าว่านฮูหยินตั้งครรภ์นายน้อยคนใหม่ นับเป็นข่าวดีที่ทุกคนรอคอยมานาน
ช่วงนี้ทันทีที่แสงอาทิตย์ส่งประกายอบอุ่นไปทั่วห้องโถงใหญ่ คนในเรือนต่างรีบเร่งมายังห้องของว่านฮูหยินเพื่อแสดงความยินดี บุตรสาวสองคน สาวใช้คนสนิท บ่าวรับใช้บนล่างที่คอยดูแลความเรียบร้อยในเรือน ต่างก็ยิ้มแย้มและส่งเสียงแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง
ตัวของฉางเจี้ยนหลี่เองก็ไม่แพ้กัน สายตามองดูภรรยาด้วยความรักและห่วงใย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังถึงแผนสำหรับอนาคต นายท่านฉางเตรียมการเรื่องต่าง ๆ ไว้พร้อมสรรพ เพื่อให้เรือนของพวกเขาพร้อมสำหรับการต้อนรับนายน้อยที่กำลังจะเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตัวหมอตำแยและแม่นมที่เก่งที่สุด จัดเตรียมห้องนอนใหม่ การสั่งตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับเด็ก เตรียมกระทั่งเสาะหาอาจารย์ผู้มีความรู้มาสอนนายน้อยตั้งแต่ยังเล็ก
ทุกคนในบ้านตระกูลฉางต่างรู้สึกอบอุ่นและเฝ้าคอยเด็กในท้องของว่านฮูหยิน เพราะฉางเจี้ยนหลี่ประกาศไว้ชัดเจนว่าการกำเนิดของนายน้อยจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความหวังใหม่มาสู่ตระกูลของพวกเขา
ทุกคนเชื่อแบบนั้น เชื่อจนลืมนึกถึงนายน้อยแสนเกเรอย่างฉางอันว่าเขาจะแผลงฤทธิ์เมื่อได้ยินข่าวนี้อย่างไร อีกอย่างคือลืมคิดไปว่าหากในครรภ์ของว่านฮูหยินไม่ใช่คุณชายน้อยเล่า...
