บทที่ 7 ฉางอัน 7

ด้วยความจำใจต้องแต่งกับหญิงสาวที่มารดาหามาให้เขาต้องผิดใจกับหญิงคนรัก จึงแยกกันไปพักหนึ่ง เหล่ยซ่านเหลียงต้องตามอ้อนวอนและขอให้นางยกโทษให้อยู่พักใหญ่พร้อมทั้งให้สัญญาว่าจะแต่งนางเข้าตระกูลของตนอย่างมีหน้ามีตาแน่นอน ดังนั้นเขาจึงแอบมีความสัมพันธ์กับหญิงคนรักตลอดมา แม้มารดาจะห้ามอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจได้

ในความคิดของนายท่านเหล่ยการที่ผู้ชายมีสามภรรยาสี่อนุถือเป็นเรื่องปกติ แถมการแต่งงานครั้งแรกกับภรรยาเอกเป็นเรื่องที่ขัดใจมารดาไม่ได้ ในตอนนั้นเขาเพิ่งจะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลต่อจากบิดา ตำแหน่งผู้นำตระกูลยังไม่มั่นคง ยังคงต้องพึ่งเส้นสายและการสนับสนุนจากตระกูลอี้ หากไม่แต่งกับอี้หลันฮวาตำแหน่งผู้นำตระกูลของเขาคงไม่สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงได้มาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้นเมื่อแต่งงานตามความต้องการของมารดาแล้ว เหล่ยซ่าน เหลียงก็ไม่ลังเลที่จะรับคนรักเข้ามาเป็นฮูหยินรองในจวน และให้ท้ายจนละเลยฮูหยินเอก บ่าวไพร่ส่วนใหญ่ก็เอาใจออกห่างไปเข้าพวกกับฮูหยิน รอง ทำให้สถานะฮูหยินเอกไม่มั่นคง ถึงจะมีบุตรชายซึ่งเป็นหลานคนโตของตระกูลก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรมากนัก ในเมื่อผู้เป็นบิดาไม่รักไม่เอ็นดู และคอยตั้งแง่รังเกียจบุตรชายคนโตเสียเหลือเกิน

คนเฝ้าประตูนำทางแม่สื่อไปรอฮูหยินรองที่โถงกลางอย่างไม่มัวชักช้า ใคร ๆ ก็รู้แขกของฮูหยินรองมีแต่คนเจ้าอารมณ์ ไม่ก็เป็นพวกปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ หากช้าไปแม้เพียงเสี้ยววินาที งานที่เขาทำอยู่ก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว

“เชิญท่านรอที่นี่สักครู่ ข้าให้เด็กรับใช้ในบ้านไปเรียนฮูหยินแล้วว่ามีแขกมารอพบขอรับ”

“ได้” แม่สื่อที่พกข่าวดีมาเต็มอกพยักหน้ารับอย่างขอไปที รอแค่นี้ทำไมจะรอไม่ได้ อีกเดี๋ยวพองานใหญ่สำเร็จก็เชิดหน้าชูตาอาชีพแม่สื่อของนางขึ้นไปอีก

“มาแล้ว ๆ ฮูหยินท่านรีบมาเร็วเข้า ข้ามีข่าวดีจะบอก” ความอยากเอาอกเอาใจของแม่สื่อถึงกับรีบลุกขึ้นเดินไปพยุงคนด้วยตัวเอง แถมยังเรียกขานว่าฮูหยินเต็มปากเต็มคำ

หลี่หนิงเจียวนั่งลงตรงข้ามแม่สื่อได้ก็โบกมือให้คนอื่น ๆ ออกไปให้หมด เหลือไว้เพียงป้าเจียวแม่นมคนสนิทที่ติดตามตนเองมาจากครอบครัวเดิม

“ท่านรีบร้อนมาพบข้าแบบนี้ หวังว่าข่าวจะใหญ่พอให้ข้าสละเวลาตัดเย็บเสื้อผ้าให้ท่านพี่มานะ” ปากกระจับยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างมีจริต เมื่อก่อนนางอาจจะเป็นลูกแม่ค้าธรรมดา แต่พอรู้ว่าต้องแต่งกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเหล่ย นางก็ลงทุนหาอาจารย์มาสอนกิริยามารยาท อดทนฝึกฝนจนมีทุกวันนี้

“แน่นอนซิเจ้าค่ะ เรื่องการแต่งงานของคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ” ตอนท้ายแม่สื่อกระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

“หาคนที่เหมาะสมได้แล้วหรือ” หลี่หนิงเจียวยกยิ้มถามเหมือนเป็นเรื่องปกติทั่วไป

“อย่างที่ท่านทราบตอนนี้ฮูหยินใหญ่กำลังทาบทามคุณหนูตระกูลฉางให้กับคุณชายใหญ่ แต่ทางโน้นก็ทั้งรักทั้งหวงคุณหนูใหญ่เหลือเกิน วันนี้จึงส่งคนมาหาข้าเจ้าค่ะ” แม่สื่อแซ่เฉินหรือที่คนทั่วไปมักเรียกเฉินเหนียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ งานนี้เธอต้องโกยรางวัลเข้ากระเป๋าได้ไม่น้อยแน่

“ทางนู้นเขาให้ข้ามาเชิญท่านไปพบปะกันสักครั้ง เพื่อหารืออย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ”

“จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวหรือ” หลี่หนิงเจียวคาดการณ์

“ท่านลองพิจารณาสักหน่อยไหมเจ้าคะ ถึงยังไงหลังกราบไหว้ฟ้าดินเข้าหอแล้วก็ดุจคนน้ำท่วมปาก”

“ตกลง เรื่องสถานที่ก็ให้เป็นที่เรือนของท่านก็แล้วกัน” เรื่องนี้ ไม่มีอะไรให้น่าสงสัย เพราะทุกวันนี้ในบ้านตระกูลเหล่ย เป็นที่รู้กันว่านางที่มีอำนาจมากที่สุด แม้แต่เรื่องแต่งงานของคุณชายใหญ่ที่มารดาแท้ๆ ยังอยู่ นางก็มีสิทธิ์ก้าวก่ายจัดแจง ส่วนฮูหยินใหญ่ตัวจริงที่นิสัยอ่อนโยนจนถึงขั้นอ่อนแอน่ะหรือ ตอนนี้คงกำลังยุ่งอยู่กับการตัดเย็บเสื้อผ้าให้บุตรชายของนาง และบำรุงครรภ์ที่ใกล้คลอดเต็มที

:

:

“เหล่ยตง พ่อมีเรื่องจะบอก” เหล่ยซ่านเหลียงผู้เป็นบิดาให้คนไปตามบุตรชายจากร้านค้าที่วันนี้ต้องออกตรวจบัญชี พอกลับมาถึงเรือน  บ่าวรับใช้ก็มาแจ้งเขาให้รีบไปที่ห้องโถงทันที บอกเพียงว่าทุกคนในบ้านกำลังรออยู่

“ขอรับ” เหล่ยตงคือบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเหล่ยซ่านเหลียง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่พึ่ง คิ้วเฉียงขึ้น ใบหน้ามีส่วนผสมของผู้เป็นบิดาและมารดาอย่างละครึ่ง ทำให้ไม่ดูแข็งกระด้างจนเกินไปนัก

ชายหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปี ซึ่งถือว่าเลยวัยที่จะออกเรือนมาหลายปีแล้ว ด้วยเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด มารดาก็เฟ้นหาหญิงสาวมาให้เลือกมากหน้าหลายตา หากแต่พอไปสู่ขอเข้าจริงๆ ก็มักจะโดนปฏิเสธเนื่องจากดวงแปดอักษรไม่เข้ากับคนอื่น บ้างก็ว่าเป็นดวงกดข่มคู่ชีวิต บ้างก็ว่าชีวิตนี้อาภัพ ทำให้ไม่มีใครยอมยกลูกสาวให้ เรื่องนี้เพียงแค่สืบดูก็รู้ไปหมดทั้งอำเภอ ทำให้ชายหนุ่มยังโสดจนทุกวันนี้

“แม่เล็กของเจ้าหาคนที่เหมาะสมสำหรับมาแต่งงานกับเจ้าได้แล้ว” เพียงเปิดปากก็เข้าประเด็นทันที

เหล่ยตงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนรีบปรับให้เป็นปกติก่อนคนอื่นสังเกตเห็น

“ตายจริง ข้าที่เป็นมารดาแท้ ๆ ยังไม่ทันได้เจรจาเป็นเรื่องเป็นราว ต้องลำบากน้องหญิงให้มาจัดการเรื่องแต่งงานของลูกข้าแทนเสียนี่” อี้หลันฮวายิ้มน้อย ๆ บุตรีหัวแก้วหัวแหวนตระกูลอี้จากทางเจียงหนาน หล่อนมีใบหน้าอ่อนหวานเกลี้ยงเกลา นิสัยนิ่มนวลสมกับที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดีแบบสตรีในห้องหอตามตำรา

“พี่หญิงไม่ต้องเกรงใจ เหล่ยตงก็เหมือนลูกชายของข้า” หลี่หนิงเจียวตบหลังมือฮูหยินใหญ่เบาๆ แสดงท่าทีรักใคร่กันจนหากบ้านอื่นได้เห็นก็รู้สึกอิจฉาในความกลมเกลียวกันของครอบครัวนี้

“ทางฝ่ายนั้นเป็นใครขอรับ” เหล่ยตงไม่สนภาพรักใคร่สามัคคีตรงหน้าเอ่ยถามออกไปทันที ความจริงเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงจากบ้านไหน เพียงถามไปตามมารยาท

“เป็นคนบ้านตระกูลฉาง”

:

:

ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเสมอ ฉางอันเองก็เช่นกัน หลังจากถูกปล่อยออกจากศาลบรรพชน ก็ขบคิดจนหัวแทบแตกว่าจะจัดการกับมารดาเลี้ยงอย่างไร ปล่อยนานไปก็ไม่ได้ เขาค้างคาใจ ต้องเอาให้แสบไปถึงทรวง หรือไม่ก็อยู่ไม่สุขไปพักใหญ่

“คุณชาย ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ” เสี่ยวลิ่วสาวใช้ประจำตัวที่คอยดูแลอยู่ด้านข้างรีบถาม เกรงว่าคุณชายจะมีอาการตกค้างจากการบาดเจ็บ ถ้าคุณชายเป็นอันใดไปนางต้องหัวขาดแน่ ๆ

“ไม่” อืม ทำยังไงดี คิดให้ออกสิ เอายังไงดีนะ

“เอ่อ ถ้าท่านต้องการอะไรเรียกใช้บ่าวได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวอยู่หน้าห้อง”

สมัยนี้เชื่อเรื่องอะไรมากที่สุด จากความทรงจำเนิ่นนานเหมือนจะเคยเห็นพระพุทธรูปในห้องพระของฮูหยินผู้เฒ่า... อ่า ความเชื่อเรื่องศาสนามาคู่กับไสยศาสตร์ ความเชื่อเรื่องดวงและคำทำนายเป็นของคู่กัน รอช้าไม่ได้ต้องรีบจัดการ

ตกกลางคืน ฉางอันฉวยโอกาสตอนเปลี่ยนเวรยามแอบออกไปข้างนอกโดยการมุดรูหมาลอดอย่างทุลักทุเล เพราะยังไม่ไว้ใจเสี่ยวลิ่วและบ่าวคนอื่น กลัวว่าจะเป็นคนของว่านมี่อิงที่ถูกส่งมาจับตามอง ทำให้เขาต้องลำบากขนาดนี้ในการหนีออกมา จะออกจากบ้านตัวเองยังต้องมุดรูหมาลอด ชีวิตฉางอันคนนี้ทำไมอยู่ยากขึ้นทุกวัน

เด็กหนุ่มใส่ชุดดำเรียบง่าย ใส่งอบบังใบหน้าเดินไปตามถนน พยายามทำตัวไม่ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ เขายังไม่อยากถูกคนมาลากตัวกลับไปบ้านตอนนี้

เป้าหมายของฉางอันคือการใช้ประโยชน์จากความเชื่อและศรัทธาในไสยศาสตร์ของคนที่บ้านตระกูลฉางมาจัดการแม่เลี้ยงและเด็กในท้อง แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ทำยังไงได้ล่ะ ผู้หญิงคนนั้นทำกับพวกเขาก่อนเอง ทั้งตัวฉางอันคนเก่าและเขาต่างเป็นผู้ถูกกระทำ

ก่อนที่จะไปจากบ้านหลังนี้เขาจะต้องได้แก้แค้น แม้จะยังไม่สามารถทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ แต่น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อน แล้วกับข่าวลือหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินบ่อย ๆ จะไม่ทำให้เกิดความระแวงและคิดเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร

ฉางอันเดินตามความทรงจำไปที่ย่านเสื่อมโทรม ศาลเจ้าเก่านอกเมือง ที่อยู่ของคนจรจัดและขอทาน

หึ เจอละ ก่อนยกยิ้มมุมปาก แววตาฉายประกายความเจ้าเล่ห์จนปิดไม่มิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป