บทที่ 10 บทที่ 8 แผนการของวิสกี้

บทที่ 8

แผนการของวิสกี้

แสงตะวันยามบ่ายสาดส่อง ลมทะเลก็โชยพัดเข้ามาเป็นระยะ ขณะที่สมาชิกชนเผ่าผู้ไม่ได้เข้าร่วมการประลองก็ดื่มกินอย่างเต็มที่ พวกเขามีอาหารหลักเป็นแป้งยุนที่นวดเป็นแผ่นแล้วนำมาเสียบไม้ย่าง เมื่อกัดกินกับเนื้อแพะที่ผ่านการปรุงรสแปลกใหม่ของวิสกี้ แทบทุกคนในเผ่าต้องสอบถามกันไปมาว่านี่เป็นฝีมือของทาสคนใด

การต่อสู้ยังคงดำเนินไป เสียงโห่ร้องเอาใจช่วยของสหายผู้เข้าประลองดังลั่น หากแต่บนแท่นยกสูงเหลือเพียงแต่นายใหญ่ตะวัน ท่านชายจันทราผู้นำเผ่ากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จู่ๆ ควันไฟจำนวนหนึ่งก็พวยพุ่ง กระท่อมใกล้กับโรงครัวถูกเผา เป็นเอไลน์กับลูกน้องเองที่เสี่ยงตายไม่คิดชีวิต หวังก่อความวุ่นวายดึงความสนใจพวกคนป่าหยาบช้าที่กำลังจะขืนใจสหายตนเอง

หลายวันผ่านไป

ที่เนินเขาไม่ไกลจากชุมชนชาวป่า เรือนไม้ขนาดใหญ่พร้อมรั้วกั้นติดกันหลายหลัง วิสกี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาพรวนดิน งานวันนี้ของเขาคือปลูกผักให้กับคนผู้หนึ่ง

ใช่แล้ว ปลูกผักให้กับคนผู้หนึ่ง

คนที่ว่าก็คือหัวหน้าเผ่านามว่าคาโร หรือที่วิสกี้รู้จักดีในนามของพระเอกนิยายเรื่องนี้นั่นเอง 

เพราะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นก่อน เขาจึงไม่ถูกย่ำยี แต่หลังจากช่วยกันดับไฟจนถึงเวลาค่ำ เจ้าคนป่าผู้นี้กลับไม่ยอมปล่อยตัวเขากลับค่าย แต่กลับลากเขามายังที่พักอาศัยของตัวเอง

หลังจากที่เขาไล่คนป่าอันธพาลที่ลากวิสกี้ไปในกระท่อมหวังขืนใจได้ คาโรกระทำกับคนพวกนั้นเหี้ยมโหดราวกับสัตว์ป่า

เสียงร้องโหยหวนยังดังก้องในหูของวิสกี้ ขนาดฟังภาษาไม่ออก วิสกี้ยังพอเดาได้ว่าเป็นการลงโทษทรมานแบบแสนสาหัสแน่นอน

จนถึงตอนนี้คนตัวเล็กเองก็ยังไม่รู้ชะตากรรมของคนป่าเหล่านั้น อาจจะยังถูกทรมานอยู่นอกกำแพง หรืออาจจะตายตกไปแล้วก็ได้

ด้วยเวลาอันสั้นจึงคิดได้ว่าหากอยากให้ชีวิตที่สองยืนยาวต่อไปอีกนิด ต้องไม่ทำให้คนผู้นี้โมโหเป็นอันขาด

วิสกี้พอจะดูออกว่าคาโรนั้นคงมีบางอย่างถูกใจในตัวเขา เพียงแต่ถึงแม้จะดูเหมือนเขาชอบตน แต่นอนด้วยกันหลายคืนอีกฝ่ายก็ยังไม่จับตนกดอยู่ใต้อย่างที่ควรจะเป็น จุดนี้เองทำให้วิสกี้ไม่เข้าใจ

แต่เมื่อไม่ถูกย่ำยีก็ดี เขาเปลี่ยนจากคิดเอาตัวเข้าแลกเป็นการแสดงฝีมือทำงานบ้าน ไม่ว่าจะปัดกวาดเช็ดถูหุงหาอาหาร หรือแม้แต่กระทั่งต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยก็ทำ อย่างเช่นวันนี้ เห็นต้นผักป่าหลายชนิดบนเขา วิสกี้ก็จัดการเก็บเอาต้นอ่อนพวกมันมาเพาะชำที่เขตเรือนของคาโร

ส่วนเหตุผลหลักที่คาโรต้องนำเจ้าคนประหลาดคนนี้มาอยู่ข้างกาย เพราะเขาคิดได้ว่าหากปล่อยไว้ด้านนอก อาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุดคร่าขึ้นอีกก็ได้

เพราะขึ้นชื่อว่าทาสส่วนกลาง ยังไม่ถูกตีตราว่าเป็นของใคร ฉะนั้นผู้ใดอยากเล่นก็สามารถมาเล่นได้ ไม่ผิดกฎ

“อูก้า อูก้า กา กา อู อู”

นอกรั้วไม้ไผ่มีชายหนุ่มสองคนสะพายตะกร้า พอผ่านหน้าบ้านเห็นวิสกี้กำลังพรวนดินจึงเอ่ยทักทาย

วิสกี้ตอบกลับอย่างเป็นกันเอง อูอู ก้าก้า มั่วๆ จากนั้นหมุนตัวกลับไปหยิบตะกร้า รีบออกจากบ้านติดตามชายหนุ่มทั้งสองไป

ที่ตอบรับกันเมื่อกี้เขาก็ไม่เข้าใจแปลว่าอะไร วิสกี้เพียงเอ่ยตามมารยาท เพราะเขารู้จักสองคนนั้นตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่นี่ เป็นแม่พันธุ์ที่เจ้านายแนะนำให้รู้จักกัน

ขณะเดินทางขึ้นเขาอย่างเช่นทุกวัน วิสกี้ก็ได้ยินทั้งคู่ส่งเสียงพูดคุยไปเรื่อย จะอย่างไรวิสกี้ก็ถือว่าเป็นคนอยู่ว่าง จึงฉวยโอกาสจดจำ บางคราหยิบดอกไม้ใบหญ้าข้างทาง แสดงท่วงท่าบ้าใบ้สอบถามทั้งสองว่านี่เรียกอะไร

ทั้งคู่เองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เห็นเจ้าอัปลักษณ์ต่างเผ่าสอดรู้สอดเห็นก็พากันสอน ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันไปตลอดทาง

วันเวลาของวิสกี้ก็ผ่านไปเช่นนี้เอง 

ผ่านไปนับเดือน

ยังคงอยู่ในค่ายป่ายุนแหล่งผลิตแป้งตามธรรมชาติ 

“พี่ใหญ่เอไลน์เชื่อเราเถอะ หากกลับไปท่านก็เป็นได้แค่พ่อค้า ไม่สู้ทำงานให้กับเรา เราเชื่อว่าหากร่วมมือกัน ต้องยึดชนเผ่าอื่นรวบรวมดินแดนสร้างเมืองใหม่ได้แน่นอน”

เอไลน์พอฟังยิ่งมีโทสะ เขาถุยน้ำลายลงพื้นด่าวิสกี้ว่า

"เจ้ามันพวกชั่วช้า ข้าดูเจ้าผิดไปจริงๆ"

ด่าเสร็จอดคิดไม่ได้ว่าวันที่อีกฝ่ายเกือบถูกรุมโทรมเขาน่าจะปล่อยให้มันตายๆ ไปซะ

นี่เป็นน้องร่วมสาบานที่โฉดชั่ว กลับมาเจอกันอีกครั้ง กลับชักชวนให้เขาเป็นสุนัขรับใช้ ควบคุมทาสคนอื่นๆ เปิดเหมืองหิน บอกเล่าแผนการว่าจะผลิตอาวุธ ทั้งยังจะต่อเรือ ตั้งตัวเป็นใหญ่ยึดครองดินแดนแถบนี้

“ท่านพี่ ท่านไม่มีทางเลือก หากไม่ช่วยเราท่านก็ต้องถูกใช้แรงงานในฐานะทาสอยู่ดี”

ค่ำวันนั้น

“วิสกี้ อยู่หรือไม่ ข้าจะอาบน้ำ”

เสียงน่าเกรงขามทว่าฟังแล้วทุ้มต่ำเสนาะหู คาโรกลับจากล่าสัตว์ก็เรียกหาคนของตนด้วยความเคยชิน

สมัยก่อนเขาไม่นิยมอาบน้ำบ่อยนัก แต่เดือนที่ผ่านมาวิสกี้สร้างอ่างไม้ขึ้นมาใบหนึ่งตั้งอยู่ในห้องเล็กข้างบ้าน ตอนเขาเห็นครั้งแรกก็นึกแปลกใจ จะอาบน้ำก็แค่เดินไปที่ลำธารไม่ใช่หรือ จะเสียเวลาหิ้วน้ำมาที่บ้านทำไม

แต่ความสงสัยเขาก็ได้รับคำตอบในไม่ช้า เมื่อเห็นวิสกี้ก่อไฟจุดเตา จากนั้นนำน้ำไปต้มจนเดือด แล้วเทใส่ถังผสมกับน้ำเย็น

เขาเกิดจนเติบโตผ่านมาหลายฤดู ในชีวิตไม่เคยคิดว่าน้ำที่ใช้อาบต้องนำมาต้มก่อน ชายหนุ่มคนอื่นๆ ในเผ่าก็ไม่คิด หากแต่พอได้สัมผัสกับการนอนแช่น้ำในถังไม้ เขาก็พบว่านี่กับเป็นการละเล่นที่เพลิดเพลินสบายดี

เมื่อมีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สอง นับแต่นั้นมาเขาก็ไม่อาบน้ำเย็นอีกเลย

ได้ยินเสียงกล่าว

“มาแล้วท่านชาย” จากนั้นเป็นเงาดำสั่นไหว วิสกี้เดินฝ่าความมืดถือคบไฟอยู่ในมือออกจากตัวบ้านเดินไปยังห้องครัว

คาโรแขวนคันธนูไว้ที่เสาหน้าบ้าน สายรัดผ้านุ่งหนังสัตว์ก็ถูกดึงทิ้งจนช่วงล่างเขาเย็นวาบ เพราะตอนนี้ไม่มีสิ่งปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว

ภายในถังถูกเติมน้ำอุ่นใส่เกือบเต็ม คาโรหลับตาพริ้มเสพสุขจากแรงมือ นี่เป็นวิสกี้ของเขาบีบนวดให้ คนเรือนผมสีน้ำตาลยืนอยู่ข้างถังไม้ ใช้นิ้วโป้งคลึงเบาๆ ที่ต้นคอและบ่าแกร่ง

“วิสกี้ เพื่อนฝูงของเจ้ายินยอมหรือไม่ หากทำตามที่พูดได้ เราก็พร้อมจะแต่งตั้งพวกมันเป็นผู้คุมทาส”

วิสกี้กล่าวตอบเขาว่าขอเวลาอีกหน่อยท่านชาย แต่สำเนียงที่ออกมาคาโรฟังแล้วก็ตลกนัก อดหัวเราะคิกเบาๆ  ไม่ได้

“เจ้าพูดเก่งขึ้นมาก พรุ่งนี้ไม่ต้องไปที่ค่ายป่ายุนแล้ว ติดตามข้าไปเผ่าบาก้า ข้าจะพาไปดูสิ่งของน่าสนใจ”

ก่อนหน้านี้หลายคืนระหว่างหลับนอน จู่ๆ วิสกี้ก็บอกกับเขาว่าสามารถสร้างสิ่งของเลียนแบบหอกดำที่พวกเขาใช้กันได้

หากย้อนเวลากลับไปหลายเดือนก่อน หากกล่าวเช่นนี้คาโรคงไม่เชื่อ แต่หลังจากเห็นสิ่งก่อสร้างแปลกใหม่ที่วิสกี้ผู้นี้ทำขึ้น ก็เปลี่ยนแปลงความคิดไปในทันที

“ท่านชาย อาบน้ำเสร็จให้ข้านวดต่อบนเตียงดีไหม” คาโรพยักหน้าตอบรับ เขานั่งแช่น้ำอีกครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นก้าวออกจากถังด้วยร่างกายเปลือยเปล่า วิสกี้รู้งานมากนำผ้าฝ้ายที่ผ่านการถักทอจากเผ่าคูโม่มาห่อหุ้มร่างกายกำยำนั่นทันที

ผ้าชนิดนี้เป็นวิชาลับที่สืบทอดกันมาในชนเผ่าคูโม่ที่อยู่ห่างไกล หากเผ่าเขามีแป้งยุนเป็นสินค้าส่งออกหลัก เผ่าคูโม่ก็มีผ้าฝ้าย

เนื่องจากมูลค่าสูงอีกทั้งยังแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งได้จำนวนน้อย ชนเผ่าของเขาจึงไม่นิยมนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม หากแต่ยามปล่อยตัวสบายอยู่ในบ้านเรือน จะนำมาสวมใส่หลับนอน

ก่อนให้วิสกี้มาอยู่ด้วย เขาไม่เคยได้รับการปรนนิบัติรับใช้จากผู้อื่น ยิ่งอย่าว่าแต่ชนเผ่าเขาไม่มีธรรมเนียมคนรับใช้ แม้แต่คาโรที่มีศักดิ์เป็นหัวหน้าเผ่า การใช้ชีวิตอาบน้ำกินนอน ทั้งหมดยังต้องกระทำด้วยตนเอง

ถึงเผ่าจะมีการใช้แรงงานทาส แต่นั่นก็เพียงใช้เพื่อส่วนรวม ทาสทุกคนไม่ถือเป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง อีกทั้งพวกนั้นก็มีหน้าที่แบ่งกันชัดเจน

เผ่าของคาโรมีค่ายทาสสามค่าย คือค่ายตัดไม้ที่อยู่ทางทิศตะวันตก พวกนั้นมีหน้าที่เพียงโค่นต้นไม้ตามคำสั่ง

ค่ายที่สองเป็นค่ายลำเลียง พวกนี้จะเชี่ยวชาญการล่องแพตามแม่น้ำ ลากจูงท่อนซุงขนาดใหญ่ไปยังที่หมายตามแต่ต้องการ

ส่วนค่ายป่ายุนที่วิสกี้เคยทำงานอยู่ถือเป็นเขตปกครองพิเศษ ทาสที่นั่นจะไม่ได้รับอิสระในการโยกย้ายออกนอกกำแพงไม้ เพราะนั่นคืออู่ข้าวอู่น้ำ ไม่เพียงมีนักรบคุ้มกันอยู่ในค่าย แต่อาณาเขตนอกค่ายยังมีกองกำลังลาดตระเวนคอยคุ้มกันอยู่อีกที

เป็นเพราะดินแดนแถบนี้มีต้นยุนขึ้นอยู่มาก เผ่าของคาโรจึงยึดครองป้องกันไว้อย่างดี เพราะมันคืออู่ข้าวอู่น้ำของเผ่า

บนเตียงที่ทำจากไม้ไผ่ปูทับด้วยผ้าฝ้ายยัดเศษนุ่น คาโรนอนคว่ำหน้ารับการบีบนวด ลูกเล่นของวิสกี้เขาเพิ่งเคยโดนไม่กี่ครั้ง แต่กลับชอบมากเพราะสุขสบายดีเหลือเกิน

นี่เป็นการนวดจริงๆ ไม่ได้เป็นการนาบแต่อย่างใด

“วิสกี้ ตอนอยู่กับพวกตัวขี่ม้าเจ้าก็ทำเช่นนี้เหมือนกันหรือ”

“ใช่แล้วท่านชาย นี่เรียกว่าคนรับใช้ ผู้มีอำนาจทุกคนต้องเลี้ยงไว้ เหมือนกับท่านที่กำลังเลี้ยงเรา”

วิสกี้โกหกคำโต เริ่มหลอกลวงเขาอีกครา

เพราะนอนคว่ำหน้า คาโรจึงมองไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ แต่พอฟังอีกฝ่ายตอบกลับเขาก็เชื่อ วิสกี้กล่าวอีกว่า คนรับใช้มีหน้าที่ทำให้เจ้านายพึงพอใจ ไม่ว่านายใหญ่ต้องการอะไร ก็จะสนองความต้องการ

พูดจบถามคนที่คว่ำหน้าต่อ “ท่านชายมีอะไรที่ต้องการหรือไม่ เราทำให้ได้ทุกอย่าง”

คาโรคิดไม่ถึงว่าจะเก็บได้ของดีเกินคาด วิสกี้หลังจากเรียนรู้ภาษาก็บอกเขาว่าตนเป็นทาสของพวกตัวขี่ม้า ตอนพวกมันบุกลงใต้เขาจึงฉวยโอกาสที่พวกนั้นเผลอหลบหนีมาจนถูกคาโรจับตัว

นี่เป็นความลับที่วิสกี้บอกหลายคืนก่อน คาโรเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอเขากล่าวว่าสามารถสร้างหอกแบบเดียวกับของพวกตัวขี่ม้าได้ จึงคิดลองให้เขาทำดู

การบีบนวดยังคงดำเนินไป เช่นเดียวกับคำหลอกลวง วิสกี้นึกกระหยิ่มชื่นชมตนเองไฉนฉลาดปานนี้ รอเวลาไม่นานเขาจะค่อยๆ กลืนกินชนเผ่า จากนั้นแต่งตั้งตนเป็นผู้ปกครองเสียเอง 


บทก่อนหน้า
บทถัดไป