บทที่ 2 อารัมภบท
อารัมภบท
ท่ามกลางความมืดของคืนเดือนดับ แสงไฟจากเสาไฟบนท้องถนนส่องลงมาเห็นเท้านับสิบคู่และหยดเลือดด่างดวงตกเป็นทาง วิสกี้ หนุ่มร่างบางในวัยยี่สิบสามปี กำลังถูกหามใส่ในเปลสนาม เพื่อส่งตัวไปให้โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ก่อนสติสัมปชัญญะเลือนหาย ได้ยินเสียงแว่วๆ ของเหล่าคนรอบตัวคุยกัน ราวกับไม่คิดว่าเขาจะมีชีวิตรอดไปได้
หนึ่งในนั้นกล่าวว่า
“เตรียมโลงไว้เลยสี่โลง ไม่น่าจะมีใครรอดสักคน”
เสียงของเขาฟังดูไปอายุไม่น่าจะถึงยี่สิบ พอได้ฟังเขากล่าว แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่ในใจกลับนึกเยาะขำขันว่า
“เหอะ! เหอะ! ก่อนออกมาเจอเพื่อน เราแวะไปดูหมอเจ้าประจำมา ดวงชะตาของเรา แน่นอนว่าจะไม่มีทางตายวันนี้และตายแบบนี้” คิดได้ก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนสติจะดับวูบลงไปจริงๆ ก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้นมา
"เสียดายเนอะ ไม่น่ามาตายตั้งแต่อายุยังน้อยกันเลย"
วิสกี้ได้ฟัง ก็ต้องพ่นคำหยาบด่าในใจว่า บัดซบ! ใครบอกว่าผมจะตาย
ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นบนท้องฟ้า ดวงตาคู่กลมมองแสงสว่างโชติช่วงของดาวดวงเล็กๆ แต่กลับเปล่งประกายได้มากกว่าดาวหลายดวงที่อยู่ข้างเคียง
วิสกี้เชื่อหมอดู
"นั่นเป็นดาวชะตาชีวิตคุณ" หมอดูกล่าวไว้แบบนี้
"เราไม่มีทางตายวันนี้อย่างแน่นอน"
คำเรียกขานว่า นักเขียนมือทอง ไม่ได้พูดกันพล่อยๆ วิสกี้เป็นนักเขียนแถวหน้า ผลงานการเขียนนิยายการันตีรางวัลใหญ่มากมาย ยอดขายนิยายท่วมท้น และนิยายของเขาเรื่องล่าสุดเป็นกระแส ไม่มีใครไม่รู้จักงานของเขา และใช่ หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของเขา คือ การมูเตลู และการดูหมอ นั่นเอง
แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่วิสกี้เชื่อแบบนั้น และเชื่อเสมอมา
เสียงของผู้คนถูกกลบด้วยเสียงไซเรนฉุกเฉินจากรถพยาบาล แสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบถี่ๆ เพื่อของทางนำร่างผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ลมหายใจของเขาอ่อนลงเรื่อยๆ
วิสกี้หนาวสั่นเพราะอากาศและเสียเลือดมาก บาดแผลฉกรรจ์ไม่ได้ทำให้เจ็บปวด หากแต่กลับกลายเป็นด้านชา
คราบเลือดด่างดวงไหลออกจากร่าง ในที่สุดลมหายใจชายหนุ่มก็กลายเป็นแผ่วเบา สายตาที่ฝ้าฟางกลายเป็นดำมืด สุดท้ายแม้แต่จะคงสติให้ลืมตาขึ้นยังไม่ได้ โสตประสาทรับฟังเปลี่ยนเป็นเงียบงัน จนหลับสู่ห้วงลึก หากแต่ยังคงเกิดคำถามซ้ำไปซ้ำมา
“ชะตาเรายังไม่ถึงฆาต ไม่มีทางที่แม่หมอจะดูผิด เราดูดวงกับแม่หมอมาเกือบสิบปี ไม่มีครั้งไหนพลาด แต่ทำไมกันนะ”
บนฟากฟ้า ดาวที่ส่องประกายมากสุดจู่ๆ พุ่งลงสู่ทิศใต้ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับวิสกี้พ่นลมหายใจสุดท้าย ก่อนจะดับวูบไปในรถพยาบาลคันนั้น
“อูก้า อูก้า อู อู อู”
เสียงกูลีกูลูบางอย่างปลุกวิสกี้ให้ตื่น ความยากลำบากในการลืมตาบวกแรงโยกคลอนและแรงตึงที่แขนกับขา เขาต้องครางอื้ออึงออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“โอ๊ย! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น” ขณะยังลืมตาไม่ขึ้น วิสกี้อดนึกไปไม่ได้ว่าตนกำลังถูกยมบาลลงโทษในนรกหรืออย่างไร
“อูก้า อูก้า อู อู ก้า ก้า”
ยิ่งฟังเสียงยิ่งมาก นี่เป็นภาษาบ้าอะไร เขาไม่เคยได้ยิน ด้วยความสงสัยวิสกี้เค้นเรี่ยวแรงลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับมีเพียงไม้ไผ่และท้องฟ้า
“ไม้ไผ่? ท้องฟ้า? ทำไมนรกถึงมีท้องฟ้า?”
ใช่แล้ว เป็นไม้ไผ่จริงๆ ท้องฟ้าจริงๆ มิหนำซ้ำมือของเขายังถูกมัดติดกับไม้คานแบกหามนั่น ด้วยแรงโยกและแรงตึงที่ขากับแขนทั้งสอง ไม่ต้องหันซ้ายหันขวาเขาก็รู้ ว่าตนกำลังถูกผู้คนแบกหามเดินไปตามทาง
