บทที่ 3 บทที่ 1 ท่านชายจันทรา
บทที่ 1
ท่านชายจันทรา
“อูก้า อู อู อู อูก้า”
เสียงพูดคุยไม่เป็นภาษายังคงดังต่อเนื่อง วิสกี้ในตอนแรกนึกแปลกใจ เพราะคิดว่ายังไงตัวเองก็ตายไปแล้ว แถมไม่พอยังคิดเผื่อว่าตายไปตนต้องตกนรกอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้กลับถูกผู้คนจับกุม?
นี่เป็นเพียงความคิดแวบเดียวเท่านั้น เนื่องจากเขาถูกผิวหนังที่มือทั้งสองตนเองดึงความสนใจ
“นี่ไม่ใช่มือเรา!”
เสี้ยวพริบตา วิสกี้พลันเข้าใจเหตุการณ์...
ผิวหนังที่มือมันขาวผุดผ่องต่างจากมือของเขาโดยสิ้นเชิง ตรงหน้ามีเพียงผิวขาวดุจหญิงสาว หากแต่ยังคงมองออกว่าเป็นมือผู้ชาย ด้วยความฉลาดเขาต้องนึกว่าตนตกอยู่ในความฝัน หรือไม่ก็ตายลงสู่ปรภพกำลังจะถูกพาตัวไปลงทัณฑ์
“ช่างเถอะ!”
วิสกี้คิดในใจ หรือหลังความตายมนุษย์ก็จะมีสภาพแบบนี้สินะ อาจจะเป็นร่างทองก่อนตายงั้นสิ แค่มือยังสวยขนาดนี้ หน้าจะสวยขนาดไหนไม่อยากจะคิด
“อูก้า อูก้า อู อู อูก้า” เสียงกูลีกูลูดังขึ้นอีกครั้ง วิสกี้แม้แต่จะหันไปตามทิศทางของเสียง ยังคร้านจะมอง
“อูก้า อูก้า กา กา อู”
เหมือนจะเป็นการพูดคุยอย่างออกรสออกชาติ
นี่เป็นภาษาที่เขาไม่รู้จัก หลังจากทนฟังอยู่นานสองนาน สุดท้ายเขาพลันทนไม่ไหว ในสภาพหงายท้องชี้ฟ้าถูกมัดติดกับไม้หาม วิสกี้บิดคอสุดความสามารถ หวังจะได้เห็นว่าสารรูปภูตผีโลกหลังความตายมีตัวตนเป็นแบบใด
“เฮ้ย นี่มันซิกแพ็ก!!!” ไม่ผิดแน่ นี่เป็นแผงอก!!!
แผงอกของชายวัยฉกรรจ์ ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม วิสกี้ตกใจแทบฉี่ราด ขณะแตกตื่นเขาจำต้องหันซ้ายหันขวา ค่อยปรากฏภาพตรงหน้าว่าต้นตอของเสียงเป็นชายหนุ่มหลายคนกำลังเดินไปคุยไป
“ปล่อยผม! พวกคุณปล่อยผมลงไปเดี๋ยวนี้!” ร่างบางบนไม้หามดิ้นรนสุดแรง หวังสร้างความลำบากให้คนที่แบกปล่อยตนลงไป
“อูก้า อูก้า อู อู อู” นี่เป็นคำกล่าวของชายคนหนึ่ง ที่แบกคนตัวเล็กผอมบาง
“ท่านชาย เจ้านี่เหมือนจะฟื้นแล้ว!”
ร่างสูงของผู้ถูกเรียกเป็นท่านชายหันมาตามเสียง ความจริงเขาเดินเคียงข้างเยื้องไปด้านหน้าหน่อยหนึ่ง พอหยุดฝีเท้าชั่วครู่ ลำไม้ไผ่ที่ถูกสมุนแบกหัวแบกท้ายก็เคลื่อนผ่านไป ถึงตอนนั้นเขาจึงได้เห็นว่าชายหนุ่มที่ตนจับกลับมาได้ฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ
ซ้ำยังกำลังดิ้นกระแด่วกระแด่ว โวยวายไม่เป็นภาษา
“…”
“ไม่รู้ว่ามันมาจากเผ่าไหน แต่ข้าเห็นก็นึกชอบ พวกเจ้าวางมันลง ข้าจะเล่นกับมันครู่หนึ่ง”
เช้าวันนี้ขณะเข้าป่าล่าสัตว์กับลูกน้อง เขาตอนแยกตัวย่องเลียบแม่น้ำ ก็พบเข้ากับชายหนุ่มผอมแห้งหล่นทับ เด็กคนนี้ไม่ใช่คนในเผ่า ทั้งดูไม่เหมือนคนจากเผ่าข้างเคียงที่เคยรู้จัก เพราะจะมากจะน้อย ชาวป่าทุกคนที่เขาเจอมา มักจะหน้าตามอมแมมหนวดเครารุงรัง
ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นยามแสงอาทิตย์กระทบ กระตุกหัวใจชายหนุ่มให้เต้นผิดจังหวะ เส้นผมอ่อนนุ่มยามที่เขาสัมผัสมันนุ่มเสียยิ่งกว่าขนของแมวป่าที่เขาเลี้ยงไว้ ปลายจมูกโด่งรั้นชวนมอง ทำเอาบุรุษเหี้ยมเกรียมอย่างเขาละสายตาไม่ได้ไปชั่วขณะ
อีกอย่าง ผิวพรรณเจ้าผู้นี้ก็ขาวมาก ขาวกว่าตัวเขาเอง ที่มีนามเรียกขานว่า ท่านชายจันทรา เสียอีก
ความแปลกใหม่ที่เขาเคยพบเห็นครั้งแรก ชายหนุ่มลงความเห็นกับตัวเองว่า เด็กคนนี้เป็นที่น่ารังแกยิ่ง
“ท่านไม่รอให้ถึงหมู่บ้านก่อนค่อยเล่นกับมันหรือขอรับ เจ้าคนอัปลักษณ์เช่นนี้ ต้องดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้แน่นอน”
นี่เป็นคำกล่าวของชายหนุ่มที่แบกลำไม้ไผ่อยู่ด้านหน้า เขาหัวเราะคิก ยินดีที่พวกตนจับได้ของแปลกกลับไป
“…”
“อูก้า อูก้า อู อู อู”
ท่ามกลางเสียงสับสนวุ่นวาย วิสกี้ดิ้นรนอย่างแตกตื่น ในที่สุดเขารู้แล้วว่าตนไม่ได้อยู่ในแดนนรก หากแต่กำลังถูกคนป่าที่เป็นชายหนุ่มมอมแมมจับตัว
เรื่องราวอภินิหารตายแล้วเกิดใหม่หรือถอดจิตสิงสู่ร่างอื่น วิสกี้ที่เป็นนักเขียนมือทอง ทำไมจะไม่เคยได้ยิน มีนักเขียนมากมายหลายคนที่เขารู้จัก เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวของการเกิดใหม่
ไม่มีทางที่มันจะเกิดขึ้นจริง!!!
หากแต่ยามนี้เขาทั้งเจ็บแขนเมื่อยขา กระทั่งลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามา ยังปะทะเข้ากับผิวกายจนเขาสั่นสะท้าน บ่งชี้ชัดว่าเขายังมีชีวิต ไม่ได้ตายอนาถจากอุบัติเหตุแต่อย่างใด
เพียงแต่ตอนนี้เขาต้องการพิสูจน์บางอย่าง
เสียง อูก้า อูก้า ของพวกคนป่าไม่ได้ทำให้คนใบหน้าสวยตื่นกลัวแต่อย่างใด
วิสกี้ต้องการพิสูจน์! ไม่ทราบพวกคนป่าพวกนี้คุยอะไรกันแต่เขาหาสนใจไม่ เขาทำเพียงดิ้นรนสุดชีวิตให้ผู้ที่แบกหามปล่อยตนลงสู่พื้น
แล้วก็เป็นจริงดังคาด วิสกี้สร้างความลำบากให้ผู้ที่หามตนได้ จู่ๆ พวกเขาวางร่างเล็กลงจนกระแทกพื้น สายตาเห็นเรียวขายาวคู่หนึ่งก้าวเข้ามายืนข้างๆ จากนั้นก็ใช้มีดที่ทำจากหินตัดเชือกที่มือและเท้าให้เขา
“อูก้า อู อู อู อูก้า อูก้า”
ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกัน ตรงหน้าวิสกี้เป็นชายหนุ่มมอมแมมแต่ยังดูออกว่าผิวขาวยิ่ง ผมดำหยักศก ทว่าเงาสลวย แผงอกเต็มไปด้วยมัดกล้าม รอยแผลเป็น และตำแหน่งเครื่องเพศมีเพียงหนังสัตว์ปิดไว้หมิ่นเหม่
ยามลมพัดมาถึงกับเห็นแท่งกายขนาดใหญ่เผยอออกมาให้ดู แต่ว่าตอนนี้วิสกี้ก็หาได้สนใจ พอถูกปล่อยเป็นอิสระก็ลุกขึ้นวิ่งสุดชีวิต วิ่งโดยไม่สนใจอะไรอีกเลย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อูก้า อูก้า อู อู อู”
เหมือนมีเสียงขำขันดังไล่หลัง วิสกี้ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่น เขาก็ไม่ทราบว่าทำไมตนเองอยู่ในสารรูปเช่นนี้ แต่พอวิ่งมาได้สักระยะก็รู้สึกเหนื่อยหอบ นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดี ว่าเขายังไม่ตาย
“ไม่ตาย! เรายังไม่ตาย เฮ้ย ไม่ตายจริงๆ ด้วย บอกแล้วว่าชะตาเรามันยังไม่ถึงฆาต แม่หมอของเรามันของแทร่”
ระหว่างวิ่งมีแต่ความตื่นเต้น เขาไม่สนใจว่าตนกำลังอยู่ในนรกหรือโลกหลังความตาย จะย้อนอดีตหรือมุ่งสู่อนาคตก็ดี จะย้ายจิตยึดร่างใหม่ก็ช่าง นั่นเพราะตอนนี้เขามีความรู้สึกนึกคิด ดังนั้นตอนซอยเท้าวิ่งจึงหัวเราะเปี่ยมสุข เพราะในวาระสุดท้ายที่เขาสงสัยเรื่องดวงชะตากับความแม่นของแม่หมอที่เขานับถือ มันกระจ่างชัดแล้วจริงๆ
“ฮ่า ฮ่า อูก้า อูก้า อู อู คิก คิก” เสียงหัวเราะคิกคักและพูดคุยไม่เป็นภาษายังดังไล่หลังมา ไม่ต้องบอกวิสกี้ก็ทราบ เจ้าคนป่ามอมแมมเหล่านั้นต้องตามมาจับตัวเขาแน่ๆ
แต่เขาไม่สนใจ ที่จริงเขาไม่ได้คิดหนี เขาเพียงต้องการวิ่งไปยังทิศทางของเสียงน้ำไหล เพราะตลอดช่วงที่ได้สติโดนผู้คนหามใส่ไม้คาน เขาได้ยินเสียงน้ำจากลำธารตลอดทาง
ใช่แล้ว! เป็นลำธารสายหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลจากจุดที่เขาถูกชาวป่าพวกนั้นวางลง
“อูก้า อูก้า อู อู อู”
นี่เป็นคำกล่าวของเจ้ากระต่าย หนึ่งในสมุนของท่านชาย เขาเห็นเจ้าคนอัปลักษณ์ เดี๋ยวโห่ร้องกระโดดโลดเต้นก็ฮามาก นึกไปว่ามันคงกลัวตายจนร้องไห้หาผู้ปกครอง
“คิก คิก ท่านชายจันทรา ข้าขอยิงมันได้หรือไม่ ข้าขอยิงที่ขา ขอยิงที่ขาข้างขวามัน” ว่าพลางปลดธนูไม้ที่สะพายอยู่กลางหลัง ขณะตามติดอยู่ห่างๆ พลันน้าวสายเตรียมยิงเหยื่อที่ปล่อยให้วิ่งหนีไป
น่าสมเพชวิสกี้ เขาไม่รู้ตัวสักนิด ว่าความจริงที่ตนถูกปล่อยให้หลบหนีเมื่อครู่ นี่ก็เป็นเพียงการละเล่นล่าสัตว์ของชายหนุ่มกลุ่มนี้เท่านั้นเอง
