บทที่ 9 บทที่ 7 ตาถึง

บทที่ 7

ตาถึง

“ยังไม่เข็ดอีกหรือ ครั้งก่อนเพิ่งถูกฟาดไปแผลหายดีแล้วหรือยัง”

พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตน เอไลน์แต่เดิมเป็นพ่อค้าอัญมณี ถูกใช้แรงงานอยู่นี่มาปีกว่า ทุกสามวันห้าวันหลบหนีหนึ่งครั้ง พร้อมกับบ่าวรับใช้อีกสองคน

เดิมทีวิสกี้ยังงงว่าพวกเขาถูกกักตัวอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่หลังจากสนทนากันมากขึ้น เขาค่อยทราบว่าอีกฝ่ายเรือล่ม ถูกคลื่นซัดมาถึงชายฝั่งแถบนี้

“พี่ใหญ่หนีค่ายมาปีกว่าแล้วยังไม่เห็นวี่แววว่าจะสำเร็จสักครั้ง หนีทีไรก็ได้แผลกลับมาตลอด”

พูดจบวิสกี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิก แม้ยามตกยากยังไม่ลืมพูดจาหยอกเย้าผู้ร่วมชะตากรรม

ขณะกำลังพูดคุย เสียงอูก้าอูก้าพร้อมกับแพะและไก่ป่าอีกหลายตัวก็ถูกโยนมา

กระท่อมน้อยที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลเป็นสถานที่ทำงานวันนี้ วิสกี้เห็นวัตถุดิบทั้งหมดก็เข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาอยากให้เขาทำอะไร

อาหารถูกวิสกี้ตั้งชื่อว่าไก่ยัดไส้ เพราะเจ้านี่เองที่วิสกี้ปรุงแต่งหลายวันก่อนจนเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้คุม ถึงได้โยกย้ายตำแหน่งให้เขามีหน้าที่ประกอบอาหารโดยเฉพาะ เนื่องจากติดใจในรสชาติฝีมือ

ไม่นานแพะทั้งหมดถูกผ่าท้อง ไก่เองก็ถูกถอนขนยัดสมุนไพรหลายชนิด เครื่องเทศตามแต่จะหาได้ล้วนถูกวิสกี้นำมาลิ้มรส เมื่อได้รสชาติที่เหมาะสมก็ตำจนละเอียดและทาถูไปบนตัวแพะจนทั่ว

จากนั้นยัดไก่พร้อมสมุนไพรหลายอย่างเข้าไปในท้องแพะแล้วเย็บปิดไว้จนตัวอวบอ้วน ค่อยนำมาเสียบไม้แขวนย่างไว้บนกองไฟ

วิธีปรุงแต่งแบบนี้เอไลน์และบ่าวของเขาก็เพิ่งเคยเห็นจากวิสกี้ แต่เรียนรู้ไม่กี่วันพวกเขาก็ทำเป็น

หากเปรียบเป็นหมู วิสกี้ในสายตาชายชาวป่าแม้เป็นหมูผอมแห้ง แต่เขากลับเริ่มเป็นที่พูดคุยซุบซิบ บอกว่าเขามีคุณสมบัติเป็นแม่พันธุ์ที่ดี

วันนี้มีงานเลี้ยงประลองต่อสู้ สมาชิกนักรบรุ่นใหม่หลายร้อยคนมาเข้าร่วม นายใหญ่ตะวันและท่านชายจันทรานั่งโดดเด่นอยู่บนแท่นยกสูง ชมการต่อยตีวัดระดับฝีมือของเด็กชายชาวเผ่ามอมแมมหลายคน

“ดูไม่ออกจริงๆ ว่าเจ้าตาถึง ว่าแต่เจ้าไปพบตัวมันที่ใด หากยังมีเหลือก็จับมาให้พ่อสักคนสองคนสิ”

ที่เขาเอ่ยถึงย่อมเป็นวิสกี้ ขณะพูดมือก็ฉีกขาแพะข้างหนึ่งกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย

คราแรกเขาสบประมาทว่าบุตรชายตาต่ำเลือกแม่พันธุ์ได้อัปลักษณ์ แต่หลายวันที่ควบคุมฝึกสอนให้เจ้าแห้งนั่นเรียนรู้งาน เขาก็อดชมชอบไม่ได้ว่ามันหัวไวและความสามารถดี

งานแบกหามไม่ต้องพูดถึง เพียงแค่ฝีมือการปรุงรสชาติของกิน อีกทั้งผิวขาวผุดผ่อง เขาก็นึกเสียดายแล้วว่าวิสกี้เป็นของลูกชายตน

“ไม่มีแล้ว ลูกเจอมันลอยมาจากทะเล ไม่รู้มันมาจากชนเผ่าไหน”

คาโรโกหกคำโต ขณะกล่าวในปากก็เคี้ยวไก่อบที่อยู่ในท้องแพะไปด้วย รสชาติเช่นนี้เขาไม่เคยกินมาก่อน แต่พอบิดาบอกว่านี่เป็นฝีมือแม่พันธุ์ของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะนึกกระหยิ่มในใจ

ไม่บ่อยนักที่เขาจะโกหก แต่เขาจะบอกความจริงกับคนตรงหน้าได้ยังไง ว่าเขาเจอมันตกลงมาจากบนฟ้า ตกลงมาทับขณะที่กำลังล่าสัตว์

คราแรกเขายังเข้าใจว่าตนถูกซุ่มทำร้าย แต่พอจะใช้มีดสั้นเชือดคอมัน เขาค่อยพบว่ามันหมดสติ อีกทั้งยังละเมอเป็นภาษาที่เขาไม่เข้าใจ

แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยิน ก่อนหน้าเขาเคยจับคนได้จากทะเล ตอนนั้นว่าแปลกแล้ว แต่คนจากฟ้ายังแปลกกว่า สิ่งเดียวที่แตกต่างคือแวบแรกที่เห็นมันเขาก็นึกชอบ ไม่ทราบว่าทำไมรู้สึกเช่นนั้น

นายใหญ่ตะวันฟังคาโรบอกว่าจับมาจากทะเลก็เชื่อ เขาก็ถึงว่าทำไมมันสนิทสนมกับทาสสามคนนั่นนัก ที่แท้มันมาจากเผ่าเดียวกัน

สองปีก่อนบุตรชายเขาจับบุรุษประหลาดได้สามคน มีคนตัวอ้วนหนึ่งและผอมสอง เจ้าพวกนั้นก็อัปลักษณ์ไม่ต่างจากเจ้าแห้งนั่นนัก

หากแต่ล้วนเป็นพวกโง่เขลา ที่ผ่านมาใช้แผนโง่ๆ คิดหนีออกจากค่ายตั้งไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งล้วนถูกเขาจับกลับมาได้

ในจังหวะที่การต่อสู้ดำเนินไปคนแล้วคนเล่า หางตาคาโรก็มองเห็นแม่พันธุ์ของตนจากที่ไกลๆ

จู่ๆ ความโกรธพลันปะทุขึ้น ทรวงอกเขาสะท้านขึ้นลงสั่นไหว หอบหายใจฟึดฟัดราวกับวัวบ้า เพราะเห็นแม่พันธุ์ของตนกำลังถูกฉุดคร่าเข้าไปในกระท่อมหลังหนึ่งเพื่อผสมพันธุ์

ห่างออกไปหลายสิบเมตรวิสกี้ไม่นึกไม่ฝันว่าในชีวิตจะพบเจอเรื่องแบบนี้กับตัว ภาพที่ราวกับกองกำลังทหารฉุดกระชากร่างทาสเข้าไปขืนใจในกระโจมกำลังเกิดขึ้นกับเขา

เมื่อครู่ขณะที่เขาเดินยกถาดอาหารออกมาส่ง เขากับพบเจอคนป่าหยาบช้าอันธพาลสี่คน ทุกคนช่วยกันดักหน้าดักหลังเขาไว้ ส่งเสียงอูก้าอูก้าดึงแขนขาเข้าไปในกระท่อมไม้ที่อยู่ข้างเคียง

วิสกี้ร้อง "โอ๊ย! พวกแกคิดจะทำอะไร" นั่นเพราะมีมือข้างหนึ่งไม่ทราบเป็นของใครตะปบเข้าที่หน้าอกทั้งบีบทั้งขยำ 

"บอกแล้วไง ว่ามันนุ่มจริง"

ชายหนุ่มที่ดูจะมีอายุที่สุดหัวเราะร่า น้องของเขาทำงานอยู่ในค่ายป่ายุน ทุกวันกลับบ้านมักจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับทาสผู้มาใหม่

บอกว่ามันฉลาดเฉลียวทำงานเก่ง แถมยังขาวกว่าพวกทาสทั่วไป ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส อยากฟัดให้สาแก่ใจสักครั้ง

จู่ๆ ขณะเกิดการชุลมุนเสียงกูลีกูลูของพวกเขาก็เงียบลง วิสกี้ยามนี้ถูกลากเข้ามาถึงแคร่ไม้ไผ่เล็กด้านใน เขาถูกชายสองคนกดมือซ้ายขวาไว้เหนือหัว

แต่เพียงครู่ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าเผ่าก็มายืนอยู่ตรงหน้า

“ท่านชายจะร่วมสนุกด้วยหรือขอรับ?”

นอกจะถูกกดแขนและขา มือของใครสักคนยังปิดตาเขาไว้ วิสกี้ได้ยินเสียงพูดคุย อูก้า อูก้า

“โอ๊ย! พวกอุบาทว์ปล่อยมือผมนะ ปล่อยโว้ย ปล่อย!”

ต่อให้รู้ว่าพวกเขาฟังไม่เข้าใจ แต่ยามมีโทสะวิสกี้ก็อดไม่ได้ที่จะตะคอกเสียงดัง

ใครจะคาดคิดพอเอ่ยเช่นนั้นแล้วมือที่ถูกกดซ้ายกดขวาจะถูกปลดปล่อยจริง แถมตาที่โดนปิดไว้ยามนี้มือก็ผละออกให้ เขาพอลืมตาขึ้นก็พบกับนัยน์ตาดุดัน หว่างคิ้วเข้มขมวดเป็นปม เขาผู้นี้มีใบหน้าคมขำองอาจ ริมฝีปากหนาได้รูป สองแก้มบึ้งตึง

เออ...ดูก็รู้ว่าเขากำลังโมโห วิสกี้ต้องลอบด่าทอ คนถูกขืนใจเป็นเรา แล้วหมอนี่มาหน้าบูดทำไม มันต้องเป็นเขาสิที่ไม่พอใจ

“ออกไปให้หมด อย่ามาแตะต้องเด็กคนนี้”

นี่เป็นคำกล่าวของคาโรเอง หากแต่วิสกี้ได้ยินเป็นภาษากูลีกูลู สิ้นเสียงของเขาชายชาวป่าทั้งสี่ก็เดินออกจากกระท่อมไม้ด้วยสีหน้าผิดหวัง

“นายท่าน น้องวิสจะไหวหรือขอรับ ข้าว่าพวกเราก่อความวุ่นวายดึงความสนใจเพื่อช่วยเขาดีไหม อย่างมากก็ถูกจับโบยคนละหลายสิบที”

ผู้พูดชื่อบาเซียง เขาเป็นบ่าวที่ติดตามเอไลน์ ขณะนี้คนทั้งสามกำลังยืนเอาใจช่วยสหายรุ่นเยาว์อยู่ในที่ห่างไกล

“เจ้าไปนำไฟมาเผากระท่อมข้างๆ นั่น เราสาบานเป็นพี่น้องกันแล้ว ย่อมต้องลำบากไปด้วยกัน ใครจะมาทำอะไรน้องของเราไม่ได้”

เอไลน์เห็นวิสกี้หายไปนานหลังไปส่งอาหารจึงชักชวนลูกน้องออกตามหา คิดไม่ถึงจะเจอภาพเขากำลังถูกชาวป่าดุร้ายฉุดกระชากลากจูงเข้าไปยังที่ลับตา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอไลน์พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ช่วงแรกๆ ที่เขาถูกจับมาทำงานในค่ายใหม่ๆ เขาเคยเห็นทาสแรงงานที่ทำงานด้วยกันถูกขืนใจมาหลายคนแล้ว


บทก่อนหน้า
บทถัดไป