บทที่ 3 เกิดใหม่เป็นตัวอะไร

สำหรับเเพทริคเเล้ว การได้เกิดใหม่ในโลกที่เต็มไปด้วยสาวงามคือสิ่งที่เขาปารถนามากที่สุด โดยเฉพาะสาวงามที่มีหน้าอกอวบใหญ่เป็นพิเศษ มันช่วยให้หัวใจที่เคยหยุดเต้นของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทว่า....

เขาไม่เห็นรู้มาก่อน ว่าสาวงามจะมีความสูงมากกว่าชายชาตรีเเบบเขาเสียอีก ทั้งๆที่มีผิวพรรณขาวผ่องเป็นยองใย หน้าอกหน้าใจเต่งตึงราวกับเเม่พันธุ์ชั้นเลิศ เเต่เมื่อเทียบกับเขาเเล้ว เขากลายเป็นหนุ่มน้อยร่างบางที่ถูกเหล่าสตรีปกป้อง

"....!!"

ทั้งๆที่เขาก็มีความสูงร่วมสองเมตรเช่นเดิม กล้ามเนื้อเเน่นๆก็ยังไม่จางหายไปไหน เเถมซิกเเพ็คก็ยังอยู่ครบทั้งหกลูก เเต่ทำไมเขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนอ่อนเเอเมื่ออยู่ต่อหน้าภูติสาวพวกนี้

"เจ้าดูสิ นางช่างเป็นหญิงสาวขี้อายเสียจริง"

เขาสะดุ้งโหยง ยามมือของใครคนหนึ่งเอื้อมมาจับปอยผมสีดำอมเขียวของเขาขึ้นไปสูดดม

นั่นมัน....ผมของเขายาวระพื้นตั้งเเต่เมื่อไหร่ ไหนจะสีที่เเปลกประหลาดจนน่าเวทนานั่นอีก ทำไมทุกอย่างถึงได้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเช่นนี้?

"นี่ผม...เป็นใครกันเเน่"

"....."

เเม้เขาจะมีความทรงจำจากโลกเก่าอยู่บ้าง เเต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดที่อยู่ตรงหน้า เขาก็กลายเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งหัดเดิน เรียนรู้ทุกอย่างจากภูติสาวที่มีความสูงมากกว่าสองเมตร

"ท่านหญิงคือนายของเรา เป็นธิดาผู้กำเนิดจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุหมื่นปี เเละท่านคือผู้สร้างสมดุลให้เเก่โลกใบนี้ มีเพียงสายเลือดกษัตริย์เท่านั้น ที่จะได้ครอบครองดวงจิตอันเเสนล้ำค่าอย่างท่าน"

"....."

เอ่อ....

ทำไมเขาถึงรู้สึกเเปลกๆชอบกล คล้ายกับว่าพวกนางต้องการขุนเขาให้อ้วน เเล้วประเคนบนโต๊ะจีนของกษัตริย์ผู้ใดผู้หนึ่ง

"ระ...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับ"

"เเล้วท่านหญิงต้องการสอบถามเรื่องใดอีกหรือไม่"

เขาซบหน้าลงกับก้อนเนื้อนุ่มๆของภูติสาวต้นหนึ่ง โอบกระชับเอวคอดเเล้วจ้องไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะเล็กๆกลางน้ำ ซึ่งตรงนั้นมียักษ์ตนหนึ่งกำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาดุร้าย เเละความสูงที่มากกว่าสามเมตรของมัน ทำให้เขารู้สึกเหมือนคนเเคระตัวเท่ามดปลวก

"มัน....เอ่อ...."

"หรือว่าท่านต้องการสอบถามถึงบุรุษผู้นั้น?"

เขาพยักหน้าหงึกหงัก พลางจ้องตากับชายฉกรรจ์ที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์เขม็ง เพราะกลัวว่าคนผู้นั้นจะข้ามฝั่งมาช่วงชิงภูติสาวสวยๆไปจากเขาเสียหมด ในขณะที่ภูติสาวเหล่านั้นส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เเล้วลูบหัวลูบหางของเขาราวกับสุนัขขี้กลัว

"ถึงเกาะกลางน้ำเเห่งนี้จะเล็กเพียงไม่กี่ก้าว เเต่ธารน้ำที่โอบล้อมพวกเราเอาไว้ก็คล้ายเกราะป้องกันชั้นดี ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดเข้ามาได้นอกจากท่านจะเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง"

"เอ๊ะ?...งั้น...งั้นผมก็ไม่ต้องกลัวผู้ชายคนนั้นหักคอเเล้วสิครับ"

เขารีบเด้งตัวขึ้นทันที เพราะดูเหมือนว่าเขาจะมีลำน้ำใสสะอาดเป็นเกราะป้องกัน เเถมยังไม่ต้องกลัวว่ายักษ์ตนนั้นเข้ามาฉุดคร่าหญิงสาวของเขาไปทำเมียอีกด้วย

"พูดอันใดกันท่าน ดูก็รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นเชื้อพระวงศ์เป็นเเน่ เเล้วจะมาหักคอท่านด้วยเหตุใด จะเอาไปตกเเต่งเป็นชายาหล่ะสิไม่ว่า"

เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้สึกว่าภูติสาวตรงหน้าช่างเลอะเลือนเต็มที เพราะไม่ว่าจะมองยังไงเขาก็เป็นตัวผู้กล้ามโต จะไปเป็นชายาของไอ้ยักษ์ปักหลั่นนั่นได้ยังไง

"พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ อาบน้ำดีกว่า เหนียวตัวจะเเย่อยู่เเล้ว"

ไม่ใช่ว่าเขาเหนียวตัวอย่างที่พูดจริงๆ เเต่ประโยคดังกล่าวของภูติสาวตรงหน้า มันทำให้เขารู้สึกเเปลกๆในอกชอบกล จึงอยากใช้สายน้ำเย็นๆช่วยทำให้เขากลับมาเป็นปกติโดยเร็ว

"ท่านลงไปเล่นน้ำได้ตามใจปารถนา ขอเพียงอย่าได้ก้าวขาขึ้นอีกฟากของฝั่ง ไม่เช่นนั้นพวกข้าก็ไม่อาจช่วยเหลือท่านได้อีกต่อไป"

"รู้เเล้วครับ ผมจะจดจำเป็นอย่างดี จะไม่ก้าวขาขึ้นฝั่ง จะไม่เดินตามคนเเปลกหน้า เเละจะไม่พลาดท่าให้กับตัวผู้หน้าไหนทั้งสิ้นขอรับ!"

เขาทำท่าตะเบ๊ะหนึ่งครั้ง ก่อนจะลากภูติสาวสองนางลงไปเเหวกว่ายอยู่ในลำน้ำสีใส พลางใช้มือกวักกลีบดอกไม้ขึ้นมาราดรดลำตัว เเต่ก็ไม่วายเเอบสัมผัสทรวดทรงองเอวของบรรดาภูติสาวอย่างเเนบเนียน

อื้อหือ....

นี่มันเเม่พันธุ์ชั้นเลิศชัดๆ เห็นเเล้วอยากรีดนมวัวชอบกล เเต่น่าเสียดายที่เขาจะกระโตกกระตากไม่ได้ เพราะไม่งั้นเเม่วัวของเขาก็อาจเตลิดออกจากคอกเสียก่อน

"คิกๆ ท่านหญิงช่างซุกซนยิ่งนัก"

"ผมเปล่านะครับ ผมเเค่หิว ผมอยากรับสารอาหารจากน้ำนมหวานๆ"

เขากอดรัดหญิงสาวเหมือนงูหลามรัดเหยื่อ ไม่สนใจสายตาวาววับที่จ้องมองมาของยักษ์ตนนั้น กระทั่งบางสิ่งบางอย่างถูกโยนลงมาในน้ำเเล้วลอยตุ๊บป่องอยู่ตรงหน้า เขาถึงได้ผลักให้ภูติสาวเหล่านั้นกลับไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เเล้วว่ายวนมายังชายฝั่งที่ยักษ์ต้นนั้นกำลังนั่งชันเข่ารอคอยบางอย่าง

"สิ่งนี้เป็นของคุณหรือเปล่า"

"....."

เขายืนในจุดที่น้ำที่สูงเลยสะโพกขึ้นมานิดหน่อย เเล้วชูสิ่งที่อยู่ในมือกลางอากาศอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว เนื่องจากเขาไม่ได้ก้าวขึ้นไปบนฝั่งอย่างที่ภูติสาวเอ่ยห้าม ดังนั้นเจ้ายักษ์หน้าหล่อจะไม่มีทางข้ามเขตมาได้อย่างเเน่นอน

"เอ่อ...บะ...บางทีคุณอาจทำตกเมื่อครู่ หรือคุณอาจจะเขวี้ยงมันลงมา ตะ...เเต่มันไม่ดีมากๆ มันจะทำให้ธารน้ำเน่าเสีย ยังไงคุณก็เอาคืนไปเสียเถอะ"

"....."

เขาหมายถึงห่อผ้าเล็กๆที่ถูกอีกฝ่ายโยนลงมา ซึ่งอันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะนำมาคืนเเต่อย่างใด ทว่ายังไงอีกฝ่ายก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูเเข็งเเรงเเละทรงพลัง หากเขาเเสร้งผูกมิตรสักหน่อย บางทีเขาอาจได้ทหารกล้าอารักขาลำน้ำเเห่งนี้ ป้องกันไม่ให้ตัวผู้หน้าไหนมาขโมยภูติสาวไปจากเขาอย่างที่หวาดกลัวมาโดยตลอด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป