บทที่ 2 ตอนที่ 1
เทียนวิ่งหอบมาถึงท้ายตลาด สภาพตอนนี้แทบจะห่อลิ้นเป็นหมา เพิ่งจะพ้นความตายมาไม่ทันไร นี่เกือบจะมาตายอีกรอบแล้ว หากไม่ใช้ทักษะการเอาตัวรอดมีหวังถูกโจรใจโฉดฆ่าทิ้งแน่
ขนาดเห็นแค่ตาก็สัมผัสได้เลยว่าต้องเป็นคนชั่ว เทียนกลืนน้ำลายลงคอแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นปูนข้างตรอกซอย ไม่รู้เลยว่าตัวเองวิ่งมาไกลแค่ไหน จะกลับถูกหรือเปล่าก็ไม่ได้คะนึงถึง คิดแค่ว่าเขาไม่อยากตายเป็นรอบที่สอง ไหน ๆ ก็ได้มาอยู่ในยุคย้อนกลับเกือบร้อยปีก็ขอใช้ชีวิตตัวประกอบให้คุ้มเสียหน่อย
เขาผ่อนลมหายใจออกมา พลันนึกไปถึงสายตาของคนที่ตนเพิ่งจะหนีพ้นมา ยอมรับตรง ๆ ว่าเห็นแค่ครั้งแรกอีกฝ่ายเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา ดูน่าเกรงขามจนแทบไม่กล้าสบตา ยิ่งเห็นตอนกระสุนปืนเด้งออกจากตัวมันเหมือนกับในหนังไม่มีผิด อยากรู้จริง ๆ ว่าใช้อาคมบทไหน เขาจะได้ขอยืมมาใช้ป้องกันตัวบ้าง
คิดเพ้อเจ้ออยู่นาน ก่อนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนี้น่าจะเที่ยงวัน เพราะอากาศค่อนข้างร้อน เทียนเลยลุกขึ้นใช้มือปัดฝุ่นที่ก้นแล้วเดินออกไปตามตรอกซอยเพื่อหาทางกลับบ้าน เขาคงต้องหาเวลามาเดินเที่ยวเพื่อจดจำสถานที่ต่าง ๆ จะได้ไม่พลัดหลงเหมือนวันนี้
อาจต้องใช้เวลาปรับตัวหลายอย่าง ทำไมเขาถึงไม่ได้ความทรงจำของเจ้าของร่างมาบ้างนะ เผื่อจะได้ทำอะไรง่ายขึ้น
"ขนกันให้มันเร็ว ๆ "
ระหว่างกราดสายตามองไปทั่วทั้งผืนป่า คชาก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้มเมื่อคนของเขาเริ่มทำงานกันช้าลงทั้งที่มนต์ปิดป่ากำลังจะเสื่อมหากไม่รีบกลับเข้าไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
"พี่คชา ฉันว่าพวกมันเริ่มไม่ไหวกันแล้ว" สมพรหนึ่งในคนสนิทของคชารีบเดินเข้ามาแจ้งผู้เป็นนายเหนือหัวสูงสุด เพราะไม่คิดว่าพวกทางการจะวางแผนตลบหลังพวกเขา นั่นเลยทำให้หมู่โจรเกิดบาดเจ็บหลายคน ถึงแม้จะมีอาคมของพี่คชาค่อยป้องกันอยู่ แต่มันไม่เพียงพอ
"เอาเท่าที่ขนได้ ส่วนที่เหลือฝังดินเอาไว้ก่อน"
"ครับพี่"
"ไว้ให้พวกมันรักษาตัวหายค่อยกลับมาใหม่" คชาพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป ริมฝีปากหยักได้รูปเอ่ยพึมพำบทสวดบางอย่าง ก่อนจะมีหมอกหนาเข้าปกคลุม ระหว่างที่เขากำลังท่องมนต์มันต้องยกแขนขึ้น สายตาดันเหลือบไปเห็นรอยฟันซี่คมซึ่งยังฝังอยู่บนแขนของเขาไม่หายสักที คชาถอนลมหายใจออกมาทั้งสีหน้าหงุดหงิด อาคมตอนนั้นเขาเสื่อมหรืออย่างไร ทำไมไอ้เด็กจิ๋วนั่นมันถึงกัดเข้าเนื้อ กลายเป็นบาดแผลจนมีเลือดซิบขนาดนี้
รังโจรของเขาอยู่ท้ายหุบเขาที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามา เนื่องจากเป็นป่าทึบน่ากลัวเหมาะที่จะเป็นที่ซ่องสุมไม่น้อย การกลับมาของคชาทำให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ต่างรีบวิ่งกรูเข้ามาหานายเหนือหัวทันที
"เป็นอย่างไรบ้าง พวกเราเป็นห่วงแทบแย่หลังจากทราบข่าว" ป้าประนอมเข้ามาไถ่ถามพลางใช้สายตาสำรวจบาดแผลบนเรือนร่าง ทุกคนในนี้ต่างยกให้คชาเป็นเจ้าชีวิต ตั้งแต่ถูกพาตัวมาที่นี่พวกเขาต่างไม่ต้องอดอยากหรือหาเช้ากินค่ำ เสือคชามักออกปล้นเฉพาะคนรวยโกงกินเท่านั้น
อาจจะได้ชื่อว่าเป็นรังโจร แต่มันไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด
"กินอะไรกันหรือยัง"
"ยังเลย พี่คชาหิวไหม พวกเราจะได้ไปเตรียมสำรับให้" หนึ่งในหญิงสาวรีบถามขึ้นทันที พวกเธอเองเป็นหนึ่งในคนที่ถูกพาตัวมา แต่กลับเลือกจะเข้าข้างหมู่โจรมากกว่าตำรวจในคราบตัวร้าย ทุกคนต่างรู้ดี มีเพียงพวกในเมืองเท่านั้นที่ยังคงคิดว่าเสือคชาคือคนน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้ แต่สำหรับพวกเธอ ผู้ชายคนนี้เป็นคนให้ชีวิตใหม่
"ไม่ต้อง พวกมึงคอยไปดูแลพวกที่บาดเจ็บพอ แล้วก็ไปหาอะไรลงท้องให้เรียบร้อย" คชาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเหน็บปืนลงข้างเอว ช่วงขายาวก้าวเดินกลับไปยังเรือนของตนที่อยู่ห่างออกจากคนอื่นประมาณสามสี่ร้อยวา
กระดุมเสื้อเม็ดขาวถูกปลด พร้อมเสื้อสีดำทมิฬที่ถูกกระชากออกจากร่างกาย ใบหน้าคมคร้ามเรียบนิ่งไม่มีใครสามารถเดาอารมณ์ได้ เขาสวมผ้าขาวม้าแล้วนั่งลงข้างโต๊ะหมู่บูชา ลมหายใจถูกผ่อนออกมาแผ่วเบา วันนี้มีเรื่องรบกวนใจหลายอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้คชาหงุดหงิดคงไม่พ้นรอยฟันบนแขน
"อย่าให้เจอตัวอีกรอบเชียว" พึมพำออกมาเสียงเบา พลันหางตาเหลือบไปเห็นสัตว์เลี้ยงตัวโตที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามาฟุบลงบนตักเขา
"อ้อนอะไรของมึงอีก"
เสือโคร่งตัวโตพอถูกเจ้านายถามก็เพียงช้อนสายตามองคล้ายแมวตัวหนึ่งที่ต้องการออดอ้อน คชาผ่อนลมหายใจออกมา
"อยากออกไปล่าหรือไง" พอเขาถามเช่นนี้ มันก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงคลอ
"ช่วงนี้ตำรวจกำลังชุม อยู่ที่นี่ไปก่อน" พอถูกปฏิเสธเสือร้ายถึงกับนอนหงายลงเหมือนกำลังจะเอาแต่ใจ แต่พอถูกคชาจ้องมองมันถึงยอมสยบทุกอย่างแล้วเดินคอตกไปนอนมุมห้อง คชาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วเริ่มสวดมนต์ เขามักใช้เวลานี้ยามว่างนั่งสวดมนต์ได้เป็นวัน ๆ
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกเรียกให้คชาเหลือบตามอง
"เข้ามา" เป็นน้ำเสียงทุ้มสั้น ๆ ก่อนสมพรจะรีบคลานเข่าเข้ามา
"ข้าวสารใกล้หมดแล้ว พวกมันลืมตรวจเช็กก่อนเราออกไป" สมพรอึกอักระหว่างบอก เพราะเขารู้ว่าไม่สมควรออกจากชุมโจรบ่อย ๆ เนื่องจากตอนนี้ทางการเข้มงวดขึ้นมาก ชาวบ้านหรือประชาชนต่างพากันประท้วงเรื่องที่ทางการไม่สนใจหรือคิดจะทำอะไรพวกเสือที่ออกปล้นชาวบ้าน มันไม่ได้มีแค่กลุ่มของคชาเพียงกลุ่มเดียว
"อืม มะรืนนี้เดี๋ยวกูพาคนออกไปเอง"
"...."
"บอกพวกมันทีหลังต้องเช็กข้าวของเครื่องใช้ทุกครั้ง ถ้าพวกตำรวจเข้มงวดขึ้นกว่านี้ พวกมึงได้อดตายแน่" คชาตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะหลับตาลงนั่งสมาธิ สมพรก้มหัวให้คชาเพราะความเคารพ ก่อนจะค่อย ๆ คลานเข่าออกไปเพื่อไปแจ้งเรื่องนี้กับคนอื่น
๒ วันต่อมา
คชาเดินลงมาจากเรือนขนาดปานกลาง วันนี้เขาและพรรคพวกต้องออกไปตุนเสบียง คชาให้สมพรจัดการแจกจ่ายเงินเพื่อแยกกันไปซื้อของ
"ทำตัวให้เหมือนชาวบ้านปกติ และที่สำคัญ..อย่าเด่นให้คนสนใจ" คชาย้ำกับทุกคนก่อนจะสวมหมวกปีกสีน้ำตาลเข้ม มือใหญ่ลูบลงบนช่วงลำคอของม้าคู่ใจ เพราะเขามักจะใช้มันเป็นพาหนะสำหรับเดินทางเสมอ
คชาท่องมนต์เปิดป่าไม่เกินหนึ่งนาที เขาเพียงใช้สายตาทุกคนก็ต่างรีบออกเดินทางเพราะควรกลับมาก่อนพลบค่ำ ซึ่งใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองนานถึงสองชั่วโมง ทุกคนพากันแยกออกจากกัน ไม่เกาะเป็นกลุ่มให้ใครสงสัย
วันนี้สวมใส่เชิ้ตสีดำปลดกระดุมและเสื้อกล้ามด้านในสีขาว ไม่ได้ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าสีดำ เพราะอย่างนั้นเลยมักจะตกเป็นที่สนใจของหญิงสาวมากมายกับความหล่อคมเข้มเด่นหรามาแต่ไกล ร่างสูงตระหง่านเดินเลือกซื้อของไปตามทาง
"อ๊ะ..ขอโทษนะจ๊ะ" คชาเหลือบมองหญิงสาวที่ดูก็รู้ว่าตั้งใจเดินเข้ามาชนเขาเพื่อเรียกร้องความสนใจ นั่นทำให้คชาเพียงเมินหล่อนแล้วเดินออกมา โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้ทำให้เธอเสียหน้ามากแค่ไหน
"ร้านนี้ชาแดงอร่อยนะพี่ ลองกินดูไหม" สมพรชะโงกหน้าเข้ามาหาคชาพลางเอ่ยพูดเชิญชวน เขาเคยลองกินดูแล้ว อร่อยใช้ได้
"อืม.." คชาตอบสั้น ๆ ก่อนจะจัดหมวกปีกของตนเองให้ดี ช่วงขายาวก้าวเข้าไปในร้าน
"พี่ไปนั่งเลย เดี๋ยวฉันสั่งให้" สมพรรีบบริการคชาอย่างดี ทว่าเสียงเจื้อยแจ้วของใครบางคนมันทำให้คชาอดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง แต่เลือกจะไม่หันไปมอง
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าเอ็งจะรอดออกมาได้ ขนาดดวงซวยหนีเข้าไปในตรอกซอยเดียวกับเสือคชา"
"เรื่องแบบนี้มันพึ่งดวงอย่างเดียวไม่ได้ ตอนฉันโดนมันจับตัวนะ ไม่ต้องออกแรงดิ้นมาก ใช้แค่กำปั้นเสยหน้ามันจนหงายทีเดียวเลย"
และคำพูดของคนด้านหลังมันทำให้เขาขมวดคิ้ว เพราะไม่รู้ว่าตนเองไปโดนต่อยเสยหน้ามาตั้งแต่เมื่อไร เสียงเจื้อยแจ้วนั้นยังโม้ต่อไม่หยุดจนเขาต้องหันไปมอง สมพรเองแสดงทีท่าไม่พอใจที่นายของตนโดนดูถูกโดยไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คชายกมือขึ้นปรามคนของตนระหว่างกอดอกคอยฟังว่าจะพูดอะไรต่อ
"มันพูดแบบนี้หยามเราชัด ๆ นะ"
"ฟังไปก่อน"
สมพรนึกแปลกใจ เพราะพี่คชานอกจากจะไม่โกรธแล้วยังนั่งเงียบยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งราวกับกำลังยิ้มเยาะ พวกชาวบ้านที่ได้ฟังเรื่องราวของเทียนก็ต่างให้ความสนใจไม่น้อย รวมไปถึงชะเอมที่นั่งอ้าปากค้าง เพราะปกติแล้วเพื่อนของเขาจะขี้กลัวมากกว่าใคร หากสายของเสือคชามาได้ยินเข้า ไม่กลัวจะถูกสั่งเก็บหรือไง
"เรื่องมันก็มีเท่านี้แหละ" เทียนยกแก้วโอเลี้ยงขึ้นดื่มหลังจากพูดจนน้ำลายแห้ง
"ไม่อยากเชื่อเลย ตั้งแต่ได้ยินมาไม่เคยมีใครได้ใช้มือต่อยหน้าเสือคชาได้สักคนเดียวนะ มันจะเป็นไปได้หรือไอ้เทียน" ลุงสมรพักการชงน้ำแล้วหันมาถาม
"ก็ทำไปแล้วอะ ลุงไม่เชื่อก็ตามใจ" เทียนไหวไหล่
"งั้นข้าเลือกไม่เชื่อดีกว่า"
"เอ้า!" เทียนร้องเอ้าทันที นั่นทำให้คชาหลุดหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ แต่ก็มีเพียงสมพรที่ได้ยิน พอลุงสมรเริ่มเอ่ยปากว่าไม่เชื่อทุกคนก็ต่างเห็นด้วยกับลุงสมรเลยพากันเดินออกจากร้านไป
"นี่ ฉันพูดเรื่องจริงนะ ไอ้เสือคชาอะไรนั่นมันโดนฉันต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้า ไม่อย่างนั้นจะหนีออกมาได้ยังไงเล่า"
"พอ ๆ เลิกโม้เถอะ" ชะเอมส่ายหน้าปรามเพื่อน พอได้พูดเข้าหน่อยไหลยาวเป็นต่อยหอย เทียนผ่อนลมหายใจออกมาแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
ในระหว่างที่เพิ่งเสร็จธุระ เขาทันได้เห็นชะเอมเดินมาหลังร้านด้วยท่าทางแปลก ๆ แต่พอได้เห็นอีกฝ่ายเทยาบางอย่างลงในแก้ว มันทำให้เขาสงสัยและต้องการที่จะรู้ว่าทำไปให้ใคร
"ต้นรัก.." เทียนพึมพำชื่อนายเอก ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในร้าน เห็นชะเอมกำลังยิ้มแย้มวางแก้วลงบนโต๊ะเหมือนกำลังแกล้งทำดีด้วย เทียนยืนเม้มริมฝีปากเพราะนึกแผนไม่ทัน ครั้นจะยืนอยู่ตรงนี้นานก็ไม่น่าจะช่วยต้นรักทัน
ไหน ๆ ก็ได้รับบทร้ายมาแล้ว ขอแสร้งเล่นสักหน่อยแล้วกัน การเป็นชลลี่มันไม่น่าจะยากอะไร
ปึง!
มือเรียวทุบลงบนโต๊ะ ก่อนต้นรักจะช้อนสายตาขึ้นมองเทียน ทำเอาหัวใจดวงน้อยแทบแหลกสลายที่ต้องเข้ามาทำร้ายลูกตัวเอง
"บ้านจนหรือไงถึงต้องให้คนอื่นเลี้ยงน้ำ"
"ขะ..โทษ" ต้นรักก้มหน้าลงหงอย
แรงไปหรือเปล่านะ..
เทียนเม้มปากแน่นแล้วหยิบแก้วนั้นขึ้นมา
"นายทำให้บรรยากาศในร้านไม่น่าอยู่เลยอะ ช่วยไสหัวออกไปได้หรือเปล่า" ไม่ต้องมาที่นี่อีกเลยก็ดี เพราะชะเอมชอบมาสิงสถิตอยู่ร้านลุงสมรเป็นประจำ
"อืม.."
"กินเถอะ เทียน..ทำอะไรของนาย" ชะเอมจ้องเทียนเขม็งคล้ายกำลังจะสื่อบางอย่าง ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูน่ากดดัน เทียนเลยทำท่าจะเทชาแดงทิ้งลงบนพื้น หากไม่ถูกใครบางคนคว้าข้อมือเข้า
"พ่อแม่ได้อบรมสั่งสอนมาหรือเปล่า ถึงมาทำตัวก้าวร้าวแบบนี้"
เทียนเงยหน้าขึ้นมองแล้วต้องชะงักไปเพราะนัยน์ตาคมนั้นดูน่ากลัวจนเขานึกคุ้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจ เพราะเขาต้องรีบเทน้ำแก้วนี้ทิ้งเสีย
"ปล่อยนะเว้ย!"
"คืนน้ำเพื่อนไป" คชาพูดเสียงนิ่งจ้องใบหน้าของเด็กตรงหน้า
"คุณมายุ่งอะไรด้วย ปล่อยนะ!" เทียนพยายามยื้อแย่งแก้วกลับคืนมา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะแรงเยอะกว่าเป็นหลายเท่า ชะเอมที่เห็นท่าไม่ดีเลยทำท่าจะเข้าไปช่วยเทียน แต่เพื่อนของเขากลับตวัดแก้วในมือจนสาดใส่ต้นรักซึ่งนั่งอยู่ แก้วใบสวยตกแตกกระจายลงบนพื้น
"เป็นอะไรหรือเปล่า" คชาเอ่ยถามเด็กหนุ่มตรงหน้าที่นั่งน้ำตาซึม
"มะ..ไม่เป็นอะไรครับ" ต้นรักตอบเสียงสั่น คชาเลยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าแล้วจัดการซับน้ำบนตัวให้บางส่วน
"กลับไปได้แล้ว"
"คะ..ครับ" ต้นรักตอบเสียงอึกอักพลางเชยสายตาขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าที่ใจดีกับเขาแม้จะเจอกันครั้งแรก
เทียนกลืนน้ำลายลงคอ อยากจะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน เพราะตอนนี้เขาคงเป็นตัวร้ายที่สุดสำหรับต้นรักไปแล้ว คชาเหลือบมองเทียนที่ยืนอยู่กับที่ เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าดื้อ แต่ไม่คิดว่าจะเกเรมากขนาดนี้
เทียนยืนกอดอกหน้าถมึงทึง มันจะไม่แย่ขนาดนี้ถ้าไม่มีคนเข้ามายุ่ง เทียนกรอกตามองบนแล้วเดินหนีออกไป
ส่วนคชาพอเห็นผงขาว ๆ บนเศษแก้วที่เขากำลังเก็บก็ชะงักไป คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"เดี๋ยว"
ในขณะที่เทียนกำลังเดินออกไป จู่ ๆ ตาลุงนั่นดันมายืนซ้อนทางด้านหลัง เขาหันไปมองอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้ว
"ถ้าอยากจะช่วยเขา แล้วทำแบบนั้นทำไม" คชาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ใคร"
"แค่อยากรู้"
"ใครอยากพูดด้วย"
เทียนตอบเสร็จก็ลอยหน้าลอยตาแล้วหมุนตัวเดินหนีออกไป ทิ้งให้คชายืนเงียบกริบเพราะไม่เคยมีใครพูดแบบนี้ใส่เขา ดวงตาคมหรี่มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังจะลับสายตา
มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มุมปากหยักกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อย ปากแจ๋ว ๆ แบบนี้ น่าจับมาดูดปากสั่งสอน
TBC.
แงง คนมีคนชอบออยก็ดีจัยย ตอนแรก ๆ ไม่ค่อยมีอะไรนะคะอิอิ คชาแกกำลังยิ้มตอนมองน้องอะ
ขอเม้นโหน่ยยย
