บทที่ 3 ตอนที่ 2
"ลองกินดูก่อน ข้าว่าจะไปซื้อขนมร้านยายแกมาขายคู่กับน้ำชง" ลุงสมรวางถ้วยขนมลงตรงหน้าเด็กทั้งสองที่เป็นเจ้าประจำ ดูเหมือนสองอาทิตย์ให้หลังเทียนมันจะมาร้านเขาทุกวัน แถมยังพูดคุยเจื้อยแจ้วผิดวิสัยของมันราวกับเป็นคนละคน
"อร่อยอะ ฉันบอกลุงแล้วว่าน้ำชงแบบนี้ต้องกินคู่กับขนมหวาน" เทียนพูดระหว่างซัดขนมเข้าปาก รสชาติอร่อยต่างจากปัจจุบันไม่มาก มันกลมกล่อมแปลก ๆ เพราะเขาเหมือนได้ย้อนมากินขนมยุคเก่า หลังจากซัดจนปากมันแผล็บ เทียนก็หยิบน้ำชาไทยขึ้นมาดื่มตบท้าย ..หมดแก้วพอดี
"ช่วงนี้กินเก่งขึ้นนะเทียน เมื่อก่อนเหมือนแมวดมมากกว่าอีก" ชะเอมพึมพำ เขาเพิ่งชิมไปได้สองสามคำแต่เพื่อนตัวจ้อยตรงหน้ากลับซัดหมดจานไปเป็นที่เรียบร้อย
นับเป็นหนึ่งวันที่ผ่านไปอย่างเรียบง่าย กระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางภูมิฐาน มันทำให้เทียนซึ่งกำลังตักขนมกินต่ออ้าปากค้าง
"โอเลี้ยงเย็นแก้วหนึ่งจ้ะ"
"...." ดวงตากลมกะพริบสองทีราวกับกำลังอึ้งในความหล่อเหลาเหมือนผู้ดีตีนแดงที่เพิ่งออกจากรั้ววัง
"อ้าว ยงยุทธลุงไม่เจอเอ็งตั้งนาน หายไปไหนมา"
พอได้ยินชื่อที่เอ่ยออกมาจากลุงสมร พลันช้อนเล่มเล็กตกลงกระแทกจาน เทียนเม้มริมฝีปากตาเป็นประกายเพราะเจอคนที่ตนชื่นชอบ
ในบทบรรยายว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อโฮกกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก
ยงยุทธ อรุณพิบูลย์ พระรองสุดหล่อที่ตกหลุมรักนายเอกของเรื่องอย่างไม่มีข้อกังขา เป็นหนึ่งในตัวละครที่ดีและสุภาพบุรุษมากที่สุดในเรื่องเลยก็ว่าได้ ไม่แปลกนักหากเทียนจะมองด้วยนัยน์ตาชื่นชมเสียจนชะเอมลอบจับสังเกต
"ผมไปสอบราชการมาครับ"
"เอ้อ ๆ เอ็งมันสมองดี ไว้รับราชการได้เมื่อไร มากินขนมร้านลุงฟรีได้ทุกอย่างนะ" ลุงสมรหัวเราะภูมิใจไปกับยงยุทธที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
"ขอบพระคุณครับ"
ขนาดน้ำเสียงยังอ่อนโยนชวนฝัน ทำเอาเทียนกักเก็บความเขินเอาไว้ไม่มิด ไหน ๆ พระเอกต้องคู่กับนายเอกแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ขอคู่พระรองแล้วกัน
อนาคตเป็นถึงปลัดยงยุทธผู้ที่มีคนนับหน้าถือตา ไม่โกงกินหรือปล่อยปละละเลยให้หมู่โจรล้นเมืองเท่าปลัดคนปัจจุบัน จึงไม่แปลกนักหากเทียนจะมองผู้ชายคนนี้ด้วยแววตาชื่นชม
"ขอโทษนะครับ ผมขอนั่งร่วมด้วยได้หรือเปล่า" น้ำเสียงสุภาพเอ่ยขึ้นระหว่างที่เทียนเผลอจ้องพ่อพระรองไม่วางตา พอรู้ว่าตัวเองกำลังจะดูโรคจิตเลยกระแอมในลำคอเบา ๆ ก่อนจะรีบตอบกลับไป
"นั่งได้เลยครับ นั่งเลย.." เทียนรีบลุกเข้าไปใช้มือปัดเศษฝุ่นที่เก้าอี้ให้ยงยุทธ ทำเอาชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นราวกับแปลกใจไม่น้อย เขาเดินมานั่งลงพร้อมโค้งหัวให้แทนคำขอบคุณ
"คุณปลัด เอ๊ย..คุณยงยุทธชอบกินตะโก้เหรอจ๊ะ" เทียนถามด้วยรอยยิ้ม ..เมื่อครู่เขาดันเผลอหลุดออกไปจนได้
ยงยุทธชี้มาที่ตนเอง เพราะจู่ ๆ โดนเรียกว่าปลัดทั้งที่เพิ่งจะเรียนจบได้ไม่นาน
"...." เทียนพยักหน้าหงึกหงัก
"เมื่อก่อนคุณแม่ท่านชอบทำให้กินบ่อย ๆ เลยค่อนข้างชอบมาก" ตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ขนาดนั่งคุยด้วยเขายังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากผู้ชายคนนี้เลย นี่แหละหนา..บทพระรองมักจะอาภัพรัก
เทียนเผลอชวนยงยุทธคุยเพราะลืมตัว แต่มันน่าแปลกใจที่อีกฝ่ายเองก็ยอมตอบคำถามเขาทุกอย่าง หากไม่ถูกชะเอมสะกิดคงไม่รู้ว่าตนเองกำลังเสียมารยาทอยู่
"ขอโทษนะ เราถามมากไปหน่อย" เทียนยกมือขึ้นเกาหลังลำคอ
"ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ" ยงยุทธระบายยิ้มอ่อนโยนออกมาเสียจนเทียนรู้สึกหม่นในใจที่ในอนาคตเขาต้องเห็นผู้ชายแสนดีคนนี้ต้องเสียน้ำตา
"เอาชาเย็นใส่น้ำแข็งกลับบ้านจ้ะ" เสียงนุ่มที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้เทียนต้องหันไปมอง ทว่ายังไม่ทันไรคนซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเขากลับรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาต้นรักที่ยืนสงบเสงี่ยมเพราะกลัวชะเอมและเทียนจะเข้ามาหาเรื่อง
"ต้นรัก..ต้นรักจริง ๆ ใช่ไหม"
"อะ..อื้ม ยงยุทธเหรอ" ต้นรักถามกลับ พอยงยุทธรู้ว่าเพื่อนสมัยเด็กจำตนได้ก็เผยรอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้า
"อื้ม ไม่เจอตั้งนาน" ยงยุทธยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมของต้นรัก ความเอ็นดูเต็มเปี่ยมไปทั้งนัยน์ตา มีเพียงเทียนเท่านั้นที่ได้แต่นั่งมองด้วยความขมในอก ขนาดเขามองอยู่ตรงนี้ยังรู้สึกเลยว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมากแค่ไหน
แต่ก็ไม่พ้นถูกชะเอมปั่นหัวจนเกือบตัดขาดความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เขาอ่านไม่ถึงว่ายงยุทธและต้นรักกลับมาคืนดีกันตอนไหน เหมือนนักเขียนจะลืมปมนี้ไปด้วยซ้ำ หรืออาจจะเฉลยตอนท้าย ๆ
"...." เป็นเพียงหนึ่งความคิดที่เข้ามาในหัวของเทียน หากเขาได้รับโอกาสให้เข้ามาเป็นตัวละครในนิยาย เป็นไปได้หรือเปล่าที่จะช่วยเปลี่ยนเรื่องราวทุกอย่างให้มันดีขึ้น
พอเห็นทั้งสองคนสนิทสนมกันแบบนี้ มันทำให้เทียนคิดว่าควรทำอะไรสักอย่างจริง ๆ ถ้าเปลี่ยนมันให้ดีได้เขาก็จะทำ
"เห็นแล้วหมั่นไส้" ชะเอมเหลือบตามองเพื่อนสนิทเหมือนต้องการความคิดเห็น
นี่อาจจะเป็นหนึ่งวิธีที่อาจช่วยให้เรื่องต่าง ๆ ในอนาคตดีขึ้น เพราะยงยุทธและเสือคชามักเชื่อในลมปากของชะเอม หากอีกฝ่ายรู้ว่าคนที่คอยยุยงไม่ใช่คนดีเสียตั้งแต่ตอนนี้ บางทีเรื่องบาดหมางอาจจะเบาบางลง เทียนพยักหน้าก่อนทั้งสองจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาต้นรักที่หน้าเริ่มซีดเพราะสายตาของชะเอมมันบ่งบอกว่ากำลังเข้ามาหาเรื่องเขา
"ซื้อไปให้ใครเหรอต้นรัก"
"ซื้อไปให้แม่.." ต้นรักก้มหน้าลง แม้เสียงพูดยังไม่กล้าเปล่งออกไปเลยด้วยซ้ำ เทียนเองที่เห็นความหงอของนายเอกที่เขารักและหวงมากก็อดไม่ได้ที่จะเจ็บแปลบ ๆ
"เอ็งเมื่อไรจะเลิกแกล้งต้นรักมันวะไอ้ชะเอม ไม่สงสารมันบ้างหรือไง"
"นี่ลุง มันเรื่องของเด็ก คนแก่อย่ามายุ่ง" ประโยคนี้เทียนโพล่งขึ้นทำเอาลุงสมรหน้าเหวอ
เดี๋ยวแผนเสียหมด เอ้อ!
"อ่าว ไอ้นี่ เอ็งจะไปเกเรมันทำไมนักหนา"
"มันช่วยไม่ได้ อยากเกิดมาหน้าโง่เอง" ชะเอมพูดต่อพลางกระตุกยิ้มเตรียมจะคว้าแก้วน้ำมาจากมือของต้นรัก ทว่าแขนกลับถูกยงยุทธจับเอาได้ทันท่วงที ก่อนจะถึงตัวต้นรัก เรียวคิ้วคมขมวดแน่นจ้องหน้าชะเอมนิ่ง
"ปล่อย มันไม่ใช่เรื่องของนายเหมือนกัน"
"ต่อให้ไม่ใช่..ฉันก็จะห้าม ชะเอมไม่มีสิทธิ์มาเกเรคนอื่นแบบนี้" พอยงยุทธเข้าโหมดจริงจัง เทียนยอมรับเลยว่ามันกร้าวใจไม่ใช่น้อย มุมปากสวยแอบยกยิ้มออกมา แต่ใส่ไฟเท่านี้มันคงไม่พอ เขาต้องทำให้ยงยุทธได้เห็นธาตุแท้ชะเอมมากกว่านี้
"ทำไม นายอยากเป็นเทพบุตรขี่ม้าขาวมาช่วยไอ้เด็กวัดจน ๆ งั้นเหรอ"
"ใช่ แล้วนายก็ไม่ควรด้อยค่าคนอื่นเพราะเขาไม่เหมือนนาย"
"ควรหรือไม่ควรมันอยู่ที่ฉันจะตัดสิน นายเพิ่งเข้ามาอย่าแส่เรื่องของคนอื่น" ชะเอมดึงข้อมือกลับ เขามองคนตรงหน้าที่ยืนหน้าซีดปากสั่น ไม่มีแม้ความเห็นใจเพราะชะเอมเกลียดมันเข้าไส้ เขาไม่ชอบที่ใคร ๆ ก็ต่างเข้าหาต้นรักมากกว่า ทั้งเพื่อนร่วมชั้น และคนที่ชะเอมแอบชอบ ยงยุทธเคยเป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกชอบยงยุทธเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่เจ็บใจจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เท่านั้นเอง ชะเอมชักมือกลับมาทั้งดวงตาแดงก่ำ
"เทียน กลับ!" ชะเอมถอนลมหายใจแรง ๆ ออกมา แล้วเดินกำมือแน่นออกจากตรงนี้ไป
แต่เทียนกลับเผลอยืนชื่นชมความหล่อของยงยุทธนานไปหน่อยเลยลืมที่จะเดินตามชะเอม กว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อยงยุทธลดสายตาลงมองเขา
"กลับก่อนนะ" เทียนบอกลา และเตรียมจะหันหลังกลับ ทว่าหน้าผากสวยดันชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคน
ปั่ก!
"โอ๊ย ใครมายืนขวางอีกแล้วเนี่ย!" เทียนกระแทกเสียงพูดระหว่างยกมือขึ้นลูบหน้าผากป้อย ๆ
"...."
พอได้เงยหน้าขึ้นมองเป็นอันต้องชะงัก สายตาที่ลดลงมองเขาเหมือนกำลังพอใจอะไรบางอย่างอยู่
"มายืนขวางทำไม" เทียนขมวดคิ้ว
"เธอเองหรือเปล่าที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ" คชาโน้มใบหน้าลงเอ่ยพูดกับเขา ทำเอาเทียนต้องหดคอหนี แต่สายตาใช่ว่าจะยอม ใช้คำว่าสั่นสู้ดีกว่า
"ลุงต่างหากที่มายืนซ้อนข้างหลัง" เทียนจ้องเขม็ง เรื่องนี้เขาไม่ผิดเสียหน่อย คชาเพียงหรี่ตาเล็กน้อย ไม่เคยโดนใครเรียกลุงมาก่อน แล้วก็รู้ดีว่าเด็กนี่จงใจใช้สรรพนามนี้เพื่อกวนเขา
"มาเกเรอะไรเพื่อนอีก" คชามองเลยไปยังสองคนด้านหลัง
เทียนยกแขนขึ้นกอดอกลอยหน้าลอยตา เป็นการกระทำที่ชวนน่าตีไม่น้อย
"แล้วลุงมายุ่งไรด้วย พ่อก็ไม่ใช่"
"...."
"เรื่องของเด็กไม่ใช่เรื่องของคนแก่สักหน่อย" เทียนตอกใส่หน้าเสร็จก็เตรียมจะเดินผ่านร่างสูงตระหง่านไป ทว่าแขนเขาถูกจับพร้อมรั้งให้เข้าหาเจ้าตัวจนเสียหลักกระแทกแผ่นอกนั้นอีกครั้ง
"ระวังปากไว้เสียบ้าง.."
"...."
"เธอไม่รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ถือ.."
"อ๊ะ!.." เทียนสะดุ้งทันทีที่ตัวเข้าถูกกระชากจนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนมากขึ้น
"แต่ถ้ามันมากเกินไปกว่านี้ ระวังจะได้ไปใช้ชีวิตที่เหลือในป่า"
คชาพูดประโยคชวนงงพร้อมรอยยิ้มมุมปาก มือสากผลักร่างเล็กในอ้อมแขนออกแล้วเดินเข้าไปสั่งน้ำหวานเพื่อดื่มคลายร้อน เทียนยืนลูบข้อมือข้างที่ถูกบีบเมื่อครู่
ดูท่าเขาจะไม่ชอบไอ้นี่เขาแล้วสิ ทำตัวใหญ่โต ระวังไว้เถอะถ้าเสือคชาบุกเมืองอีกเมื่อไรได้หงอเป็นหมาแน่ เทียนกำลังแอบแลบลิ้นใส่จากทางด้านหลังเพราะทำได้เท่านี้ หากเขาไม่สังเกตเห็นรอยอะไรบางอย่างที่ต้นแขนของคนที่ยืนซื้อของอยู่
เขากะพริบตาปริบ พยายามเพ่งมองเท่าไรก็ไม่ค่อยชัดเพราะอีกฝ่ายผิวเข้ม แถมกลิ่นบนตัวตอนอยู่ใกล้เมื่อครู่มันคุ้นอย่างไรชอบกล
เทียนยืนขมวดคิ้วนานนับชั่วครู่เพราะเขาเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง ยอมรับตรง ๆ ว่านายคนนี้มันดูน่าเกรงขามยามที่ได้มอง
ในบทบรรยายนักเขียนบอกว่าเสือคชาเวลารักใครใบหน้าจะอ่อนโยน แต่ไอ้ลุงนี่เขานึกหน้าตอนอ่อนโยนไม่ออกเลยสักนิด คงไม่ใช่หรอกกระมัง
แต่นึกถึงไปก็เท่านั้น เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่เขาควรรู้ว่าเสือคชาเป็นใคร เขาก็แค่ตัวประกอบในนิยายที่บทน้อยแสนน้อย หากได้ไปเกิดใหม่เป็นนายเอก ทุกอย่างคงจะง่ายกว่านี้
เทียนมองค้อนอีกฝ่ายจากทางด้านหลังก่อนจะเดินกระทืบเท้าปึงปังออกไป คชาที่หันมองตามเพียงส่ายหน้าแล้วยกแก้วน้ำเย็น ๆ ขึ้นดื่ม
นับตั้งแต่วันนั้นมาพอเทียนเห็นคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเขาจะออกอาการไม่พอใจเสมอ อย่างเช่นนั่งกระแทกเก้าอี้ วางถ้วยขนมหรือแก้วน้ำบนโต๊ะแรง ๆ อาจจะมีบ้างที่หันไปทะเลาะด้วย เพราะคำพูดของอีกคนมันกวนประสาทเขาได้ไม่น้อย และสิ่งที่เทียนไม่พอใจที่สุดคือเขามักจะเถียงแพ้แถมต้องทนเห็นมุมปากหยักแสยะยิ้มใส่เสมอ
เทียนเหลือบมองค้อนในหลายวันต่อมาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ เขามักใช้เวลาช่วงสายมากินของหวานเป็นประจำ ไม่แปลกนักหากจะเจอคนที่ตนไม่ชอบบ่อย ๆ ดูช่วงหลังจะเจอมากกว่าแต่ก่อนอีก
"เซ็งเป็ด เบื่อหน้าคนแถวนี้" เทียนเอ่ยขึ้นเนิบ ๆ ระหว่างนั่งแคะขี้เล็บตนเอง เขามันเป็นพวกชอบพาลอยู่แล้ว ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเพราะไม่ได้เอ่ยชื่อสักหน่อย แต่ดูแล้วไอ้ลุงที่ชื่อสมพรมันจะชอบมองเขม่นเขาเวลาแขวะหัวหน้ามัน แต่มีหรือเทียนจะสน หมั่นไส้..
คชาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นเต็มความสูง หมวกปีกถูกสวมลงบนหัวของเขาพลางปรายสายตามองแผ่นหลังเล็กที่นั่งอยู่ คชาเดินเข้าไปช้า ๆ พร้อมโน้มตัวลงใช้แขนเท้ากับโต๊ะแล้วยื่นใบหน้าเข้าหาเด็กนี่ที่รีบหดคอหนีไม่ได้เก่งเหมือนเมื่อครู่
"กลับบ้านก่อนตะวันตกดิน ฉันจะให้โอกาสเธอ" พูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้เทียนนั่งทำหน้างง ส่วนสมพรเพียงยกยิ้มมุมปาก ดูท่าจะเป็นคนแรกที่พี่คชาคิดหมายหัวเอาไว้
"งั้นเดี๋ยวกลับไปช่วยงานพ่อก่อนนะ" ชะเอมพูดพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ส่วนเทียนเพียงพยักหน้าตอบ เขาจะไปเดินเล่นหาอะไรกินต่อ อย่างน้อยบทตัวประกอบอย่างเทียนหอมก็ไม่ได้แย่ เพราะพ่อแม่เขาในบทนี้ค่อนข้างมีฐานะ ไหนจะหน้าตาละหม้ายคล้ายเทียนมากอีก ขนาดขี้แมลงวันยังอยู่จุดเดียวกันจนไม่อยากคิดว่ามันคือเรื่องบังเอิญ เขาไม่คิดเก็บเอาคำพูดนั้นมาใส่ใจนอกจากเดินแกว่งแขนออกจากร้านลุงสมรเพื่อไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียวต่อ
๑๗.๐๐ น.
เทียนเดินหาของกินอยู่ตลาดโต้รุ่ง บางร้านเริ่มเตรียมของขายกันแล้ว มีแต่ของน่ากินเขาเลยต้องแบกเต็มสองแขน หมดเงินไปเยอะ คงต้องประหยัดขึ้นอีกสักนิด
ค่าเงินสมัยนี้มันถูกจนบางทีเขาก็เผลอใช้เยอะ ระหว่างเดินฮัมเพลงไปทางลัดเพื่อกลับบ้าน เสียงร้องของชาวบ้านพร้อมกลุ่มคนที่พากันวิ่งเตลิดหนีมาทำให้เทียนตื่นตกใจ สถานการณ์แบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงมีเสือออกปล้น
เทียนรีบวิ่งหนีไปอีกทาง ของกินบนแขนเริ่มเป็นภาระแต่เขาเลือกจะไม่ทิ้ง กระทั่งเรียวขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสามตัวละครหลักถูกจับมัดเอาไว้บนรถ
ไหนจะกลุ่มโจรที่เดินกันไปมาเพื่อตรวจตราส่วนนี้ และสิ่งที่ทำให้เทียนตกใจคือเห็นคนคุ้นหน้าถอดผ้าปิดปากสีดำทมิฬออก
"เฮ้ย" เทียนหลุดสบถ และทันได้เห็นอีกฝ่ายหันมามองพอดี เสือคชาดูเหมือนจะพอใจที่ได้เห็นเขามายืนหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ เทียนมองเลยไปยังยงยุทธ ต้นรักและชะเอมที่กำลังถูกมัดและเหมือนต้องการขอความช่วยเหลือ แต่เขาคนเดียวจะไปทำอะไรได้
ถ้าถามว่าจะช่วยไหม เทียนตอบเลยว่า! หึ..
เขารีบหมุนตัววิ่งออกมาจากตรงนั้น ไม่คิดจะหันหลังกลับไปเพราะเคยผ่านความตายมาเลยห่วงชีวิตตนเองมาก
สับตีนแตกไปอย่างรวดเร็วแถมเลี้ยวเข้าตรอกซอยหลายทางคงจะตามมาไม่ถูกแน่นอน เทียนเตรียมจะผ่อนแรงหากไม่เห็นว่าจู่ ๆ ก็มีใครโผล่มาขวางหน้าจนเขาวิ่งชนเข้าเต็ม ๆ
"อะ..เอ่อ พี่ชาย ฉันแค่คนผ่านทางมาเท่านั้นเอง อึก..อย่ายิงเลยนะ ที่ตัวฉันมีสิบบาทเอาไปเลย" ไม่พูดเปล่ารีบส่งเงินสิบบาทไปให้ แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่สนใจนอกจากยืนจ้องหน้าเขา
แขนแข็งแกร่งยกขึ้นกอดอก ดวงตาคมทอดมองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่ละออกไปไหน มุมปากหยักใต้ผ้าผืนดำยกขึ้นเพียงเล็กน้อย
"บอกแล้วใช่ไหมว่าให้กลับบ้านก่อนตะวันตกดิน" ทว่าประโยคที่เอื้อนเอ่ยขึ้นมาทำเอาเทียนชะงัก ภาพของใครบางคนเข้าซ้อนทับบุคคลตรงหน้า เรียวขาขาวเผลอถอยออกหนึ่งก้าว
สมพรพยายามมองหานายของตนที่หายออกไปสักพักแล้ว เขากำพวงมาลัยแน่นเพราะยังไม่สามารถออกรถได้หากพี่คชายังไม่กลับมา ทว่าเสียงโวยวายของใครบางคนทำให้ทุกสายตาต้องหันไปมอง สมพรอ้าปากค้างทันทีเมื่อเห็นพี่คชาแบกเด็กที่ไหนมาก็ไม่รู้ แถมยังพาดเอาไว้บนไหล่ มัดแขนมัดขาหมดทางหนี นับเป็นคนแรกที่เสือคชาลงแรงฉุดคนกลับรังโจรด้วยตนเอง
TBC.
กรี๊ดดด ไอ้เด็กปากแจ๋วโดนแล้วทุกคนแงงงง๊
ขอเม้นได้ม้ายยย จะได้มีกัมลังจัยมาต่อง่าาา
ไมเม้นงอนน
