บทที่ 5 ตอนที่ 4
เช้าวันต่อมา
๐๗.๐๐
กลิ่นหอมของดอกไม้พัดเอื่อยมาตามลม แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่าง ปลุกให้เจ้าของใบหน้างองุ้มต้องยอมเปิดเปลือกตาเพื่อตื่นขึ้นมา
ครั้นจะร้องโวยวายก็ดันนึกขึ้นได้ว่าตนเองเพิ่งจะสลบคาอกเสือคชาไปเพราะความกลัว เพราะอย่างนั้นเทียนถึงได้เด้งตัวขึ้นมาจากเตียงพร้อมสีหน้าหวั่นวิตก
เมื่อคืนที่เขาเห็นคือเจ้าเสือตัวใหญ่มันนอนสบายราวกับว่าที่นี่เป็นบ้านของมันอย่างนั้น
เทียนเม้มริมฝีปากแล้วกราดมองไปทั่วทั้งห้องนี้ แล้วค่อย ๆ ย่องลงมาจากแคร่ไม้เพื่อหนีออกไปก่อนเสือตัวนั้นจะกลับมากินเนื้อนุ่ม ๆ ของเขา
กึก
ทว่าเสียงจากทางด้านหลังทำให้สติเทียนแตกกระเจิง เขาเตรียมจะหันหลังไปซัดหมัดน้อย ๆ ใส่ใครบางคน กลับถูกคว้าเข้ากลางอากาศได้อย่างง่ายดาย
"จิตอ่อนเสียจริงนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ก่อนเทียนจะชักมือกลับมาพร้อมสีหน้าโล่งอก เขาผ่อนลมหายใจแล้วจ้องเขม็งไปยังเสือคชา
"ทำไมคุณชอบมายืนขวางทางจนผมเกือบจะชนคุณอีกรอบด้วย" ระหว่างพูดอยู่นั้นเทียนก็ใช้นิ้วจิ้ม ๆ ลงบนกลางแผงอกของคชา ดวงตาคมหลุบมองไปยังจุดที่โดนเรียวนิ้วเล็ก ๆ จิ้ม ก่อนจะเชยสายตาขึ้นมองเทียนอีกครั้ง
"มึงเองหรือเปล่าที่ไม่เคยดูตาม้าตาเรือ"
"เห็นคนกำลังวิ่งคุณก็ควรหลบไหม" เทียนยังคงเถียงคอเป็นเอ็นใส่ คชาส่ายหน้าเอือมที่จะเถียงกลับเด็กที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ
"คำพูดจากพวกพระนครไม่ต้องเอามาใช้กับที่นี่พูดให้เป็นปกติ" คชาใช้แขนไพล่หลัง พลันใบหน้าคมโน้มลงมาจนเทียนต้องหดคอหลุบตาลงมองพื้น
"...."
"เรียกกูว่าพี่คชาเหมือนคนอื่น ๆ ส่วนมึงจะแทนตัวเองว่าอะไรก็สุดแล้วแต่"
คชาขยับกลับมายืนตรงดังเดิม ดูเหมือนเทียนเองเพิ่งจะนึกได้ว่าเขาใช้สรรพนามผิด แต่ถึงกระนั้นใช่ว่าจะสนใจ นอกจากเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"พี่มีอะไรอีกหรือเปล่า ฉันจะได้ออกไปหาอะไรกิน"
เทียนทำทีชี้นิ้วออกไปข้างนอก บ้างก็ลอบมองหาเสือตัวนั้นเพราะกลัวมันจะพุ่งเข้ามาจากทางไหนสักทาง
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนไป สำรับผ้ามึงอยู่กงนั้น" คชาหันไปทางกองเสื้อผ้ารวมถึงข้าวของเครื่องใช้ที่วางอยู่รวมกัน แต่สิ่งที่เทียนสนใจกลับเป็นคำว่า 'กงนั้น' ของคชา มุมปากเล็กแอบยกยิ้ม แก่จริง ๆ ด้วย
"ยิ้มอะไร" คชาเลิกคิ้วขึ้นแล้วเดินเข้าหาเทียนหนึ่งก้าว
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่หัวเราะเรื่องในหัว"
"เรื่องอะไรของมึง?" คชายังคงสงสัย แต่เทียนเพียงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงไปเอาสำรับผ้าขึ้นมากอดแนบอก
"คิก.."
คชาย่นคิ้วหันมองเทียนที่เดินหัวเราะคิก ๆ ออกไป มีบ้างที่หันกลับมาส่งสายตากวนประสาทใส่เขา คชาผ่อนลมหายใจพลางส่ายหน้า เด็กสมัยนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดนะ
เทียนฮัมเพลงออกมาแล้วมองหาคนที่ตนเองพอจะคุ้นบ้าง เห็นอยู่ก็แค่ต้นรักที่กำลังนั่งกินอะไรอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ เขาเลยแกว่งแขนเดินเข้าไปหา
"ต้นรัก"
"อะ..อื้ม เทียนมีอะไรหรือเปล่า"
"นายอาบน้ำหรือยัง"
"อะ..อาบแล้ว" ต้นรักตอบกลับเสียงตะกุกตะกัก มันทำให้เทียนรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ แต่พูดออกมาไม่ได้ เขาเลยปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
"อาบที่ไหนเหรอ"
"ลัดป่าตรงนั้นไป จะมีน้ำตกอยู่" ทว่าคนที่เดินเข้ามาตอบกลับเป็นยงยุทธ อีกฝ่ายนั่งลงข้างต้นรักแล้วแบ่งขนมที่ตนเพิ่งได้รับมา
"อ่อ..อืม" เทียนตอบเสียงแผ่ว เขายกมือขึ้นเกาหลังลำคอ ดูท่าพระรองคนนี้จะไม่เปลี่ยนไปจากนิยายเลยสักนิด ในสายตามีแค่นายเอก การที่เทียนจะได้เป็นหวานใจยงยุทธในตอนที่พระนายรักกันดูริบหรี่ขึ้นทุกที คงเห็นเขาแกล้งต้นรัก น้ำเสียงเลยเฉยชาแถมประโยคพูดก็ห้วนขึ้นมาก หากนับจากการพบเจอกันครั้งแรก
เทียนเดินคอตกกลับมากระท่อมของตนเอง เขาล้วงพระที่ขโมยมาออกจากกระเป๋าแล้วนำไปแขวนไว้ที่ข้างฝา ดวงตากลมกวาดมองห้องแคบขนาดเท่ารูหนู พลันลมหายใจถูกถอนออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมตนเองถึงได้ถูกจับมาพร้อมสามตัวละครหลักด้วย
เทียนเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่วันนี้ขึ้นมา แชมพูและสบู่ไม่มีกลิ่นไหนที่เขาชอบเลยสักอัน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อที่ที่เขาอยู่เป็นป่าลึก ขนาดพยายามนั่งจำทางก็ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับถูกหรือเปล่า เขาเดินมาจนได้ยินเสียงน้ำตก อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ เทียนรีบวิ่งเข้าไปวางเสื้อผ้าลงบนรากไม้ต้นใหญ่ เขามองน้ำตกสีใสสะอาดตาเบื้องหน้า
สวยมากจริง ๆ สวยยิ่งกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปอีก
"มานั่งทำอะไรตั้งนาน" ชะเอมเดินเข้ามาจากทางด้านหลังเอ่ยถามเพื่อนสนิทเสียงเรียบ
"ลมเย็นสบายดี" เทียนตอบกลับสั้น ๆ เพราะเขาต้องการผ่อนคลายกับธรรมชาติ ชะเอมพยักหน้าแล้วขยับมานั่งลงด้านข้างเทียน
"ที่นี่มันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร ว่าไหม?" ชะเอมหันมาถามความเห็น
"อืม ถ้ามีตลาดโต้รุ่งอะนะ" เทียนงึมงำ พอนึกมาถึงจุดนี้ก็รู้สึกแค้นเคืองคชาขึ้นมา เขาอุตส่าห์เดินขาขดขาแข็งซื้อของกินหลากหลายกลับบ้าน ดันต้องถูกทิ้งขว้างเป็นเศษอาหารให้หมาจรจัดแถวนั้นกินแทน พูดแล้วโมโหเลยทุบมือลงบนหน้าขาตนเอง ทำเอาชะเอมที่นั่งอยู่ด้านข้างสะดุ้งไปด้วย
"นายจะอาบน้ำใช่ไหม ฉันจะได้กลับ"
"อืม กลับไปก่อนได้เลย ฉันอยู่คนเดียวได้" เทียนหันมาพูดด้วยใบหน้าชื่นบาน เพราะเขาว่าจะโดดน้ำเล่นสักหน่อย
"อ่า งั้นฉันไปก่อนนะ" ชะเอมพยักหน้าเตรียมจะหันหลังเดินออกไป แต่เทียนกลับเข้ามาดึงแขนของเขาพร้อมแสดงสีหน้าเหมือนต้องการพูดอะไร
"เดี๋ยว"
"มีอะไร" หันไปเลิกคิ้วขึ้น
"เดินกลับดี ๆ อย่าใจลอย รู้ไหมว่าที่นี่มีเสือ" พอเทียนพูดจบประโยคนั้น ทำเอาชะเอมดวงตาเบิกกว้างรีบขยับเข้าหาเทียนทันที
"อยู่ในป่าเขาห้ามพูดถึงเสือนะเทียน" ชะเอมรีบมองรอบตัวตนเองทันทีด้วยความหวาดระแวง
"มีจริง ๆ ไม่ได้โกหก เมื่อคืนเพิ่งเจอมันนอนอยู่บนเรือนเสือคชา ตอนแรกฉันนึกว่าจะไม่รอดเลยฮึดสู้สุดกำลัง ตะโกนใส่มันด้วยเสียงที่ดังกว่า แล้วที่สำคัญอย่าหันหลังให้มันเป็นอันขาด!"
เทียนโวออกมาใหญ่โตจนชะเอมที่กลัวมากอยู่แล้วยิ่งเชื่อขึ้นไปอีก
"แล้วนายทำแค่นั้นเหรอถึงรอดออกมา ทำไมฉันถึงไม่ได้ยินเสียงเลย"
"เรือนเสือคชามันอยู่ห่างไปตั้งเยอะ นายจะได้ยินได้ยังไง" เทียนกลอกตามองบน เริ่มพูดโม้ต่อตามนิสัย ส่วนชะเอมกอดแขนเทียนเอาไว้แน่น ขณะกราดมองโดยรอบ สายตาดันเข้าไปปะทะกับสัตว์บางชนิดที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนา ชะเอมกลืนน้ำลายลงคอรีบสะกิดเทียนยิก ๆ
"อะไร ฉันกำลังพูดเรื่องวิธีเอาตัวรอดให้อยู่..." เทียนทำท่าจะดึงมือที่เกาะแขนออก ทว่าอีกฝ่ายกลับชี้นิ้วไปทางอีกฝั่งของน้ำตก เทียนเลยต้องมองตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
"เทียน เสือ!"
เสียงร้องของชะเอมดังลั่นไปทั้งป่า ในตอนที่ขาของชะเอมเองก็แข็งทื่อจนก้าวไม่ออก พอหันกลับมาดันเห็นเทียนหอมวิ่งนำออกไปไกลแล้ว
"ไอ้เทียน!"
สองเพื่อนสนิทวิ่งฝุ่นตลบกลับมาที่หมู่บ้าน ปากก็ตะโกนบอกว่ามีเสืออยู่ที่น้ำตก แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่ตกใจเลยสักนิด มีเพียงชะเอมและเทียนที่ร้องโวยวายเสียจนคชาซึ่งกำลังคุยเรื่องแผนการปล้นต้องเดินออกมาจากเรือนของสมพรเพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เทียนที่เห็นเสือคชาอยู่บนเรือนเลยตรงดิ่งขึ้นไปหา
"เสือตัวนั้นมันมาอีกแล้ว ฮึก.." เทียนตัวสั่นระริกจับชายเสื้อของคชาไว้แน่น
"อยู่ที่ไหน" คชาถามพลางลดสายตาลงมองเทียนที่แทบจะเข้ามาสิงร่างเขาอยู่แล้ว สมพรเท้าเอวมองเด็กทั้งสองที่ขวัญเสีย แต่เขากลับหัวเราะออกมาเสียจนไหล่สั่น
"ดูท่าจะไม่ต้องตามตัวให้ยาก" เพราะเสือโคร่งตัวใหญ่มันกำลังเดินนวยนาดขึ้นมาบนเรือนพร้อมเสียงร้องของชะเอมและเทียนดังแข่งกันไป
"จะมากินแล้ว! ฮึก..." เป็นประโยคเหม่อลอยคำสุดท้ายก่อนสติของเทียนจะดับวูบไป โดยมีคชาจับเอาไว้ไม่ให้ร่างเล็กทรุดลงไปหัวฟาดพื้น
ชะเอมรีบวิ่งเข้าไปแอบด้านหลังของสมพร เขากลัวจนฉี่จะราดแต่ทุกคนต่างยืนเฉยเหมือนมันเป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
"เอ็งจะกลัวมันทำไม"
"นั่นเสือนะ!" ชะเอมแหวลั่นชี้ไปทางเสือโคร่งตัวโตที่มันกำลังมองมาทางเขา
"ก็ใช่ แต่พี่คชาเลี้ยงมันมาตั้งแต่ยังเล็ก มันเชื่องกับคนไม่ทำร้ายเอ็งหรอก" สมพรเพยิดหน้าให้ชะเอมได้ดูว่ามันเชื่องมากแค่ไหน เขาส่งมือไปจับหัวนุ่ม ๆ ของมัน ทำเอาเรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน เพราะเป็นจริงอย่างที่สมพรว่า
"เหลือแต่เพื่อนเอ็ง กลัวจนเป็นลมไปแล้ว" สมพรมองไปทางเทียนที่ถูกปล่อยให้นอนหงายอยู่บนพื้น
"ให้ฉันพาเด็กนี่ไปส่งกระท่อมไหมพี่คชา" สมพรเดินเข้าไปถามผู้เป็นนายเหนือหัว
"ไม่ต้อง"
พูดจบประโยคร่างสูงพลันโน้มตัวลงใช้แขนเทียนพาดลำคอ ก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มเข้าไปด้านในด้วยตนเอง
"เข้าไปปูเสื่อให้ที" สั่งเสียงเรียบพลางลดสายตาลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังสลบเหมือดได้น่าสงสารอยู่หรอก ปากพูดเก่งอย่างนู้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ได้แค่โม้
คชาพาเทียนมานอนลงบนเสื่อ แล้วสั่งให้คนไปนำยาดมมาให้
"จ่อจมูกมันเบา ๆ "
"ขี้ตกใจขนาดนี้ พี่เสือยังไม่บอกมันอีกหรือว่าชุมโจรเรามีเสือ" มะลิเอ่ยถามระหว่างใช้ยาดมจ่อจมูกเล็ก ๆ ทั้งสองสลับกันไปมา
"กูก็จะบอกอยู่หรอก เห็นว่าไปอาบน้ำตั้งนานสองนาน"
"อีกสามคนมะลิพอรู้ว่าถูกพามาที่นี่ทำไม ..แต่ไอ้เด็กที่ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรกเนี่ยสิ พี่พากลับมาชุมโจรของเราเพราะอะไร" มะลิย่นคิ้วหันไปถามด้วยความสงสัยจริง ๆ
"กูเอง..ก็ไม่รู้" คชาตอบเสียงเบาแต่ยังมั่นคงและดูมีอำนาจน่าเชื่อถือ มะลิพยักหน้าช้า ๆ ไม่ถามต่อ แล้วหันมามองเทียนที่เริ่มรู้สึกตัว
"มึงลบแป้งทานาคาออกหรือยัง"
"ลบแล้วพี่ ใครมันจะมาให้ไอ้เด็กนี่มันถีบหน้ารอบสอง" มะลิตอบกลับเสียงเนือย
เปลือกตาสีสวยเปิดออกช้า ๆ เขามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความสงสัย
"ตื่นแล้วก็มาดื่มยาหอมเสียก่อนจะลุกขึ้น" มะลิวางยาดมลงแล้วนำแก้วที่เพิ่งชงยาหอมส่งให้ ทว่าเทียนกลับเบ้หน้าแล้วใช้มือดันออก
"อี๋ เหม็นขนาดนี้ใครจะไปกินลง"
"กินเข้าไป เอ็งเพิ่งเป็นลมเป็นแล้ง" มะลิจะยื่นให้อีกครั้ง แต่เทียนยังคงทำเหมือนเดิมโดยการผลักออก
"ไม่เอา มันเหม็น..ต้องขมมากใช่ไหม"
"ขมนิดเดียว กินเข้าไป"
"อื้อ ไม่!"
คชาส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อมะลิเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะดูแล้วที่พี่สมพรพูดจะเป็นเรื่องจริง คนตรงหน้าเธอดื้อมากไม่ใช่น้อยเลย
"หากไม่กินเข้าไปมึงจะมีแรงไหม"
"แค่เป็นลมไม่ได้จะตายสักหน่อย" เทียนเถียงกลับทันที ทำเอามะลิหันมามองคล้ายกำลังอึ้งที่อีกฝ่ายกล้าเถียงนายเหนือหัวของเธอ
"ทำไมเอ็งพูดกับพี่คชาอย่างนั้น"
"ก็มันเรื่องจริง" เทียนตอบเสียงแผ่วลง เขาไม่ชอบยาแบบนี้เลยสักนิด ให้ดื่มเข้าไปทั้งแบบนี้มีหวังขาดใจตายเสียก่อนอีก แค่ได้กลิ่นก็พาใจสั่นแล้ว มะลิส่ายหน้าเล็กน้อยคล้ายระอาแก่ใจ
"ถ้าไม่กินแล้วเป็นลมอีก กูจะปล่อยมึงนอนอยู่กงนั้นแหละ"
"...." เทียนเงียบกริบแสดงสีหน้าบึ้งตึ้ง คนไม่อยากกินแล้วทำไมต้องพูดด้วยน้ำเสียงดุ ๆ แบบนั้นด้วย เขายอมรับยาหอมมาแล้วค่อย ๆ ยกขึ้นดื่มทั้งสีหน้าซังกะตาย
"อย่าลืมอธิบายเรื่องเสือด้วย กูจะไปประชุมต่อ" คชาบอกมะลิเพียงเท่านั้นก่อนจะสวมหมวกปีกคู่ใจแล้วเดินออกจากเรือนไม้ไป พอเทียนได้ยินคำว่าเสือพลันดวงตาเบิกขึ้นราวนึกขึ้นได้ มะลิเลยต้องรีบปรามเทียนและอธิบายทุกอย่างให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเสือตัวนั้นไม่ได้ดุร้ายอย่างที่คิด
๑๙.๐๐
แกร๊ก
บานประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ เทียนสอดสายตาเข้าไปด้านในเพื่อมองหาเจ้าของเรือน เขากลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา เทียนย่องเบาเข้าไปนั่งลงด้านข้าง แล้วหันไปจ้องหน้าคนที่ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่าเขาเป็นใคร เทียนเลยใช้นิ้วจิ้มลงบนท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
"...."
พอไม่มีการตอบรับเทียนเลยจิ้มนิ้วลงอีกครั้งที่จุดเดิม มันทำให้คชาต้องลืมตาขึ้นมาช้า ๆ
"มีอะไร" คชาเอ่ยถามขณะเก็บของบางอย่างลงไปในหีบใบเล็ก
"คือ..ฉันอยากจะมาขอของดีติดตัวสักอย่างได้ไหม" เทียนกะพริบตาปริบ ๆ คล้ายกำลังออดอ้อน เขาไม่กล้านอนคนเดียว ยิ่งถ้าดึกกว่านี้มันคงจะวังเวงเสียจนต้องสะดุ้งตื่นยามดึกแน่ ๆ
"ไม่มี"
"อ่าว จะไม่มีได้ยังไงก็ในเมื่อพี่เป็นหมอผี" เทียนหน้างอเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
"กูไม่ใช่หมอผี"
"...." เทียนเงียบนั่งหน้าสลอนอยู่อย่างนั้นในขณะที่คชาค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงเพื่อทำสมาธิ แต่ดูเหมือนคนข้างกายเขาจะอยู่ไม่เป็นสุขเสียที เดี๋ยวขยับไปทางนั้น เดี๋ยวขยับมาทางนี้ รบกวนสมาธิเขามากอยู่เหมือนกัน
"งั้น พี่มีบทสวดพรางตัวหรือเปล่า"
"...."
"บทสวดป้องกันภัย กันกระสุน กันมีด กันอะไรพวกเนี้ยอะ"
เทียนหันไปจ้องหน้าคชาทั้งยังพูดถึงบทสวดต่าง ๆ ออกมา ไม่แปลกนักหากเรียวคิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันแน่น กระทั่งคชารู้สึกถึงปลายนิ้วเล็ก ๆ จิ้มลงบนหางคิ้วของเขา
"ทำอะไร"
"เห็นขมวดคิ้วแน่น ปวดหัวหรือเปล่า" เทียนถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย ทว่าดวงตากลม ๆ ที่จดจ้องมายังคชามันทำให้ชายหนุ่มวัยกลางคนนิ่งงันไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วปัดมือที่เริ่มซุกซนบนใบหน้าเขาออก คงเป็นคนเดียวที่กล้าเข้ามารบกวนเขายามวิกาลเช่นนี้
เทียนยอมกลับมานั่งสงบเสงี่ยมเผื่อคชาจะยอมใจอ่อนให้ของดีกับเขาบ้าง จะได้ติดตัวป้องกันผีสางนางไม้เข้ามาหลอกหลอน แต่นานนับสองชั่วโมงคนด้านข้างเขากลับไม่ขยับออกไปไหน นอกจากนั่งปิดเปลือกตานิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
พอได้นั่งนิ่ง ๆ ร่วมสองชั่วโมง เขาดันรู้สึกง่วงขึ้นมา สัปหงกนานสองนานก็ไม่เห็นว่าคชาจะลืมตาขึ้นมาสักที สุดท้ายทนความง่วงงุนไม่ไหวเลยเผลอหลับลงไปทั้งที่ยังนั่งอยู่แบบนั้น
ปึ่ก
คชาเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ แล้วหันมองเทียนที่หลับลงไปแล้ว แถมยังใช้บ่าของเขาหนุนนอน
"เทียน" ลองเอ่ยเรียกอีกฝ่ายแต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมา ทำให้คชาต้องผ่อนลมหายใจแล้วใช้มือรองใบหน้าจิ้มลิ้มซึ่งเริ่มไถลงมาเรื่อย ๆ จนแทบจะหนุนตักเขาอยู่รอมร่อ
เกิดเป็นความเงียบสงัดภายในเรือน คชาไม่รู้เพราะอะไรทำไมเขาถึงได้ทิ้งสายตาไว้ที่ข้างแก้มแดงรื้นเพราะเลือดฝาด แล้วไล่สายตาลงมามองที่จมูกเชิดรั้นทำให้ดูเป็นคนดื้อเพิ่มขึ้นไปอีก ไหนจะริมฝีปากแดงสดสีระเรื่อน่าดึงเข้ามาจูบเวลาพูดมากแถมยังหาสาระไม่ได้ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้ารูปไข่ออกแผ่วเบา มุมปากหยักเผลอยกขึ้นเพียงครู่
"อือ..." เทียนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขานิ่งไปเมื่อเห็นใบหน้าของคชาอยู่มุมเสยแบบนี้ ทำให้เทียนรู้ว่าตนเองกำลังนอนหนุนอยู่บนตักแกร่ง แถมเขาทันได้เห็นมุมปากของคชาที่เหมือนกับกำลังยกยิ้มอยู่อย่างนั้นแหละ
ยังไม่ทันที่เทียนจะคืนสติเต็มร้อย คชากลับแสดงสีหน้าราวกับตกใจที่เขาตื่นขึ้นมา ก่อนศีรษะจะถูกดันออกจากตักแบบไม่บอกไม่กล่าว ทำให้หัวของเทียนโหม่งพื้นเข้าเต็ม ๆ
ปึง!
"โอ๊ย!" เทียนร้องลั่นรีบใช้มือทั้งสองข้างกุมหัวตนเองเอาไว้ทันที เจ็บจนตื่นเต็มตาเลยทีเดียว
