บทที่ 5 คู่สร้างคู่สม
อัญชิสาพลันชะงักงันในทันที
หรือเป็นเพราะเธอไม่ได้รับสาย คุณธนภัทรถึงได้โกรธเคืองกัน?
เธอรีบวิ่งออกไปยังระเบียงด้านนอกของหอพัก และปิดประตูให้เรียบร้อย
ก่อนจะรีบกดโทรกลับหาธีระวัชทันที เสียงของเธอสั่นพร่าคล้ายคนจวนจะร้องไห้ "ขอโทษนะคะ พอดีฉันไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า..."
"ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่อัญชิสาได้เห็นข้อความที่ส่งไปหรือยัง?"
"เห็นแล้วค่ะ คือว่า... เป็นเพราะฉันเอง..."
"ไม่ใช่ครับ คืนนี้คุณธนภัทรจะพานายหญิงไปด้วยครับ"
คำพูดของธีระวัชทำให้อัญชิสาพลันรู้สึกหมดหวังโดยสิ้นเชิง "เหรอคะ อย่างนั้นเหรอคะ... ไปกับนายหญิงก็ดีแล้วค่ะ ความจริงคืนนี้ฉันก็มีกิจกรรมชมรมเหมือนกัน..."
"ครับ"
หลังจากวางสายไป อัญชิสาทำได้เพียงมองภาพตัวเองที่ดูโดดเดี่ยวผ่านบานกระจกบนผนัง
ความจริงเธอไม่มีกิจกรรมชมรมอะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงเพราะทิฐิ ที่ไม่อยากให้ตัวเองดูน่าสมเพช
เพื่อที่จะได้แสดงความสามารถในงานเลี้ยงนานาชาติครั้งนี้ เธอทุ่มเทฝึกฝนภาษาต่างประเทศมาเป็นเวลานาน ท่องจำคำศัพท์เฉพาะทางด้านการเงินที่ออกเสียงยากและข้อมูลเกี่ยวกับไวน์จนขึ้นใจ
ทว่าครั้งนี้ กลับตัดสินใจเปลี่ยนคู่ควงอย่างกะทันหัน
จากความทรงจำของเธอ ธนภัทรมักจะคอยหลีกเลี่ยงพิมพ์ลดาอยู่เสมอ และไม่เคยพาหญิงสาวออกงานเลี้ยงด้วยตนเองเลยสักครั้ง
ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ...
อัญชิสาเม้มปากแน่นด้วยความน้อยใจ เธอเตรียมตัวมานานขนาดนี้ จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เด็ดขาด
ช่วงเย็น น้ำฝนช่วยพิมพ์ลดาสวมสร้อยคอไพลินเป็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้าย เธอมองพิมพ์ลดาในชุดที่แต่งองค์ทรงเครื่องจนเสร็จสรรพ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมาไม่ขาดปาก "พี่พิมพ์สวยเกินไปแล้วค่ะ! นี่พี่คือเงือกสาวในตำนานหลุดออกมาใช่ไหมคะเนี่ย"
พิมพ์ลดาหลุดหัวเราะออกมาเพราะคำพูดนั้น "ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องเป็นสาวใช้ของเงือกสาวแล้วละ"
ทั้งสองคนหัวเราะต่อกระซิกกันสักพัก พิมพ์ลดาก็ลงไปข้างล่าง
ขณะที่ธนภัทรกำลังนั่งจดจ่ออยู่กับตลาดหุ้นบนโซฟา เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาก็พลันหันไปมองพิมพ์ลดา
ชุดเดรสทรงหางปลาสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่เธอสวมใส่อยู่นั้น คือชุดที่เขาสั่งให้น้ำฝนจัดเตรียมขึ้นไปให้
ตัวชุดรัดรัดรูปเน้นส่วนโค้งเว้าอันงดงาม ชายกระสวยไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูทั้งเย้ายวนและสง่างามในเวลาเดียวกัน
เรือนผมยาวสลวยถูกถักเป็นเปียหางปลาอย่างประณีต ปล่อยปอยผมให้คลอเคลียข้างแก้มดูเป็นธรรมชาติ
ยามที่จ้องมองพิมพ์ลดาที่เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม หัวใจของธนภัทรก็เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
แตกต่างจากพิมพ์ลดาในชุดราตรีสีทองที่เคยดูเปล่งประกายก่อนหน้านี้ พิมพ์ลดาในชุดสีน้ำเงินมีความงามที่น่าทึ่งราวกับภาพฝัน ชวนให้จินตนาการถึงทะเลลึก
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงคราหนึ่ง ก่อนจะแสร้งเบือนสายตาไปทางอื่นอย่างเย็นชา "ไปกันเถอะ"
พิมพ์ลดาเพียงตอบรับ "อืม" อย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วจึงตามเขาขึ้นรถไป
ทันทีที่เห็นพิมพ์ลดาในชุดนี้ ธีระวัชถึงกับเบิกตากว้างและจ้องมองเธออยู่อึดใจหนึ่ง
"มองอะไร" ธนภัทรขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง "ยังไม่รีบขับรถอีก"
"ขอโทษครับ นายหญิงสวยมากจริงๆ สวยกว่าคุณอัญ..."
ทว่าพูดไปได้เพียงครึ่งประโยค ธีระวัชก็สังเกตเห็นสายตาที่เย็นชาและดุร้ายของธนภัทร เขารีบหุบปากแล้วออกรถทันที
พิมพ์ลดาไม่สนใจคนทั้งคู่ เธอเพียงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบงัน
เมื่อรถเคลื่อนมาถึงจุดหมายและจอดสนิทลง
ธนภัทรขยับเข้าควงแขนพิมพ์ลดา นำพาเธอเดินสง่าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยง
พิมพ์ลดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองข้อศอกของทั้งสองคนที่สัมผัสกัน ทว่าเธอกลับเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่เอ่ยคำใดออกไป
"สวัสดีครับคุณธนภัทร ท่านนี้คือนายหญิงใช่ไหมครับ"
ชายในชุดทักซิโด้สีดำเดินเข้ามาหาพวกเขา
เขาจ้องมองไปยังพิมพ์ลดาพลางเอ่ยเย้าแหย่ "นายหญิงสวยราวกับนางฟ้าจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ค่อยเห็นคุณธนภัทรพานายหญิงออกมาด้วย ที่แท้ก็ซ่อนคนสวยไว้นี่เอง"
ธนภัทรยกยิ้มขึ้นอย่างไม่จริงใจนัก "คุณอาฟัลดี้ชมเกินไปแล้วครับ"
พิมพ์ลดาพอจะมีความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้นี้อยู่บ้าง เขาคือผู้เชี่ยวชาญเลื่องชื่อในแวดวงการลงทุน คุณอาฟัลดี้คือคนที่ธนภัทรต้องติดต่อทำธุรกิจด้วยอยู่บ่อยครั้ง
ต้องยอมรับว่าธนภัทรเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในโลกธุรกิจอย่างแท้จริง งานแลกเปลี่ยนธุรกิจระดับนานาชาติระดับสูงแบบนี้ ย่อมขาดคนอย่างเขาไปไม่ได้
แขกเหรื่อที่มาชุมนุมกันภายในโถงงานล้วนเป็นผู้มีอิทธิพล ทั้งมหาเศรษฐีนักลงทุน เจ้าพ่อวงการไวน์ และยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต่างพากันสนทนาและหัวเราะรื่นอย่างสำราญใจ
เธอจำได้แม่นยำว่าในชาติก่อน เพื่อเอาใจธนภัทร พิมพ์ลดาทุ่มเทศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเงินจนหมด แต่ธนภัทรก็ยังไม่เคยชายตามองเธอเลย
ทว่าในยามนี้... ความรู้เหล่านั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเธอ
พิมพ์ลดาเอ่ยทักทายคุณอาฟัลดี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ามั่นคง "สวัสดีค่ะ ฉันพิมพ์ลดา ภรรยาของคุณธนภัทรค่ะ"
ทันใดนั้นก็มีเสียงแตกดังเพล้งบาดหูขึ้นไม่ไกล เห็นเพียงตู้ปลาสวยงามใบหนึ่งแตกกระจายอยู่บนพื้น ปลาทองข้างในก็ดีดดิ้นออกมาด้านนอก
ชายชราในชุดกันน้ำสีเหลืองอ่อนกำลังนั่งยองๆ พยายามช่วยช้อนปลาทองขึ้นจากพื้น ทันทีที่ผู้จัดการงานเลี้ยงเห็นเหตุการณ์ก็รีบถลันเข้ามาพลางชี้หน้าต่อว่าชายชราอย่างรุนแรง
"ไอ้แก่เกะกะ! ดูสิว่าแกก่อเรื่องอะไรลงไป!"
"รู้ไหมว่าปลาทองตัวนี้คุณประเสริฐซื้อมาราคาแพงหูฉี่! ถ้ามันเป็นอะไรไป แกจะมีปัญญาชดใช้ยังไง!"
พิมพ์ลดาหยิบแก้วน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำอยู่เต็มจากพนักงานเสิร์ฟ แล้วจึงก้าวตรงไปยังชายชรา
"คุณตาคะ... รีบเอาปลาทองใส่ลงในนี้เถอะค่ะ"
ชายชราได้ยินดังนั้น ก็ค่อยๆ บรรจงวางปลาทองในมือลงไปในแก้วอย่างเงียบๆ
ทันทีที่ปลาทองสัมผัสผิวน้ำ มันก็กลับมาว่ายวนไปมาได้อย่างคล่องแคล่วอีกครั้ง
พิมพ์ลดาสังเกตเห็นว่าปลาทองเหล่านี้คือพันธุ์รันชูชั้นยอด ซึ่งราคาทั้งสามตัวรวมกันน่าจะสูงถึงหกแสนบาท เห็นทีว่าคนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีปัญญาจ่ายไหวแน่
"ขอโทษจริงๆ ครับนายหญิงที่ทำให้ต้องตกใจ ตาแก่นี่เกะกะเหลือเกิน เดี๋ยวผมจะเชิญเขาออกไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"
เมื่อเห็นปลาทองกลับมาว่ายน้ำได้อย่างมีชีวิตชีวา ผู้จัดการก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะโบกมือสั่งให้พนักงานเสิร์ฟรีบมาจัดการเก็บกวาดเศษแก้วให้เรียบร้อย
"ตู้ปลาแตกแล้ว จะให้ปลาทองพวกนี้อยู่ในแก้วน้ำตลอดไปก็ไม่ได้" เปรยขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันไปบอกชายชรา "คุณตาคะ รบกวนคุณตาช่วยไปนำตู้ปลาใบใหม่มาเปลี่ยนหน่อยนะคะ"
เมื่อเห็นพิมพ์ลดาช่วยแก้ต่างให้ชายชรา ผู้จัดการก็ไม่กล้าเซ้าซี้อะไรอีก ทำได้เพียงยอมปล่อยให้ชายชราเดินจากไป
คุณอาฟัลดี้ที่อยู่ข้างๆ พูดกับธนภัทรว่า "นายหญิงของท่านทั้งสวยและมีเมตตาจริงๆ วันนี้ผมได้ประจักษ์ถึงความสง่างามของเธอแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้พบกันใหม่"
ธนภัทรพยักหน้ารับ สายตาที่เขามองพิมพ์ลดาดูลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย
ทางด้านอัญชิสาสวมชุดราตรีสีน้ำเงินบัดนี้เธอมาปรากฏตัวอยู่นอกห้องจัดเลี้ยง
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินไปที่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยง ทว่าขณะจะก้าวเข้าไป แต่ก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยขวางไว้
พนักงานรักษาความปลอดภัยคนนี้เป็นคนซื่อๆ ปกติเขาไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร นอกจากบุคคลสำคัญไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ เขาก็ไม่ค่อยรู้จัก
เมื่อเห็นว่าเธอเป็นคนแปลกหน้า และไม่ได้มากับสุภาพบุรุษ เขาก็ทำตามหน้าที่ "คุณผู้หญิงครับ กรุณาแสดงบัตรเชิญด้วยครับ"
อัญชิสาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจได้ทันที งานที่เป็นทางการแบบนี้ มีกฎเกณฑ์เข้มงวดเป็นเรื่องปกติ
แต่ในเมื่อธนภัทรไม่ได้อยู่ตรงนี้ แล้วเธอจะไปหาบัตรเชิญจากใครได้ล่ะ?
เธอร้อนใจจนหน้าแดงก่ำ เอ่ยปากอย่างลนลาน "ฉัน...ฉันมาหาคุณธนภัทรค่ะ..."
พนักงานรักษาความปลอดภัยมีสีหน้าลำบากใจ "คุณผู้หญิงครับ ไม่ว่าคุณจะมาหาใคร ถ้าไม่มีบัตรเชิญ ผมปล่อยให้ใครเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ครับ"
"กรุณากลับไปเถอะครับ"
อัญชิสาส่ายหน้า กัดริมฝีปากแน่น ขอบตาแดงก่ำ ดูน่าสงสารราวกับดอกสาลี่หยาดฝน
"นี่อัญชิสาไม่ใช่เหรอ" เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลัง
อัญชิสากะพริบตา พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างเขินอายแทนการทักทาย เธอคล้ายจะเคยเห็นผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ แต่ไม่รู้จัก
ผู้หญิงคนนั้นเห็นปฏิกิริยาของเธอ พลันหัวเราะเบาๆ
"เธอเป็นนักศึกษาภาควิชาการเงินที่คุณธนภัทรฟูมฟักมากับมือ เก่งมากเลยนะ ปกติจะพาไปด้วยตลอด ปล่อยเธอเข้าไปเถอะ" หญิงสาวผู้นั้นพูดกับพนักงานรักษาความปลอดภัย
พนักงานรักษาความปลอดภัยขมวดคิ้ว เขาเพิ่งเห็นคุณธนภัทรพานายหญิงเข้าไปเมื่อกี้นี้เอง
แต่ว่า คุณนายทัศนีย์พูดเองแล้ว เขาไม่ปล่อยคนเข้าไปก็ไม่ดี
ในที่สุด พนักงานรักษาความปลอดภัยก็พยักหน้า "ตกลงครับ เชิญเข้าไปได้"
อัญชิสาดีใจจนรีบขอบคุณหญิงสาวผู้นั้น แล้วรีบเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ทว่าเธอกลับไม่ทันระวังจนชนเข้ากับชายชราที่ถือตู้ปลาอยู่ด้านข้างอย่างจัง
ชายชราถูกเธอชนเข้าอย่างจัง มือไม้สั่นคลอน น้ำหกออกมาส่วนใหญ่ บางส่วนกระเด็นใส่เธอ ทำให้กระโปรงของเธอเปียก
อัญชิสาที่กำลังร้อนใจอยู่เป็นทุนเดิม เมื่อสบโอกาสจึงระบายอารมณ์ใส่ทันที "แก่จนตาบอดแล้วหรือไง!"
