บทที่ 1 ซ่อนรัก

บริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารสูงขนาดห้าชั้น ปาร์ตี้เล็กๆ กำลังเริ่มขึ้นขณะที่ความมืดโรยตัวเข้ามาห่มคลุม บ้านตึกสวยหลังนี้คือบ้านของครอบครัวเลิศอมรกุล มีพันเลิศเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านตึกหลังนี้ บ้านที่เขาจงใจออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอย สี่ชั้นและหนึ่งดาดฟ้า มีลิฟท์ในตัวอาคารเพื่อความสะดวกสบาย และมีการขออนุญาตสร้างและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เหตุผลของพันเลิศคือต้องการให้ทุกคนอยู่ด้วยกันแม้จะมีครอบครัวแล้วก็ตาม ทุกคนในบ้านมีพื้นที่ส่วนตัวคนละชั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ของลูกชายคนโตเป็นชั้นสาม ลูกชายคนรองที่ชั้นสอง ส่วนลูกสาวคนเล็กนั้นอยู่ชั้นเดียวกันกับพ่อและแม่ที่ชั้นสี่ มีห้องรวมที่ชั้นล่างไว้สำหรับพบปะพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกัน

ปาร์ตี้ฉลองวันเกิดอายุครบสิบแปดปีเต็มของลูกสาวคนเดียวในบ้าน มินตรา...น้องเล็กของครอบครัว มีวงดนตรีเล็กๆ ของคนรู้จักมาร่วมขับกล่อมให้ความสุขสำหรับงานในค่ำคืนนี้ ภัทรนนท์รับหน้าที่เป็นมือกีตาร์และนักร้องไปพร้อมกัน เขาร้องเป็นประจำที่บาร์ด้านหน้าโรงแรมซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจอสังหาฯของครอบครัว โรงแรมขนาดกลางตอบโจทย์นักท่องราตรีที่มักแวะไปนั่งฟังเพลงและหาอาหารอร่อยๆ ทาน ค็อกเทลสูตรใหม่ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเดอะเรดเบดแอนด์บาร์

มินตราในเดรสสีขาวสะอาดชายกระโปรงฟูฟ่อง หล่อนคือนางฟ้าโดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้ ผู้มาร่วมงานมีญาติๆ คนรู้จัก และเพื่อนในกลุ่มมัธยมปลาย หลังจากทุกคนอิ่มกับอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ที่ยกห้องอาหารของโรงแรมมาไว้ที่นี่ ก็จะเป็นช่วงเวลาลุ้นกับของขวัญ นั่นเป็นช่วงเวลาที่มินตรามีความสุขที่สุด และหล่อนก็รอคอยของเขาอยู่เพียงคนเดียว ใจนั้นคอยลุ้นว่าปีนี้ภัทรนนท์จะซื้ออะไรให้เป็นของขวัญ

ที่บ้านของหล่อนสอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน ของขวัญวันเกิดจึงไม่เน้นมูลค่าที่เป็นตัวเงินมากกว่าคุณค่าทางใจ ที่ผ่านมาหากอยากได้อะไรก็มักจะเก็บเงินซื้อเอง อาศัยค่าขนมที่ใช้ไม่หมดฝากเข้าบัญชีเอาไว้ รวมทั้งเงินจากการขายภาพถ่ายออนไลน์ที่แม้ไม่มากแต่ก็ทำให้หล่อนมีความสุขที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง

แม้ที่บ้านจะให้เรียนเกี่ยวกับการโรงแรมเพื่อจะได้นำมาปรับใช้กับธุรกิจของครอบครัว แต่หล่อนก็รักการถ่ายภาพและรู้สึกได้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ วันก่อนตอนไปเดินซื้อของแล้วแวะไปโซนไอทีด้วยอยากได้กล้องคุณภาพดีๆ สักตัว แต่เห็นราคารวมไอเท็มเสริมแล้วถึงกับปาดเหงื่อ ราคาตั้งหลายหมื่นหล่อนไม่มีเงินที่จะซื้อ แม้อยากได้แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอพี่ชายตัวเอง แม้เขาจะเป็นคนคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้านก็ตาม

"ปีนี้ภีมซื้ออะไรให้น้อง...แกะเลยอัยย์ ทุกคนรอลุ้นอยู่"

ที่หลายคนลุ้นเพราะปีที่แล้วหล่อนได้แมคบุ๊คเป็นของขวัญ เนื่องจากคนให้รู้ว่าหล่อนจำเป็นต้องใช้งานเป็นประจำ ภัทรนันท์รู้ว่าน้องสาวตนชอบถ่ายภาพและขายภาพถ่ายออนไลน์เป็นงานอดิเรก เขาจึงช่วยสนับสนุนด้วยการซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับช่องทางการสร้างเงิน

กล่องเท่าซองจดหมายที่ไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร หญิงสาวบรรจงแกะโบว์และกระดาษห่อสีทองออกอย่างใจเย็น แม้ใจจะลุ้นว่ามันคืออะไรก็ตามที...เมื่อแกะออกมาแววตากลมโตก็ฉายแววงุนงง เพราะมันคือเงินจำนวนหนึ่ง แบงค์สีเทาใหม่เอี่ยมที่กะด้วยตาแล้วน่าจะมีราคานับหมื่นเลยทีเดียว

ภัทรนันท์หัวเราะออกมาเมื่อหล่อนเหลือบมอง เหมือนมีคำถามซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น

“พี่ภีมซื้อของขวัญไม่ทันแน่ๆ เลยเอาเงินมาฟาดหัวอัยย์"

"ใช่ครับ ซื้อไม่ทัน อย่าโกรธกันนะ"

เขาทำท่าชูนิ้วก้อยเพื่อง้อให้หายงอน ไม่อยากพูดความจริงว่ามัวแต่ยุ่งกับหลายๆ เรื่องจนลืมไปเสียสนิท มานึกขึ้นได้ก็ใกล้วันเต็มที หาซื้ออะไรไม่ทันก็เลยคิดว่าจะให้หล่อนนำเงินไปซื้อของที่อยากได้เอาเอง

"ไม่ต้องเลย ลืมกันได้ไงคะ"

หล่อนทำหน้างอนเพราะไม่ได้อยากได้เงิน อะไรที่เป็นสิ่งของแม้ไม่มีมูลค่าแต่หล่อนก็เก็บรักษาเอาไว้ทุกชิ้น...ท่าทีนั้น ภัทรนันท์รีบเดินเข้ามาบีบนวดไหล่แบบบางอย่างเอาใจ

"ก็พี่ให้เงินแล้วนี่ไงครับ อยากได้อะไรน้องอัยย์ก็ไปหาซื้อทีหลัง ถ้าไม่ซื้ออะไรก็ฝากเอาไว้ จะได้มีเงินติดตัว"

หญิงสาวรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังทำตัวไร้สาระไม่เข้าท่า เขาง้อเพียงครู่เดียวก็กลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิม

"ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ อัยย์ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่างอแง"

หล่อนพูดออกมาแบบนั้นเพราะคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งกำลังส่งสายตาบางอย่างมาให้...รู้ดีเขากำลังดุทางสายตาจนต้องหลุบตาหนีด้วยความหวั่นเกรง

"ทีหลังอย่าแสดงอาการแบบนี้อีก ไม่คิดว่าคนให้จะน้อยใจหรือไงฮึ!"

เขาลุกเดินมากระซิบใกล้ๆ จนหล่อนแค่นยิ้มเจื่อน ภัทรนันท์ได้ยินจึงขัดออกมาเพราะไม่อยากให้เจ้าของวันเกิดน้อยใจที่ถูกตำหนิ

"เอาเถอะๆ อย่าเพิ่งดุเลย น้องอัยย์ยังเด็ก ก็เลยคิดอะไรตามประสาเด็กๆ ฉันไม่ซีเรียสอะไร"

"พี่กำลังทำให้เธอเคยตัว เป็นคนเอาแต่ใจขึ้นทุกวันๆ แล้วก็เด็กที่ไหน อายุตั้งสิบแปดแล้ว"

แม้จะเกิดห่างกันแค่เพียงไม่กี่นาที แต่ภัทรนนท์ก็เรียกอีกฝ่ายว่าพี่เพื่อให้เกียรติ เพราะถือว่าถึงอย่างไรก็เกิดก่อนตน

"นายว่าฉันตามใจน้อง ไหนเอามาดูสิของขวัญนายน่ะว่าปีนี้ซื้ออะไรมา"

"ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเวอร์ แต่เห็นว่าจำเป็นก็เลยซื้อมา"

"แกะเลยน้องอัยย์ ทุกคนอยากเห็น"

ภัทรนันท์รีบยุ เขาจะดูสิว่าคนที่ปากดีว่าคนอื่นทำให้มินตราเคยตัวนั้นจะซื้ออะไรมาเป็นของขวัญ เดาเอาจากกล่องใบใหญ่ คิดว่าคงต้องเป็นอะไรที่มีค่าแน่นอน

"อะไรคะพี่ภาม หนักเหมือนกันนะคะ"

"แกะดูสิครับ ระวังอย่าให้หลุดมือนะ"

บทถัดไป